ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: เอกสารเตรียมสอบ ข่าวเปิดสอบ ข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ก.ก. กทม. 6ก.ย–10ต.ค.56  (อ่าน 2717 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237




ประกาศ!!!! การรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ครั้งที่ 2, 3 และ 4 ประจำปี 2556 (6 ก.ย. – 10 ต.ค. 2556)


ตำแหน่งที่เปิดรับ
ตําแหน่งที่จะรับสมัครสอบแข่งขัน ประกอบด้วยตําแหน่งประเภททั่วไป

รวมตําแหน่งว่าง จํานวน 74 อัตรา ดังนี้
1. ครั้งที่ ๒/๒๕๕๖ กําหนดการรับสมัครสอบ ตําแหน่งประเภทวิชาการ ระหว่างวันที่
๖ – ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ ประกอบด้วยตําแหน่งต่อไปนี้
 ๑.๑ เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติการ จํานวน ๑ อัตรา
 ๑.๒ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ จํานวน ๑๘ อัตรา

๒. ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ กําหนดการรับสมัครสอบ ตําแหน่งประเภททั่วไปและตําแหน่งประเภทวิชาการ
ระหว่างวันที่ ๑๒ กันยายน – ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ ประกอบด้วยตําแหน่งต่อไปนี้
 ๒.๑ เจ้าพนักงานสื่อสารปฏิบัติงาน จํานวน ๒ อัตรา
 ๒.๒ เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน จํานวน ๕ อัตรา
 ๒.๓ นายช่างเครื่องกลปฏิบัติงาน จํานวน ๔ อัตรา
 ๒.๔ วิศวกรเครื่องกลปฏิบัติการ จํานวน ๒ อัตรา

๓. ครั้งที่ ๔/๒๕๕๖ กําหนดการรับสมัครสอบ ตําแหน่งประเภทวิชาการ ระหว่างวันที่
๒๐ กันยายน – ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ประกอบด้วยตําแหน่งต่อไปนี้
 ๓.๑ เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ จํานวน ๔ อัตรา
 ๓.๒ นักจิตวิทยาปฏิบัติการ จํานวน ๑ อัตรา
 ๓.๓ นักวิชาการคลังปฏิบัติการ จํานวน ๑ อัตรา
 ๓.๔ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ จํานวน ๒๐ อัตรา
 ๓.๕ นักพัฒนาการท่องเที่ยวปฏิบัติการ จํานวน ๒ อัตรา
 ๓.๖ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ จํานวน ๑๐ อัตรา
 ๓.๗ เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ จํานวน ๔ อัตรา


รับสมัครด้วยตนเอง ทางอินเทอร์เน็ต
ครั้งที่ 2, 3 และ 4/2556 ผู้สนใจสมัครสอบแข่งขันสามารถติดตามข่าวการรับสมัครสอบได้จากเว็บไซต์
http://ksb.bangkok.go.th หรือ http://www.bangkok.go.th/exam หรือ http://office2.bangkok.go.th/csc
หรือ http://www.bangkok.go.th


เอกสารรายละเอียดการสมัคร คลิ๊กที่นี่

แนวข้อสอบที่จะออกสอบ
1. แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์)
2.แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
3. ข้อสอบความรอบรู้ในการปฎิบัติราชการ
-แนวข้อสอบการปกครองท้องถิ่น หลักธรรมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
-แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
-แนวข้อสอบกฎหมายระเบียบข้าราชการและบุคคลากรกรุงเทพมหานคร
-แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารราชการ
-แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
-แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
-แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยงานสารบัญ
4. แนวข้อสอบเฉพาะตามสาขาวิชาชีพตำแหน่งที่สมัคร


สั่งซื้อข้อสอบตามตำแหน่งที่จะสมัครได้เลย!!!!

จำหน่ายไฟล์เอกสาร แนวข้อสอบ เอกสารติวข้อสอบ  คู่มือสอบ ติวสอบ ข้อสอบเก่า
งานราชการ งานรัฐวิสาหกิจ อัพเดทล่าสุด สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและเวลาไปหาซื้อหนังสือ
เอกสารเป็นไฟล์ PDF ชุดละ399 บาทเท่านั้น ส่งทาง e-mail สามารถนำไปอ่านในคอมพิวเตอร์หรือปริ้นเพื่ออ่านได้ทันที
จัดส่งภายใน 24 ช.ม. โดยรวบรวมจากหนังสือมากกว่าสิบเล่มและแนวข้อสอบจริง
รายละเอียดภายในไฟล์ประกอบด้วย แนวข้อสอบทุกวิชาที่ใช้สอบของแต่ละหน่วยงาน พร้อมเฉลย


สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อที่
เบอร์โทรศัพท์ : 089-505-3767 (อาจารย์ทอป) +LINE
E-Mail : Tutortoptop@gmail.com
FanPage : https://www.facebook.com/perdsobrachakan

Line:

ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้า และชำระเงิน:
1. ชำระค่าสินค้าผ่านหมายเลขบัญชี
เลขที่บัญชี 575-2-32490-7 ภาณุพงษ์ ธนูทอง ออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ
*โปรด เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐานด้วย *
2. โอนเงินแล้วแจ้งรายละเอียดทาง
 E-Mail , SMS , LINE , Whats App , Facebook


------>> โดยใส่ข้อความแจ้งดังต่อไปนี้ <----
- เวลาที่โอน ให้ดูที่ใบสลิปธนาคารเป็นหลัก 
- ข้อสอบที่สั่งซื้อ หน่วยงาน และตำแหน่ง
- E-Mail และ เบอร์โทรติดต่อกลับ


แนวข้อสอบเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 22, 2014, 07:23:30 pm โดย toptop »

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบที่จะออกสอบ

1.        พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528  ตราเป็นกฎหมายเมื่อใด

ก.       20  มกราคม  2528                                                               ค. 20  มิถุนายน  2528

ข.       20  มีนาคม  2528                                                 ง. 20  สิงหาคม  2528

ตอบ  ง. 20  สิงหาคม  2528

2.        การบริหารกรุงเทพมหานครประกอบด้วยกี่ส่วน

ก.       ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  ประธานสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ข.       ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ค.       ประกอบด้วย  3 ส่วน   คือ  ประธานสภากรุงเทพมหานคร , ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขต

ง.       ประกอบด้วย  3 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร , ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต

ตอบ  ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

3.        ประธานสภา และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร จะดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภากรุงเทพมหานครได้เมื่อใด

ก.       เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศรายชื่อ

ข.       เมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครประกาศรายชื่อ

ค.       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อ

ง.       ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก

ตอบ    ง. ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก

4.        ในปีหนึ่งกฎหมายได้บัญญัติให้มีสมัยประชุมสามัญของสภากรุงเทพมหานครไว้อย่างไรฃ

ก.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน  2  สมัย

ข.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน  3  สมัย

ค.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  2  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  3  สมัย

ง.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  3  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  4  สมัย

ตอบ   สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  3  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  4  สมัย

5.        คณะกรรมการสามัญของสภากรุงเทพมหานคร มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละกี่ปี

ก.       1  ปี                                                                         ค.  3 ปี

ข.       2  ปี                                                                         ง.  4  ปี

ตอบ   ข. 2  ปี

6.        ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประจำรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกตำแหน่งว่าอย่างไร

ก.       เลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                          ค. ผู้ช่วยเลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ข.       เลขนุการผู้ว่ารองราชการกรุงเทพมหานคร   ง. เลขนุการรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตอบ  ค. ผู้ช่วยเลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

7.        ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาและคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้จำนวนกี่คน

ก.       จำนวน   7  คน                                                     ค. จำนวน  9  คน

