ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: ((เปิดสอบ)) แนวข้อสอบกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ภาค ก ท้องถิ่น ปี 59  (อ่าน 29491 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานสุขาภิบาล ระดับ 2
- ความรู้พื้นฐานมลพิษสิ่งแวดล้อม
- แนวข้อสอบ พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
- พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหาร
- แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ.ที่ ม.ราม ออกให้  ใช้สอบทั่วประเทศ
- แนวข้อสอบเก่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน อปท
- แนวข้อสอบนักวิชาการสุขาภิบาล 




แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและ
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง  พ.ศ. ๒๕๓๕
1. ระเบียบฉบับนี้ให้ยกเลิกระเบียบฉบับใด
ก. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๒
ข. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
ค. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๔
ง. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๕
ตอบ       ข.  พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
       มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
2. ผู้รักษาการตามระเบียบฉบับนี้คือใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ตอบ       ค.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
                มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้  และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง
                กฎกระทรวงนั้น  เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว  ให้ใช้บังคับได้
 
 
3. เจ้าพนักงานท้องถิ่น  หมายความว่า
ก. นายกเทศมนตรี
ข. ประธานกรรมการสุขาภิบาล
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้
 “เจ้าพนักงานท้องถิ่น”  หมายความว่า
(๑) นายกเทศมนตรี  สำหรับในเขตเทศบาล
(๒) ประธานกรรมการสุขาภิบาล  สำหรับในเขตสุขาภิบาล
(๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด  สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
(๕) ปลัดเมืองพัทยา  สำหรับในเขตเมืองพัทยา
(๖) หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น  สำหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
4. ผู้ใดขับขี่รถซึ่งบรรทุกมูลสัตว์ กรวด หิน ดิน ทราย  และวัตถุดังกล่าวได้ตกหล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย  ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินสามพันบาท
ข. ปรับไม่เกินสี่พันบาท
ค. ปรับไม่เกินห้าพันบาท
ง. ปรับไม่เกินหกพันบาท
ตอบ       ก.  ปรับไม่เกินสามพันบาท
                มาตรา ๕๕  ผู้ใดขับขี่รถซึ่งบรรทุกมูลสัตว กรวด หิน ดิน เลน ทราย มูลฝอย หรือมีน้ำมัน  และวัตถุดังกล่าวได้ตกหล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย หรือรั่วไหลลงบนถนน  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท
5. ในเขตกรุงเทพมหานคร  ผู้ใดมีอำนาจในการให้คำแนะนำผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ประธานกรรมการสุขาภิบาล
ง. ปลัดกรุงเทพมหานคร
ตอบ       ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
                มาตรา ๔๒  ในเขตกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะให้คำแนะนำผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
                ในเขตเทศบาล  สุขาภิบาล  เมืองพัทยา  และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด  และของปลัดกระทรวงมหาดไทยสำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
6. การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยตาม มาตรา ๓๗ คือข้อใด
ก. ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
ข. ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะ
ค. ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย นั่ง หรือขึ้นไปบนรั้ว กำแพง ต้นไม้หรือสิ่งค้ำยันต้นไม้ในที่สาธารณะ
ง. ห้ามมิให้ผู้ใดเล่นว่าว ฟุตบอล ตะกร้อ หรือกีฬาใดๆ บนถนน หรือในสถานสาธารณะ
ตอบ       ก.  ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
                มาตรา ๓๗  ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
7. อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปิดแผ่นประกาศ  หรือเขียนข้อความ  ภาพ  หรือเอกสาร  เพื่อโฆษณาแก่ประชาชน  จะต้องเสียค่าบริการเท่าใด
ก. หนึ่งร้อยบาท
ข. สองร้อยบาท
ค. สามร้อยบาท
ง. สี่ร้อยบาท
ตอบ       ข.  สองร้อยบาท




1 ขยะส่วนใหญ่ที่เกิดจากโรงอาหารจัดเป็น
คำตอบที่1 Garbage
คำตอบที่2 Rubbish
คำตอบที่3 Industrial waste
คำตอบที่4 Hazardous waste
ตอบข้อ1
2 ข้อใดถูกต้อง
คำตอบที่1 Rubbish จะทำให้ ขยะเน่าเหม็นง่ายขึ้น
คำตอบที่2 คนรวยมักสร้างขยะมากกว่าคนจน
คำตอบที่3 Transfer station ของขยะกรุงเทพมหานครอยู่ที่จังหวัดนครปฐม
คำตอบที่4 ถูกทั้ง ข้อ 1.และ 2.