ข.       จำนวนไม่เกิน  7  คน                                          ง. จำนวนไม่เกิน  9  คน

ตอบ  ง. จำนวนไม่เกิน  9  คน

8.     ผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการใดของกรุงเทพมหานครที่มีผู้บังคับบัญชาเป็นข้าราชการการเมือง

ก.       สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

ข.       สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ค.       สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ง.       สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร

ตอบ   ข. สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

9.     ประธานสภาเขต และรองประธานสภาเขต ดำรงตำแหน่งตามวาระได้คราวละกี่ปี

ก.       1  ปี                                                                         ค.  3  ปี

ข.       2  ปี                                                                         ง.  4  ปี

ตอบ   ก. 1  ปี

10.      ใครเป็นผู้นัดประชุมสมาชิกสภาเขตเพื่อให้สมาชิกสภาเขตมาประชุมเป็นครั้งแรก

ก.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                 ค. ประธานสภากรุงเทพมหานคร

ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                                           ง. ผู้อำนวยการเขต

ตอบ  ง. ผู้อำนวยการเขต




11.     ข้อใด กล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ก.       รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่อาจปฏิบัติราชการได้

ข.       กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้รักษาราชการแทนคือปลัดกรุงเทพมหานคร

ค.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ง.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตอบ   ง. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา




12.     พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเข้าไปในอาคารหรือบริเวณที่ตั้งอาคารที่มีเหตุผลอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้ในเวลาใด

ก.       เวลา  06.00 น. ถึง 18.00 น.

ข.       เวลา  06.00 น. ถึง 17.00 น.

ค.       เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

ง.       เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น

ตอบ  ง. เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น

13.     ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครแล้วจะถือใช้เป็นกฏหมายได้ใครเป็นผู้ลงนาม (กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สภากรุงเทพมหานครภายใน  30 วัน นับแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร)

ก.       ประธานสภากรุงเทพมหานคร                                         ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                                           ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ตอบ   ก. ประธานสภากรุงเทพมหานคร







14.ใครเป็นผู้เสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณา

ก.       ประธานสภากรุงเทพมหานคร                         ค. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                           ง. ราษฎร์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร

ตอบ   ข. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

15.     กรุงเทพมหานครมีอำนาจออกข้อบัญญัติให้เก็บภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และก๊าซปิโตรเลียมที่ขายในเขตกรุงเทพมหานครไม่เกินลิตรละกี่สตางค์

ก.       ไม่เกินลิตรละ  5  สตางค์                                    ค. ไม่เกินลิตรละ  25  สตางค์

ข.       ไม่เกินลิตรละ 10  สตางค์                                  ง. ไม่เกินลิตรละ  50  สตางค์

ตอบ  ก. ไม่เกินลิตรละ  5  สตางค์

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- การบริหารทรัพยากรบุคคล การออกจากงานและการเกษียณอายุงาน
- รางวัลและการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง
- การประเมินสมรรถนะระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
- การวางแผนกำลังคน
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 1
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 2

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ กทม.
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบการออกแบบระบบฐานข้อมูล (อัตนัย)
- หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
- แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย
- แนวข้อสอบการพัฒนาระบบงาน _Web Application
- แนวข้อสอบเรื่องซอฟแวร์คอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบเรื่องฮาร์ดแวร์


ตัวอย่างแนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ กทม.

เว็บไซต์ (Web Site )หมายถึง
ก. หน้าเอกสารต่าง ๆ ในเว็บไซต์                              ข.  กลุ่มของเว็บเพจ
ค.  หน้าหลักของเว็บเพจ                                              ง.  หน้าแรกของเว็บไซต์
ตอบ  ข.

2. ภาษาใดไม่เหมาะจะทำเว็บ Web Application
ก.  HTML                                                                       ข. ASP
ค. PHP                                                                             ง.  JSP
ตอบ  ก.

3. การออกแบบระบบฐานข้อมูลและ พัฒนาโปรแกรมในการเชื่อมโยงกับเว็บเพจ หมายถึงข้อใด
ก.  Web datadase                                                           ข.  Application development)
ค.  Application datadase                                             ง.  Web application
ตอบ  ง.

4. โปรแกรมใดต่อไปนี้ที่ใช้ในการเขียนเว็บไซต์โดยไม่ต้องใช้คำสั่ง HTML
ก.  โปรแกรม Visul Basic 6                                        ข.  โปรแกรม Flash MX
ค.  โปรแกรม HTML                                                   ง.  โปรแกรม Dreamweaver MX
ตอบ  ง.

5. Database design หมายถึงข้อใด
ก.  งานพัฒนาโปรแกรม                                              ข.  งานออกแบบฐานข้อมูล
ค.  การวิเคราะห์และสรุปความต้องการ                    ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ  ข.

6. โปรแกรมใดเป็นโปรแกรมจำลอง server  ในเครื่องของเรา
ก.  AppServ                                                                 ข.  Dreamweaver
ค.  Flash                                                                          ง.  Visul Basic
ตอบ  ก.

7. พื้นที่ ที่ใช้ในการสร้างและออกแบบหน้าเว็บเพจ
ก.  กลุ่มของพาเนล ( Panel Groups )                     
ข. แถบเครื่องมือ ( Insert Bar )
ค.  ส่วนหน้าต่าง ( Properties)                                 
ง.  หน้าต่างเว็บเพจ ( Document Toolbar )
ตอบ  ง.

8. เก็บรวบรวมกลุ่มคำสั่งทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ
ก.  กลุ่มของพาเนล ( Panel Groups )                     
ข.  แถบเครื่องมือ ( Insert Bar )
ค.  นหน้าต่าง ( Properties )                                     
ง.  หน้าต่างเว็บเพจ ( Document Toolbar )
ตอบ  ข.

9. ส่วนประกอบใดในโปรแกรม Dreamweaver MX ที่ใช้ในการตกแต่งสีและขนาดของตัวหนังสือ
ก. กลุ่มของพาเนล ( Panel Groups )                        ข.  แถบเครื่องมือ ( Insert Bar )
ค.  ส่วนหน้าต่าง ( Properties )                                  ง. หน้าต่างเว็บเพจ ( Document Toolbar )
ตอบ   ค.

10. ขั้นตอนแรกในการออกแบบระบบฐานข้อมูลและ พัฒนาโปรแกรมคือข้อใด
ก. การวิเคราะห์และสรุปความต้องการ                     ข.  การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม
ค.  การวางแผนและออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้     ง.  งานออกแบบฐานข้อมูล
ตอบ  ก.

11. โปรแกรมใดเป็นโปรแกรมสร้างฐานข้อมูลของ Web application
ก.  My Properties                                                          ข.  MySQL
ค.  Document Web                                                       ง.  SQL application
ตอบ  ข.

12. ส่วนใดของโปรแกรม Dreamweaver MX ที่รวมคำสั่งทั้งหมดในการใช้งานในโปรแกรม
ก.  หน้าต่าง Panel                                                         ข.  หน้าต่าง MX Tool

        ค.  แถบเครื่องมือ Insert Bar                                    ง.  หน้าต่าง Properties
       ตอบ  ข.

13. ขนาดของหน้าจอที่ใช้ในสร้างโฮมเพจนิยมใช้ขนาดเท่าใด
ก.  800 x 600 pixel                                                       ข.  400 x 600 pixel
ค.  760 x 420 pixel                                                       ง.  1024x 700 pixel
ตอบ  ก.

14. เทคนิคที่เพิ่มลูกเล่นตกแต่งหน้าเว็บเพจให้สวยงามคือข้อใด
ก.  ตกแต่งเว็บด้วยโปรแกรม EXE                           
ข.  ตกแต่งเว็บด้วยโปรแกรม Tool Book
ค.  ตกแต่งเว็บด้วยโปรแกรม ASP                           
ง.  ตกแต่งเว็บด้วยจาวาสคริป (java script )
ตอบ  ง.

15. การเรียกดูเอกสารหน้าเว็บเพจ ควรใช้โปรแกรมใด
ก.  โปรแกรม Web Browser                                       ข.  โปรแกรมเว็บมาสเตอร์ Web Master
ค.  โปรแกรมบราวเซอร์ Browser                              ง.  โปรแกรมประมวลผลคำ Word Processing
ตอบ  ก.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2013, 01:04:32 am โดย toptop »

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- การประกันคุณภาพการศึกษา
- แนวข้อสอบ การวัดและประเมินผลการศึกษา
- แนวข้อสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
- หลักการจัดการศึกษา

ตัวอย่างแนวข้อสอบ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ

1. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
 ก. มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนทุกระดับ ฯ
 ข. มุ่งพัฒนาคนไทยทุกคน ฯ
 ค. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับ ฯ
 ง. มุ่งพัฒนายกระดับการศึกษา ฯ

ตอบข้อ  ค. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับ ฯ

2. หลักการ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มีกี่ข้อ
  ก. 3 ข้อ
 ข. 4 ข้อ
 ค. 5 ข้อ
 ง. ุ6 ข้อ

ตอบข้อ  ง. ุ6 ข้อ

3. ข้อใด ไม่ใช่ หลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
 ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเอกภาพของชาติ
ข.. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเพื่อปวงชน
 ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างแน่นอนทั้งสาระการเรียนรู้ เวลาเรียน และการจัดการเรียนรู้
ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

ตอบข้อ ง. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย

4. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มีจุดมุ่งหมายกี่ข้อ
 ก. 3 ข้อ
 ข. 4 ข้อ
 ค. 5 ข้อ
 ง. 6 ข้อ

ตอบข้อ  ค. 5 ข้อ

5. ข้อใด ไม่ใช่ จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ก. มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
ข. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข (correct answer)
ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัยและรักการออกกำลังกาย
ง. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

ตอบข้อง. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน มี กี่สมรรถนะ
 ก.. 3 สมรรถนะ
 ข. 4 สมรรถนะ
ค. 5 สมรรถนะ
 ง. 6 สมรรถนะ

ตอบข้อ ค. 5 สมรรถนะ

7. ข้อใด ไม่ใช่ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 
ก.ความสามารถในการสื่อสาร
ข. คามสามารถในการคิด
ค. ความสามารถในการแก้ปัญหา
ง. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
จ. ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์

ตอบข้อ จ. ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์

8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มีกี่ข้อ
ก. 4 ข้อ
ข. 6 ข้อ
ค. 8 ข้อ
ง. 10 ข้อ

ตอบข้อ ง. 10 ข้อ

9. ข้อใด ไม่ใช่ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
 ก.รักชาติ
 ข. ซื่อสัตย์สุจริต
 ค. มีวินัย
ง. ใฝ่เรียนรู้

ตอบข้อ ก.รักชาติ

10. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ
ก. 2 ระดับ
 ข. 3 ระดับ
 ค. 4 ระดับ
 ง. 5 ระดับ

ตอบข้อ  ง. 5 ระดับ

11. ข้อใด คือระดับการศึกษาตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ก. ก่อนประถม ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
ข. การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาอุดมศึกษา
ค. ก่อนปริญญาตรี ปริญญาตรี
ง. ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย

ตอบข้อ ก. ก่อนประถม ประถมศึกษา มัธยมศึกษา

12. การศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ระดับใดจัดการศึกษาเป็นตัวชี้วัดช่วงชั้น
 ก. ป.1 ถึง ป.6
ข. ป.1 ถึง ม.3
ค. ม.1 ถึง ม.3
 ง. ม.4 ถึง ม.6

ตอบข้อ ง. ม.4 ถึง ม.6

13. ต 2.3 ม.4-6/3 ตัวเลข 2 หมายถึงข้อใด
 ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ 2 คณิตศาสตร์
 ข. สาระการเรียนรู้ที่ 2
 ค. มาตรฐานการเรียนรู้ที่ 2
 ง. ช่วงชั้นการเรียนรู้ที่

ตอบข้อ  ง. ช่วงชั้นการเรียนรู้ที่

14. ข้อใด ไม่ใช่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ก. กิจกรรมแนะแนว
 ข. กิจกรรมนักเรียน
 ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
 ง.กิจกรรมคุณธรรมจริยธรรม

ตอบข้อ ง.กิจกรรมคุณธรรมจริยธรรม

15. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 การศึกษาระดับใดมุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ พื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุล
ก. ก่อนประถมศึกษา
 ข. ประถมศึกษา
ค. มัธยมศึกษาตอนต้น
 ง. มัธยมศึกษาตอนปลาย

ตอบข้อ  ง. มัธยมศึกษาตอนปลาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2013, 01:02:57 am โดย toptop »

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน กทม
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
- แนวข้อสอบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ _อัตานัย
- แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย
- แนวข้อสอบระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ _อัตนัย
- แนวข้อสอบเรื่องซอฟแวร์คอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบเรื่องฮาร์ดแวร์


ตัวอย่างแนวข้อสอบ เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน กทม

1. ข้อมูลส่วนใดที่มีหน้าที่ในการเก็บรวมข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมเข้าด้วยกัน

                ก.  ไฟล์                                                                                 ข. ฟิลด์

                ค. ฐานข้อมูล                                                                        ง. เรคคอร์ด

ตอบ     ค. ฐานข้อมูล

2. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของ CPU ( Central  processing  Unit)

                ก. ควบคุมการทำงานของหน่วยต่างๆ                            ข. แสดงข้อความและภาพกราฟฟิกต่างๆ

                ค. คำนวณและเปรียบเทียบข้อมูล                                    ง. วิเคราะห์ข้อมูลก่อนส่งไปยังหน่วยต่างๆ

ตอบ  ข. แสดงข้อความและภาพกราฟฟิกต่างๆ

3. เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา  133 MHz คอมพิวเตอร์เครื่องนี้สามารถ

    ทำงานได้กี่ครั้งต่อนาที

                ก. 133 ครั้ง / วินาที                                                            ข. 13,300 ครั้ง/ วินาที

                ค. 1.33 ล้านครั้ง /วินาที                                               ง.  133 ล้านครั้ง / วินาที

ตอบ  ง.  133 ล้านครั้ง / วินาที

4.  ตัวแปรภาษาชนิดใดที่ใช้ในการแปลโปรแกรม ( Source Program) ที่เขียนขึ้นโดยภาษา C

                ก. แอสเซมเบอร์                                                                  ข.  คอมไพเลอร์

                ค. อินเตอร์พรีเตอร์                                                             ง. ไม่มีข้อถูก

ตอบ   ข.  คอมไพเลอร์

5.  ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่  People Ware

                ก. Operating  System                                                        ข.  System Analyst Designer

                ค. Programmer                                                                   ง. Data Entry  Operator

ตอบ  ก. Operating  System

6. บุคลากรทางคอมพิวเตอร์ในข้อใด เป็นผู้ระบุความต้องการว่าจะนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ

    ทำงานแต่ละด้าน

                ก.  ผู้ใช้ ( User)                                                                               ข.  ผู้ปฏิบัติการ ( Operating)

                ค. ผู้เขียนโปรแกรม (Programmer)                               ง. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)

ตอบ   ก.  ผู้ใช้ ( User)       

 

7. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ Programmer

                ก. ตรวจสอบและแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์

                ข. พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

                ค. วิเคราะห์และออกแบบระบบ

                ง. สร้างโปรแกรมประยุกต์

ตอบ   ค. วิเคราะห์และออกแบบระบบ

8.  ปัจจุบันคอมพิวเตอร์แบบใดที่นิยมใช้ตามบ้านมากที่สุด

                ก. Super  Computer                                          ข.  Mini  Computer

                ค.  Mainframe  Computer                               ง.  Micro  Computer

ตอบ  ง.  Micro  Computer

9. คอมพิวเตอร์ในข้อใด  มีความเร็วในการประมวลผลที่สูงที่สุด

ก. Super  Computer                                          ข.  Mini  Computer

                ค.  Mainframe  Computer                               ง.  Micro  Computer

ตอบ  ก. Super  Computer

10. ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน   ได้บัญญัติคำว่าคอมพิวเตอร์แปลว่าอะไร

                ก. คณิตกรณ์                                                         ข. สมองกล

                ค. เครื่องคิด                                                          ง.เครื่องคำนวณ

ตอบ  ก. คณิตกรณ์             

11. ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนใดเปรียบเทียบสมองของเครื่องกล

                ก. หน่วยรับข้อมูล  ( Input Unit)

                ข. หน่วยแสดงข้อมูล ( Output Unit)                                                                                                     

                ค. หน่วยประมวลผลกลาง ( Center Processing Unit)

                ง. หน่วยความจำสำรอง ( External Storage)

ตอบ  ค. หน่วยประมวลผลกลาง ( Center Processing Unit)

12.หน่วยประมวลผลกลางเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร

                ก.  หน่วยความจำกลาง                                      ข. ไมโครโปรเซสเซอร์

                ค. หน่วยความจำสำรอง                                     ง. หน่วยควบคุม

ตอบ  ข. ไมโครโปรเซสเซอร์

 

 

 

13. หน่วยวัดความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง คือข้อใด

                ก. เมกะเฮิรตช์ (MHz)                                       ข. เมกะบิต (Megabits)

                ค. กิกะเฮริตช์ ( GHz)                                        ง. ถูกทั้ง ข และ ค

ตอบ  ง. ถูกทั้ง ข และ ค

14. ข้อใดคือส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

                ก. หน่วยความจำสำรอง, หน่วยประมวลผลกลาง, หน่วยความจำหลัก

                ข. หน่วยรับข้อมูล, หน่วยประมวลผลกลาง, หน่วยแสดงผล

                ค. หน่วยรับข้อมูล, หน่วยประมวลผลกลาง, หน่วยแสดงผล, หน่วยความจำสำรอง

                ง. หน่วยรับข้อมูล, หน่วยประมวลผลกลาง,หน่วยควบคุม, หน่วยความจำหลัก

ตอบ   ค. หน่วยรับข้อมูล, หน่วยประมวลผลกลาง, หน่วยแสดงผล, หน่วยความจำสำรอง

15. การกระทำการเปรียบเทียบจะทำในส่วนใดของเครื่องคอมพิวเตอร์

                ก. หน่วยแสดงผลข้อมูล                                    ข. หน่วยเก็บข้อมูล

                ค. หน่วยประมวลผลกลาง                                ง. หน่วยสำรองข้อมูล

ตอบ  ข. หน่วยเก็บข้อมูล


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2013, 01:06:28 am โดย toptop »

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2552
- พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่
- งานทะเบียนราษฏร์และบัตรประชาชน
- พระราชบัญญัติ บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2554
- แนวข้อสอบงานทะเบียนราษฎร
- แนวข้อสอบงานบัตรประจำตัวประชาชน
- การบริหารแผนงาน นโยบาย โครงการ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ กทม
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านเหตุผล (คณิตศาสตร์)
- แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
- การสอบสัมภาษณ์
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
- ความรู้เบื้องต้นและนิยามอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม
- แนวข้อสอบ พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร  พ.ศ.2522
- พรบ.วัตถุอันตราย 2535
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ กทม
1. พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
 ก. 5 พฤศจิกายน 2550 ข. 6 พฤศจิกายน 2550
 ค. 25 พฤศจิกายน 2550 ง. 26 พฤศจิกายน 2550
 ตอบ ข. 6 พฤศจิกายน 2550
2. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ
 ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก
 ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ
 ตอบ ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ
3. ข้อใดคือสาธารณภัย พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
 ก. ภัยแล้ง ข. โรคระบาดในสัตว์
 ค. วาตภัย ง. ถูกทุกข้อ
 ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ
 ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก
 ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ
 ตอบ ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ
5. “การกระทำใดๆ อันเป็นการมุ่งทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐโดยมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ” เป็นความหมายของข้อใด
 ก. ภัยทางอากาศ ข. การก่อวินาศกรรม
 ค. อุบัติเหตุ ง. ภัยธรรมชาติ
 ตอบ ข. การก่อวินาศกรรม
6. ข้อใดไม่ใช่หน่วยงานของรัฐตามความหมายในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
 ก. กรมการปกครอง ข. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
 ค. กระทรวงมหาดไทย ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
 ตอบ ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
 
7. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่
 ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ข. องค์การบริหารส่วนตำบล
 ค. เทศบาล ง. เมืองพัทยา
 ตอบ ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
8. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่
 ก. องค์การบริหารส่วนตำบล ข. เมืองพัทยา
 ค. เทศบาล ง. กรุงเทพมหานคร
 ตอบ ง. กรุงเทพมหานคร
9. ข้อใดไม่ใช่จังหวัดตามความหมายของพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
 ก. ชลบุรี ข. เชียงใหม่
 ค. กรุงเทพมหานคร ง. อุบลราชธานี
 ตอบ ค. กรุงเทพมหานคร
10. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
 ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
 ตอบ ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
11. ข้อใดคือชื่อย่อของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ก. กปร. ข. กปช.
 ค. กปภ.ร. ง. กปภ.ช.
 ตอบ ง. กปภ.ช.
12. ผู้ใดเป็นประธานกรรมการคณะกรรมการการป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
 ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
 ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
 ตอบ ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
13. คณะกรรมการและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติมีจำนวนกี่คน
 ก. 12 คน ข. 13 คน
 ค. 22 คน ง. 23 คน
 ตอบ ง. 23 คน
 
14. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 ตอบ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
15. ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ข. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ค. ข้าราชการระดับ 8 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ง. ข้าราชการระดับ 7 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ตอบ ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
16. ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ข. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ค. คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ง. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
 ตอบ ค. คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
 ก. 1 ปี  ข. 2 ปี
 ค. 3 ปี ง. 4 ปี
 ตอบ ง. 4  ปี
18. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสามารถอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกี่วาระติดต่อกัน
 ก. 2 วาระ ข. 3 วาระ
 ค. 4 วาระ ง. 5 วาระ
 ตอบ ก. 2 วาระ
19. หน่วยงานใดของรัฐซึ่งมีหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ
 ก. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ข. กระทรวงกลาโหม
 ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. สำนักข่าวกรอง
 ตอบ ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
20. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
 ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ค. นายกรัฐมนตรี
 ง. คณะรัฐมนตรี
 ตอบ ง. คณะรัฐมนตรี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2013, 09:18:10 pm โดย toptop »