ตอบข้อ2
3 ข้อใดถูกต้องที่สุด
คำตอบที่1 Commingled solid waste หมายถึง ขยะที่มีวัสดุหลายชนิดปะปนกัน
คำตอบที่2 Rubbish หมายถึง ขยะที่มี food waste เป็นองค์ประกอบหลัก
คำตอบที่3 Litter หมายถึง ขยะที่รวบรวมอยู่ในถังขยะ
คำตอบที่4 Refuse หมายถึง ขยะที่ได้แยกขยะครัวออกแล้ว
ตอบข้อ1
4 ปริมาณมูลฝอยที่เกิดจากการดำรงชีพหรือมูลฝอยชุมชนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยใดดังต่อไปนี้
คำตอบที่1 ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และฤดูกาล
คำตอบที่2 รูปแบบของการดำรงชีวิต
คำตอบที่3 ทัศนคติในการดำรงชีวิต
คำตอบที่4 ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ4
5 ขยะมีน้ำหนักแห้งเท่ากับ 125 กก./ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้โดยการแทนที่อากาศในช่องว่าง ถ้าขยะมีความชื้นเท่ากับ 25% จง คำนวณหาน้ำหนักเปียกที่เพิ่มขึ้น
คำตอบที่1 60 กก./ลบ.ม.
คำตอบที่2 94 กก./ลบ.ม.
คำตอบที่3 167 กก./ลบ.ม.
คำตอบที่4 500 กก./ลบ.ม
ตอบข้อ3
6 Ultimate analysis เป็นการวิเคราะห์หาค่าของพารามิเตอร์ใดในการเผาไหม้
คำตอบที่1 ไนโตรเจน
คำตอบที่2 สารระเหยง่าย
คำตอบที่3 เถ้า
คำตอบที่4 ถูกมากกว่า 1 ข้อ
ตอบข้อ4
7 Proximate analysis เป็นการวิเคราะห์หาค่าของพารามิเตอร์ใดในการเผาไหม้
คำตอบที่1 ไนโตรเจน
คำตอบที่2 สารระเหยง่าย
คำตอบที่3 ไฮโดรเจน
คำตอบที่4 ถูกมากกว่า 1 ข้อ
ตอบข้อ2
8 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของขยะมูลฝอย
คำตอบที่1 Biodegradable waste ได้แก่ Food waste, Paper, Textile
คำตอบที่2 Combustible waste ได้แก่ Wood, Textile, Paper
คำตอบที่3 Inorganic waste ได้แก่ Metals, Plastic, Rubber,
คำตอบที่4 ผิดมากกว่า 1 ข้อ
ตอบข้อ4
9 ตัวแปรที่สำคัญของคุณสมบัติขยะมูลฝอยที่ต้องพิจารณาในการหมักทำปุ๋ยได้แก่อะไร
คำตอบที่1 ความชื้น
คำตอบที่2 ค่าความร้อน
คำตอบที่3 ขี้เถ้า
คำตอบที่4 ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ1
10 คุณลักษณะที่แตกต่างที่สำคัญระหว่างขยะเมืองใหญ่ และขยะชนบท ได้แก่
คำตอบที่1 ขยะเมืองใหญ่มีโอกาสเน่าได้ง่ายกว่า
คำตอบที่2 อัตราการเกิดของขยะเมืองใหญ่ต่อคนสูงกว่า และ % เศษอาหารสดต่ำกว่า
คำตอบที่3 ขยะชนบทมีความหลากหลายประเภทมากกว่า
คำตอบที่4 ขยะชนบทสามารถนำมารีไซเคิลได้ง่ายกว่า
ตอบข้อ2
11 ขยะอินทรีย์ได้แก่
คำตอบที่1 ยาง กระเบื้อง ถังพลาสติก หนังสือพิมพ์ ถุงมือยาง กล่องไม้ขีด
คำตอบที่2 หนัง แก้ว กระดาษเคลือบมัน อิฐหัก เศษผัก กรอบรูป
คำตอบที่3 เศษผ้า คลิปหนีบกระดาษ นิตยสาร กระเป๋าหนัง สายไฟ
คำตอบที่4 ช้อนพลาสติก ผ้า กระดาษลูกฟูก โฟม ยาง หนังเทียม ไม้ 4 of 94
ตอบข้อ4
12 การใช้เครื่องบดเศษอาหารใต้อ่างล้างชามเพื่อทิ้งลงท่อระบายน้ำ มีความเหมาะสมหรือไม่ในประเทศไทย
คำตอบที่1 เหมาะสม เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย
คำตอบที่2 เหมาะสม เพื่อความสะดวกและป้องกันกลิ่นเหม็นจากการเน่าของเศษอาหาร
คำตอบที่3 ไม่เหมาะสม เนื่องจากจะเพิ่มปัญหาของระบบระบายและบำบัดน้ำทิ้ง
คำตอบที่4 ไม่เหมาะสม เพราะเครื่องมีราคาแพง
ตอบข้อ3