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


เทคนิคการทำข้อสอบ

กทม.เป็นส่วนราชการท้องถิ่นที่มีการบริหารงานบุคคลเป็นของตนเอง   ในแต่ละปี กทม.จะมีการเปิดสอบบุคคลภายนอกเพื่อเข้ารับราชการ ประมาณ 1 - 3 ครั้ง  ขึ้นอยู่กับงบประมาณและอัตราว่าง
          ในการสอบแข่งขันข้าราชการกรุงเทพแต่ละครั้งดูจะได้รับความสนใจมากพอสมควร   แต่ก็ไม่ถึงกับเฮกันมามืดฟ้ามัวดินเหมือนกับการสอบ ก.พ.  ทั้งนี้ก็เนื่องจากคนในกรุงเทพเองไม่ค่อยนิยมรับราชการ   ส่วนคนในต่างจังหวัดชอบที่จะรับราชการ   แต่ก็ติดปัญหาที่ถ้ารับราชการในกรุงเทพค่าครองชีพสูง  งานเยอะ  คนจึงมักจะหลีกเลี่ยงถ้าไม่จำเป็น  ยกเว้นเจอนักสอบมืออาชีพที่ขอสอบไว้ก่อนติดที่ไหนก็เอา   อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ  กลุ่มคนเก่งๆ มักจะใช้สนามสอบ กทม.ลองสนามพอสอบติดก็รับราชการไปพลางๆ เพื่อรอสอบส่วนราชการอื่น เป็นต้น  ปัจจุบันคณะกรรมการกรุงเทพมหานคร  จึงเน้นการให้สวัสดิการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจข้าราชการ กทม.  เช่น เงินค่าครองชีพ 2,000 บาท/เดือน  เงินค่าเสี่ยงภัย  5,000 บาท/เดือน   สำหรับข้าราชการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย   เงินค่าล่วงเวลา  เงินค่าพาหนะ  เงินเบี้ยเลี้ยง  และเงินพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย   รวมไปถึงเงินโบนัสปลายปีอีกประมาณ 1.5 - 2 เท่าของเงินเดือน   ทำให้ขวัญกำลังใจข้าราชการ กทม.มีมากขึ้น  การสอบแข่งขันก็จึงเริ่มรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน  ผนวกกับข้อสอบ กทม. ที่ถือว่าเป็นข้อสอบที่มหาหินหน่วยงานหนึ่งที่ใครก็มักจะขยาด  โดยเฉพาะการสอบภาค ก. ที่เซียนนักสอบถึงกับยกให้ว่าเป็น ภาค ก. ที่มหาโหดที่สุด  <ยกเว้นการสอบครั้งที่ 1/2553>  แถมด้วยการสอบ กทม. ที่ได้ชื่อว่า  "การสอบข้ามปี"  เพราะกระบวนการสอบเริ่มจาก  รับสมัครก็ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะประกาศผังสอบก็อีกเดือน  จนถึงวันสอบก็ผ่านไปอีกเดือน ยิ่งรอวันประกาศผลนานไปอีก 2 เดือน  กว่าจะได้สัมภาษณ์  สอบสุขภาพจิต  สอบพละ (สำหรับป้องกันบรรเทาสาธารณภัย)   เปิดเสร็จข้ามปีพอดี  แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ชาวนักสอบมั่นอกมั่นใจกับการสอบของ กทม. ก็คือความยุติธรรม  สนามสอบบางสนาม   สอบไปพะวงไปเพราะข่าวเรื่องเส้นสายมีจนมั่วไปหมด  แต่สำหรับ กทม. แล้วคนสอบสบายใจ  ใครเก่งก็ได้ไป
          ทีนี้มาดูเรื่องการสอบกัน  อันดับแรกดูที่ ภาค ก. จอมโหดด่านสกัดดาวรุ่ง  ภาค ก. ประกอบด้วยข้อสอบ 100 ข้อ โดยแยกสอบคือ
1.  วิชาความคิดวิเคราะห์เหตุผล คำนวณ 50 ข้อ  เริ่มสอบเวลา  09.00 น. - 10.30 น.
2. วิชาภาษาไทย  50 ข้อ  เริ่มสอบเวลา 10.30 น. - 12.00 น.ตกไม่ตกก็ดูกันที่ 2 วิชานี้แหละ
          วิชาแรกประกอบด้วย
1.  การบริหารงานราชการกรุงเทพมหานคร   สรุปก็คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528  ข้อสอบไม่ยาก ออก 5 ข้อ ถามพื้นๆ อ่านสรุปจะดีที่สุด
2. คอมพิวเตอร์พื้นฐาน 5 ข้อ  ไม่ว่าสอบกี่ครั้ง  คอมพิวเตอร์จะออกประเภทถ้าจะออกเรื่องไวรัสก็ออกไวรัสมันทั้ง 5 ข้อเลย  อย่างคราวสอบ 1/2552 ออกเรื่องอินเตอร์เน็ต   เขาก็ออกอินเตอร์เน็ตทั้ง 5 ข้อ  จะเปลี่ยนเรื่องออกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต้องเก็งข้อสอบให้ถูก
3. สดมภ์ A กับสดมภ์ B  เป็นการเปรียบเทียบสดมภ์ทั้งสองว่าอันไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน  หรือมีค่ามากกว่า  หรือข้อมูลไม่เพียงพอที่จะเปรียบเทียบ  ในสดมภ์จะมีทั้งการให้ข้อมูลมาเพื่อเปรียบเทียบหารให้คำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อเปรียบเทียบข้อสอบแบบสดมภ์  สมัยก่อนจะออก 10 ข้อ  ช่วงหลังๆ มามีแค่ 5 ข้อ
4. คณิตศาสตร์พื้นฐาน  5 ข้อ เช่นการหาความเร็วเฉลี่ย   การหาความยาวจากสามเหลี่ยมพิธากอรัส  การหาค่าในสมการ   ร้อยละ เป็นต้น
5. การนำข้อมูลมาเขียนในรูปของเซตวงกลม  เช่น โจทย์ให้มาว่า  (ก๊าซธรรมชาติ) (แอลพีจี) (เอ็นจีวี) (ก๊าซหุงต้ม)  แล้วให้เรานำไปเขียนในรูปเซตวงกลม  มีทั้งหมด 5 ข้อ
6. กราฟ  ตาราง  แผนภูมิ 5 ข้อ โดยโจทย์จะให้ตารางแสดงข้อมูลต่างๆ  ของกรุงเทฑมหานคร  เสร็จแล้วให้ตอบคำถามคล้ายๆ ข้อสอบ ก.พ. โจทย์แบบนี้ไม่ค่อยยาก  เพียงแต่ต้องรู้จักปัดตัวเลขให้เป็นตัวเลขลงตัว   จะได้นำมาคำนวณโดยประมาณเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการคิดหาคำตอบ
7. เงื่อนไขทางภาษา  เหมือนกับข้อสอบของ ก.พ. เราต้องรู้จักเขียนตารางเพื่อนำเงื่อนไขเหล่านั้นไปลงตาราง  ข้อสอบแบบนี้ถ้าลงตารางถูกก็ถูกหมดทุกข้อ  แต่ถ้าลงผิดก็เรียบร้อยทั้งหมด  ข้อสอบมี 10 ข้อ แต่บางครั้งก็จะมีเงื่อนไขสั้นๆ  ซึ่งเราต้องนำไปเขียนเป็นกราฟเป็นเซต   หรือเขียนเป็นรูปภาพเพื่อหาคำตอบ  โจทย์จะให้เงื่อนไขทางภาษามาเป็นชุดๆ  ชุดละ 3-5 ข้อ  แต่รวมแล้วก็ 10 ข้อ
8. การวิเคราะห์ข้อมูลเพียงพอ  โดยให้ข้อมูล A กับข้อมูล B มา  จะคล้ายสดมภ์  มีวิธีคิดลักษณะเดียวกัน  มี 5 ข้อ
9. การสรุปความเชิงตรรกวิทยา  5 ข้อ
10. อุปมา - อุปไมย 5 ข้อ เช่น   โจทย์   ขยะ : ปุ๋ย   คำตอบคือ  ? : ?
         สรุปข้อสอบความคิดวิเคราะห์เหตุผล  มี 50 ข้อ  1 ชั่วโมง 30 นาที
ข้อสอบวิชาภาษาไทย  50 ข้อ  1 ชั่วโมงครึ่ง
1.  การเรียงลำดับข้อความ 5 ข้อ   เป็นการให้ข้อความมาในตัวเลือก 1-5 แล้วถามว่าข้อความใดอยู่ลำดับที่เท่าไร  เช่นถามว่า   ข้อความใดอยู่ในลำดับที่ 3  เป็นต้น   วิธีคิด  ก็ต้องหาประโยคแรกให้เจอก่อน  (ส่วนมากแล้วจะขึ้นต้นด้วยคำนาม) หลังจากนั้นก็เริ่มเรียงตามลำดับของประโยคที่มีทั้งภาคประธานและภาคแสดง
2.  คำและกลุ่มคำ 5 ข้อ โดยโจทย์จะให้ข้อความมาแล้วเว้นช่องว่างไว้ 2 ช่อง ให้เรานำคำหรือกลุ่มคำไปเติมเพื่อให้ประโยคถูกต้องสมบูรณ์  เราต้องศึกษาความหมายของคำให้เยอะๆ เช่นคำว่า "ผุด" กับ "พลุด" ต่างกันอย่างไร  หรือคำว่า  "ชาติ" , "ชาด"  ใช้ต่างกันอย่างไรเป็นต้น
3.  การหาว่าตัวเลือกใดใช้ประโยครัดกุม  ถูกต้องตามหลักภาษา  10 ข้อ ในแต่ละตัวเลือกจะให้ประโยคมาแล้วเราก็ต้องพิจารณาว่าตัวเลือกไหนถูกต้องรัดกุม   ซึ่งเราต้องเข้าใจเรื่องประโยคภาษาต่างประเทศ การใช้คำกำกวม  การใช้ระดับของภาษาอย่างถูกต้อง   สุดท้ายก็ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์ของภาษาไทย  และบางครั้งโจทย์ก็จะถามในทางตรงกันข้ามว่า  ข้อใดไม่ถูกต้องรัดกุมตามหลักภาษา
4.  การตีความสรุปความโดยให้อ่านบทความยาว  แล้วสรุปความและตอบคำถาม   บทความยาวหนึ่งบทความใช้ตอบคำถาม 2-3 ข้อ  ฉะนั้นจึงต้องอ่านแล้วจับใจความให้ดีด้วยความเร็ว  ไม่งั้นทำไม่ทันแน่นอน  ข้อสอบตีความ  สรุปความมีทั้งหมด  10 ข้อ
5.  การหาคำตรงข้าม  5 ข้อ เขาจะให้ข้อความสั้นๆ แล้วขีดเส้นใต้คำแล้วให้หาคำตรงข้าม  นอกจากเราจะต้องรู้ความหมายของคำแล้ว  เรายังต้องเข้าใจข้อความนั้นๆ ด้วย  เพราะที่อยู่ของคำต่างกัน  จะทำให้ความหมายของคำต่างกันด้วย
6.  การหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน  5 ข้อ  จะคล้ายๆ กับเรื่องที่ 5 ก็คือรู้ความหมายของคำและตำแหน่งของคำในข้อความนั้นๆ
7.  การตีความสรุปความจากประโยคหรือข้อความสั้นๆ  10 ข้อ  ก็คือ  โจทย์ให้ข้อความสั้นๆ มา เราต้องสรุปความหมายให้ได้ว่าตรงกับตัวเลือกใด
วิชาเฉพาะตำแหน่ง   กรุงเทพมหานคร
 1.  ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2   (ข้อสอบ  100 ข้อ  3 ชั่วโมง  เริ่มสอบ 13.00 - 16.00 น.)
     1.1 หลักการบัญชีและงบประมาณ
            เป็นวิชาที่ออกเยอะที่สุด อย่างน้อย 60 ข้อ ข้อสอบมีทั้งความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบัญชี  การจัดทำบัญชีเงินสด  บัญชีเงินฝากธนาคาร  บัญชีแยกประเภท  การจัดทำรายงานการเงิน  ทะเบียนคุมเงิน  ทะเบียนคุมฎีกา  การตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีและเงินฝากธนาคาร  การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี  การตั้งฎีกาเบิกเงินและตรวจสอบใบสำคัญเบิกเงินบางหมวดรายจ่าย
     1.2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
            - ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ
            - ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการพัสดุ
            - ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน  การเบิกจ่ายเงิน  การเก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  และการตรวจเงิน
            - ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกำหนดประเภท รายรับ - รายจ่าย  และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณ
            - ระเบียบงานสารบรรณ (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยงานสารบรรณ  พ.ศ. 2526   และ ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการปฏิบัติงานสารบรรณ  พ.ศ.2546)
2.  ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ 2   (ข้อสอบ 100 ข้อ  3 ชั่วโมง  เริ่มสอบเวลา 13.00 - 16.00 น.)
     2.1  ข้อบัญญัติว่าด้วยการพัสดุกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2538 และ ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุของการพาณิชย์กรุงเทพมหานคร  พ.ศ. 2538  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหา  จัดซื้อ  จัดจ้าง  การตรวจรับ  การจัดทำทะเบียนพัสดุ  การเบิกจ่าย  การนำส่ง  การเก็บรักษา  การควบคุมทะเบียนพัสดุ (ตามระบบเกณฑ์คงค้าง)  การซ่อมแซมและบำรุงรักษาพัสดุ  การเก็บรักษาใบสำคัญ  หลักฐาน และ เอกสารเกี่ยวกับพัสดุ  การจำหน่าย  และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง  (ออกรวมแล้วประมาณ 80 ข้อ)
     2.2  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ  พ.ศ. 2526  และระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการปฏิบัติงานสารบรรณ  พ.ศ. 2546  (ออกประมาณ 20 ข้อ)
3.  ตำแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2   (ข้อสอบ  100 ข้อ  3 ชั่วโมง   เริ่มสอบเวลา 13.00 - 16.00 น.)