13 ชุมชนแห่งหนึ่งมีประชากร 200,000 คน จากสถิติขยะที่เก็บขนได้ 58,400 ตัน/ปี อัตราการเกิดขยะของชุมชนแห่งนี้คือ
คำตอบที่1 0.292 กก./คน
คำตอบที่2 2.92 กก./คน/วัน
คำตอบที่3 0.8 กก./คน
คำตอบที่4 0.8 กก./คน/วัน
ตอบข้อ4
14 การศึกษาลักษณะของมูลฝอย มีการศึกษาในลักษณะใดบ้าง?
คำตอบที่1 ทางกายภาพ
คำตอบที่2 ทางเคมี
คำตอบที่3 ทางฟิสิกส์
คำตอบที่4 ทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพ
ตอบข้อ4
15 การศึกษาลักษณะของมูลฝอย เพื่อใช้พิจารณาสิ่งใดบ้าง?
คำตอบที่1 จัดเตรียมภาชนะ อุปกรณ์จัดเก็บ เก็บกักมูลฝอย
คำตอบที่2 คำนวณออกแบบระบบท่อระบายน้ำชะขยะ
คำตอบที่3 เพื่อพิจารณาเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
คำตอบที่4 ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ2
16 ความหนาแน่นของมูลฝอย ใช้ในรูปหน่วย SI ตรงตามข้อใด?
คำตอบที่1 kg/m3
คำตอบที่2 lb/ft3
คำตอบที่3 lb/yd3
คำตอบที่4 g/yd3
ตอบข้อ1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2013, 02:48:27 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นิติกร 3
1. แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
2. แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3. ่ข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
4. แนวข้อสอบ พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. แนวข้อสอบระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
6. แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
7. แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
8. แนวข้อสอบ พรก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
9. แนวข้อสอบ พรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542
10. แนวข้อสอบประมวลกฎหมายอาญา
11. แนวข้อสอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
12. แนวข้อสอบ พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
13. แนวข้อสอบ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
14. แนวข้อสอบ พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ. 2539
15. แนวข้อสอบสถานการณ์โลกปัจจุบัน ( เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง )




1. ในกรณีที่มูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรือท่าอากาศยานไทยที่อยู่นอกราชอาณาจักรให้ศาลใดเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
                ก. ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของผู้เสียหายในกรณีที่ผู้เสียหายมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักร
                ข. ศาลทหาร
                ค. ศาลแพ่ง
                ง. ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ต้องหาในกรณีที่ผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
คำตอบ :  ข้อ ค.  ป.วิ.พ.  มาตรา 3 (1) กำหนดให้ “เพื่อประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง
1. กรณีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่ในราชอาราจักรให้ศาลแพ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ ......”