     3.1  พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  พ.ศ. 2550   การสำรวจตรวจตราเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัย   การป้องกันและบรรเทาอันตรายจากอุทกภัย  วาตภัย  และภัยอื่นๆ
     3.2  พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร  พ.ศ. 2522  ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 28  และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4  ประกาศคณะปฏิวัติ  ฉบับ 103   และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัย  และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
     3.3  การฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย
     3.4  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526  และระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ  พ.ศ.2546
การสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
     1.  ทดสอบสุขภาพจิต หรือ การทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งก่อนการสัมภาษณ์โดยการสอบข้อเขียน  30 คะแนน
           เป็นการทดสอบสภาพของจิตว่าเหมาะสมที่จะรับราชการซึ่งถือว่าเป็นผู้รับใช้ประชาชน  ฉะนั้น การทดสอบสุขภาพจิตจึงเป็นการทดสอบเพื่อให้รู้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าสู่ระบบราชการไม่ใช่เป็นการทดสอบว่าบ้าหรือไม่บ้า  มีการสอบหลายรูปแบบ คือ
     1.1  การมองจุดให้เป็นรูปภาพ   10 ภาพ
             เมื่อเราเข้าไปในห้องประชุมชั้น 6 โรงพยาบาลวชิรพยาบาล  เขาก็จะเริ่มอธิบายการสอบสุขภาพจิต  หลังจากนั้นเขาก็จะเริ่มฉายภาพขึ้นบนจอขนาดใหญ่  ในจอภาพเราจะเห็นเป็นจุดๆ เต็มไปหมด  เขาก็จะถามว่าเรามองเห็นเป็นภาพอะไร  และภาพก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีทั้งหมด 10 ภาพ
     1.2  ให้วาดภาพตามคำสั่ง
             เช่น  มีกระดาษ 2 แผ่น  เขาจะสั่งให้เอาแผ่นที่ 1 ขึ้นมา  แล้วสั่งว่าจงวาดรูปคน   ผ่านไปสักครู่เขาจะสั่งให้เอากระดาษแผ่นที่ 2 ขึ้นมา แล้วสั่งว่าจงวาดรูปคนที่เป็นเพศตรงข้ามที่วาดครั้งแรก   สรุปก็คือ  จุดประสงค์เขาจะดูว่าภาพแรกเราวาดเพศใด  ที่ถูกคือ ภาพที่ 1 ควรวาดคนเพศเดียวกับเรา  แล้วเขาต้องการดูว่าภาพสมดุลกับกระดาษหรือไม่  คนยิ้มแย้มแจ่มใสหรือเปล่า ใส่เสื้อผ้าให้รูปภาพหรือเปล่า  มีองค์ประกอบร่างกายครบไหม   เพื่อประกอบการพิจารณาทางจิต    หรือเขาอาจสั่งวาดรูปต้นไม้  ใครวาดต้นตาล ต้นมะพร้าวก็เสร็จเลยเพราะข้าราชการต้องเป็นที่พึ่งพิงของคนอื่นได้  จะอยู่โดดเดี่ยวเหมือนต้นตาล ต้นมะพร้าวไม่ได้  ต้องวาดภาพต้นไม้ใหญ่มีกิ่งก้านสาขา  มีต้นไม้แวดล้อม มีนกมาเกาะ วาดภาพให้สมดุลกับกระดาษ
     1.3  ทำข้อสอบ 187 ข้อให้เวลา 1 ชั่วโมง  ข้อสอบมี 3 ตัวเลือก คือ 1. ใช่   2. ไม่แน่ใจ   3. ไม่ใช่    ข้อสอบจะถามความเป็นตัวของเราไม่มีวิชาการ   ถามคำภามคล้ายๆกัน เพื่อให้เรางง  เหมือนคนถูกสอบสวนนั่นล่ะ  เช่น ข้อสอบถามว่าคุณเป็นคนใจเย็นใช่หรือไม่  แล้วเราตอบว่าใช่  สักครู่เขาจะถามว่า เวลามีคนขับรถปาดหน้าคุณจะตอบโต้ทันที  แล้วตอบใช่อีกรับรองมีโอกาสตกสูง    สรุปแล้วข้อสอบสุขภาพจิต  เราต้องตอบให้เราเป็นคนดี  เป็นคนใจเย็น  ยิ้มแย้มแจ่มใส  รักการบริการ  อดทน  ขยัน  มองโลกในแง่ดี  รักครอบครัว  พูดจาดี  สรุปอะไรดีๆ นั่นล่ะถึงจะผ่าน  แต่ดีจนกรรมการอ้วกก็เกินไป  แต่ที่จะตกก็ตรงให้การขัดแย้งบ่อยๆ นั่นล่ะ แล้วก็ต้องทำให้ทันถ้าไม่ทันอย่าเดาเพราะข้อท้ายๆ เขาจะถามว่า  เท่าที่คุณให้การมาทั้งหมดคุณให้การเท็จใช่หรือไม่  เผอิญเดา "ใช่"  หมดเลยก็จบกันพอดี
     2.  การสอบสัมภาษณ์  70 คะแนน
           ไม่มีอะไรมากคำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัว  จะมีคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งที่สอบบ้าง เช่น การเงิน  การบัญชี  เขาก็จะถามว่า ได้ขึ้นไปดูกองคลังหรือยัง  ถ้าดูแล้วเห็นบอร์ดข้างหน้าไหม  เขาเขียนว่าอะไร แล้วใครเป็นหัวหน้ากองคลัง  รู้ไหมว่าถ้าได้ทำงานจะทำงานยังไง  จะย้ายกลับบ้านหรือเปล่า (ใครตอบว่าย้ายก็เตรียมตัวซวย) ถ้าเจอการทุจริตในหน่วยงานจะทำอย่างไร  หรือถ้าเป็นคำถามส่วนตัวเขาก็มักจะถามานเดิม (อย่าดูถูกงานเดิมเด็ดขาด)  แต่ก็พอสรุปการให้คะแนนได้ดังนี้
     1.  การแต่งกาย
     2.  บุคลิกท่าทาง
     3.  กริยามารยาท
     4.  ท่วงทีวาจา
     5.  การตอบคำถาม
     อย่าตื่นเต้น  ให้ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไว้  มั่นใจในตนเอง  ใช้น้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็สุภาพเรียบร้อย
     3.  การสอบพละ
           สำหรับตำแหน่งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2  ต้องสอบพละเป็นของแถม  มีการสอบหลายรายการแต่ไม่ต้องกลัว  เพราะรายการโหดๆ มีแค่ 2 รายการ คือ  วิ่ง 1,000 เมตร ภายใน 5 นาที กับ ว่ายน้ำ 50 เมตร  ภายใน 1 นาที 20 วินาที   นอกนั้นไม่ต้องกังวลผ่านอยู่แล้ว  แต่ไอ้ 2 รายการที่ว่านี่ซิ ถ้าไม่ซ้อมมามีหวังตายกับตาย  สรุปก็คือ ซ้อมมาเยอะๆ อย่าได้ไปซ้อมยกแก้วให้มากเท่านั้นก็ผ่านสบาย  ขอให้โชคดีกับการสอบครับ

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน
1. แนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์)
2.แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย
3. ข้อสอบความรอบรู้ในการปฎิบัติราชการ
-แนวข้อสอบการปกครองท้องถิ่น หลักธรรมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
-แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
-แนวข้อสอบกฎหมายระเบียบข้าราชการและบุคคลากรกรุงเทพมหานคร
-แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารราชการ
-แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
-แนวข้อสอบ กทม.ระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  และการตรวจเงิน พ.ศ. 2530
-แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยงานสารบัญ
- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องรถราชการ พ.ศ.2529
- แนวข้อสอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการพัสดุ พ.ศ.2538
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเงินและการงานคลัง
- แนวข้อสอบระเบียบ กทม.ว่าด้วยการกำหนดประเภทรายรับ – รายจ่าย และการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณ 2533


แนวข้อสอบ ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. 2530
1. ข้อใดมิใช่หัวหน้าหน่วยงาน
ก. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ข. ปลัดกรุงเทพมหานคร
ค. ผู้อำนวยการสำนัก
ง. เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
ตอบ ก. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
 ข้อ 4 ในระเบียบนี้
 “หัวหน้าหน่วยงาน” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้ากอง เลขานุการสำนัก ผู้อำนวยการเขต หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
2. ผู้มีอำนาจจะมอบอำนาจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ต้องดำเนินการอย่างไร
ก. ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ
ข. ทำเป็นคำสั่ง
ค. ทำเป็นคำสั่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง. ทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร
ตอบ ก. ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ
 ข้อ 6 ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ หากเกิดการเสียหายขึ้นผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
3. การจะมอบอำนาจให้แก่บุคคลใด จะต้องคำนึงถึงสิ่งใดต่อไปนี้
ก. ฐานะการเงินและความตรงต่อเวลา
ข. ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ
ค. ความซื่อสัตย์และชื่อเสียง
ง. ตำแหน่งหน้าที่และฐานะการเงิน
ตอบ ข. ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ
 ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
4. เมื่อมีการมอบอำนาจเป็นที่เรียบร้อยและหากเกิดความเสียหายขึ้น ผู้ใดจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
ก. ผู้มอบอำนาจเพียงผู้เดียว
ข. ผู้รับมอบอำนาจเพียงผู้เดียว
ค. หัวหน้าของผู้มอบอำนาจ
ง. ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ตอบ ง. ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
 ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
5. ระเบียบฉบับนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการเงินในข้อใด
ก. งบประมาณจากสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. งบประมาณจากรัฐบาล
ค. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
ง. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐวิสาหกิจ
ตอบ ค. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
 ข้อ 7 ระเบียบนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
6. ข้อใดมิใช่ฎีกาเบิกเงิน
ก. ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ
ข. ฎีกาเบิกเงินรายรับตามงบประมาณ
ค. ฎีกาเบิกเงินเดือนและค่าจ้าง
ง. ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ
ตอบ ข. ฎีกาเบิกเงินรายรับตามงบประมาณ
 ข้อ 9 ฎีกาเบิกเงิน มีดังนี้
(1) ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ (ยกเว้นเงินเดือนและค่าจ้าง)
(2) ฎีกาเบิกเงินเดือนและค่าจ้าง
(3) ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ
(4) ฎีกาเบิกเงินนอกจาก (1) (2) และ (3)
7. หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น หรือหัวหน้าหน่วยงานในหน่วยงานเดียวกันเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามข้อใด
ก. ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิก
ข. ส่งสำเนาบัตรประชาชนผู้เบิก
ค. ส่งหนังสือมอบอำนาจให้แก่ผู้เบิก
ง. ส่งสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการผู้เบิก
ตอบ ก. ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิก
 ข้อ 11 หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น หรือหัวหน้าหน่วยงานในหน่วยงานเดียวกัน หรือหัวหน้างานในสำนักงานเขตเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้ โดยให้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิกเพื่อขอทำความตกลงกับสำนักการคลังก่อนทำการเบิกเงิน
8. ฎีกาขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยากจำนวนเงินที่ขอเบิกทั้งตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจนห้ามขูดลบ หากผิดพลาดจะต้องแก้ไขอย่างไร
ก. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน
ข. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้ฝ่ายบัญชีลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ค. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ง. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้หัวหน้าผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ตอบ ค. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
 ข้อ 13 ฎีกาขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยากจำนวนเงินที่ขอเบิกทั้งตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจน ห้ามขูดลบ หากผิดพลาดก็ให้แก้ไขโดยวิธีฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้นด้วย
 การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาของเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิด คำว่า “ตัวอักษร” หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงินอย่าให้มีช่องว่างที่จะพิมพ์หรือจำนวนเพิ่มเติมให้สูงขึ้นได้
9. การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาของเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร มีข้อปฏิบัติตามข้อใด
ก. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดด้านซ้ายของช่องตัวอักษร
ข. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดคำว่า “ตัวอักษร”
ค. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดด้านขวาของช่องตัวอักษร
ง. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกในช่องตัวอักษรแบบไหนก็ได้
ตอบ ข. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดคำว่า “ตัวอักษร”
 ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
10. การตั้งฎีกาเบิกเงินจะต้องระบุสิ่งใดลงไปด้วย
ก. ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย
ข. ระบุหน่วยงานที่เบิกเงินนั้น
ค. ระบุชื่อผู้ที่เบิกเงิน
ง. ระบุวันที่ตั้งฎีกาเบิกเงิน
ตอบ ก. ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย
 ข้อ 14  การตั้งฎีกาเบิกเงินให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย โดยต้องได้รับการทวงหนี้หรือใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน จึงตั้งฎีกาเบิกเงินได้
 ห้ามมิให้หน่วยงานใดเบิกเงินไปเพื่อเตรียมจ่ายล่วงหน้าและรักษาเงินไว้เกินสิบห้าวัน

toptop

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 237


1. กรุงเทพมหานคร เดิมเรียกว่าอะไร
ก. เมืองบางมะกอก                                                          ค. เมืองบางโคก
ข. เมืองบางกอก                                                                ง. เมืองบางเกาะ
ตอบ   ข. เมืองบางกอก
2. ข้อใด คือที่มาของคำว่า  บางกอก
ก. บางเกาะ                                                                          ค. บางมะกอก
ข. บางโคก                                                                           ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
3. พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองอะไร
ก. เมืองธนบุรีศรีสมุทร                                                     ค. เมืองธนบุรี
ข. เมืองธนบุรีศรีสุนทร                                                     ง. เมืองศรีธนบุรี
ตอบ   ก.  เมืองธนบุรีศรีสมุทร
4. บริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทย เรียกว่าอะไร
ก. นิวอัมสเตอร์ ค. นิวอัมสตรอง
ข. นิวอัมสเตอร์ดัม                                                             ง. นิวอัมสตรองดัม
ตอบ    ข. นิวอัมสเตอร์ดัม
5. บริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทยมีชุมชนใหญ่และโกดังของชาวต่างประเทศไว้สำหรับพักสินค้า ปัจจุบันคือพื้นที่อำเภอใด
ก. อำเภอพระนคร                                                             ค.  อำเภอพระประแดง
ข. อำเภอบางกอกน้อย                                                      ง. อำเภอทุ่งครุ
ตอบ    ค. อำเภอพระประแดง
 
 
 
6. การเปลี่ยนชื่อพระนครจาก บวรรัตนโกสินทร์ เป็น อมรรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นในรัชสมัยใด
ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ข. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ง. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ   ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
7.  ใน พ.ศ. 2552 กรุงเทพมหานครเป็นเมืองค่าครองชีพสูงสุดอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศใด
ก. เวียดนาม ค. จีน
ข. สิงคโปร์                                                                          ง. มาเลเซีย
ตอบ   ข.  สิงคโปร์
8. กรุงเทพมหานครมีค่าครองชีพสูงสุดเป็นอันดับที่เท่าใดของโลก
ก. 65  ของโลก                                                                    ค.  67  ของโลก
ข. 66 ของโลก                                                                     ง.  68  ของโลก
ตอบ    ข.  66 ของโลก
9. กรุงเทพฯได้รับการประกาศ ให้เป็นเมืองหนังสือโลก หรือ World Book Capital ประจำปี พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2553                                                                       ค. พ.ศ. 2555
ข. พ.ศ. 2554                                                                       ง. พ.ศ. 2556
ตอบ   ง.  พ.ศ. 2556
10. กรุงเทพมหานครมีเขตการปกครองจำนวนกี่เขต
ก. 47  เขต                                                                            ค.  49  เขต
ข. 48  เขต                                                                            ง.  50  เขต
ตอบ  ง.  50  เขต
11. เขตใดในกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่น้อยที่สุด
ก. เขตสัมพันธวงศ์  ค. จตุจักร
ข. เขตหนองจอก                                                                ง. หนองแขม
ตอบ   ก.  เขตสัมพันธวงศ์ ( มีพื้นที่  1.416  ตร.กม. )
 
12. เขตใดในกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่มากที่สุด
ก. เขตสัมพันธวงศ์  ค. จตุจักร
ข. เขตหนองจอก                                                                ง. หนองแขม
ตอบ    ข.  เขตหนองจอก    ( มีพื้นที่  236.261ตร.กม )
13. กรุงเทพมหานครมีลักษณะเป็นเขตการปกครอง
ก. ปกครองพิเศษ                                                              ค. ปกครองส่วนจังหวัด
ข. ปกครองส่วนท้องถิ่น                                                  ง. ถูกทั้ง  ก  และ  ค
ตอบ   ก.  ปกครองพิเศษ   
14. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็น
ทบวงการเมือง มีฐานะเป็นอะไร
ก. ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น                                      ค. ราชการบริหารส่วนตำบล
ข. ราชการบริหารส่วนจังหวัด                                       ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ  ก.  ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
15. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ได้มาจาก
ก. การสรรหา                                                                    ค. การเลือกตั้ง
ข. การสรรหาและเลือกตั้ง                                              ง. การคัดเลือก
ตอบ  ค. การเลือกตั้ง