2. ข้อใดไม่ใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
                ก. ฟ้องบังคับให้โอนที่ดิน
                ข. ฟ้องเกี่ยวกับสิทธิเก็บกิน
                ค. คำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วงโฉนด
                ง. ฟ้องขับไล่ออกจากบ้านพิพาท
คำตอบ :  ข้อ ค. เพราะคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิยึดหน่วงโฉนด ไม่ใช่คำฟ้องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (คำพิพากษาฎีกาที่  1428-1429/2514)
3. คำฟ้องในคดีซึ่งจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักรและมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ถ้าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้ฟ้องคดีต่อศาลต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
                ก. ศาลแพ่ง
                ข. ศาลที่โจทก์มีภูมิลำเนา
                ค. ศาลที่จำเลยมีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับได้ในราชอาณาจักรอยู่ในเขต
                ง.  ศาลที่โจทก์มีทรัพย์สินอยู่ในภูมิลำเนาอยู่ในเขต
คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 4 ตรี  กำหนดว่า “ คำฟ้องอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ ซึ่งจำเลยมิได้ภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและมูลคดีมิได้เกิดขึ้นในราชอาราจักร ถ้าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาราจักร ให้เสนอต่อศาลแพ่งหรือศาลที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล
                คำฟ้องตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเลยมีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือถาวร โจทก์จะเสนอคำฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในเขตศาลก็ได้ ”
4. ในคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเรื่องหนึ่ง ข้อเท็จจริงมีว่าผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและถึงแก่ความตายที่จังหวัดพิจิตร แต่ผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยากับผู้ร้องนานถึง  20 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการและได้ซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการด้วย ดังนี้ถ้าผู้ร้องจะร้องของจัดการมรดก ต้องร้องต่อศาลใดจึงจะเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
                ก. ศาลจังหวัดพิจิตร
                ข. ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
                ค. ศาลแพ่ง
                ง. ข้อ ก และ ข ถูก
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะแม้ผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและถึงแก่ความตายที่จังหวัดพิจิตร แต่ผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยากับผู้ร้องนานถึง 20 ปี ที่จังหวัดสมุทรปราการและได้ซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการด้วย แสดงว่าผู้ตายมีบ้านอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งด้วย ดังนั้น นอกจากบ้านที่จังหวัดพิจิตรแล้วก็ยังถือได้ว่าบ้านที่จังหวัดสุมทรปราการเป็นภูมิลำเนาเป็นภูมิลำเนาของผู้ตายอีกแห่งหนึ่งด้วย เพราะในคดีร้องขอจัดการมรดกนั้นอาจจะมีศาลที่จะยื่นคำร้องขอได้หลายศาล ( คำพิพากษาฎีกาที่  5912/2539)
5. ต่อไปนี้ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะคดีที่เป็นคดีเดียวแต่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาลได้
                ก. คดีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นหลายท้องที่ที่อยุ่ในเขตศาลต่างกัน
                ข. คดีที่มีหลายข้อหา
                ค. คดีตั้งอยู่ในเขตศาลหลายศาล
                ง. ไม่มีข้อถูก
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 5 ได้แก่
1. คดีฟ้องจำเลยร่วมกันหลายคนที่มูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน แต่ละคนมีภูมิลำเต่างกัน
2. คดีที่มีมูลคดีเกิดขึ้นหลายท้องที่ที่อยู่ในเขตศาลต่างกัน
3. คดีที่มีหลายข้อหา
4. คดีตั้งอยู่ในเขตศาลหลายศาล
ในคดีที่มีหลายศาลมีอำนาจเหนือคดีนั้น  โจทก์จะยื่นฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาลหนึ่งศาลใดก็ได้หรือฟ้องจำเลยแต่ละคนในแต่ละเขตศาลก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่มี เพราะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีโดยใช่เหตุ การยื่นฟ้องต่อศาลใดที่มีเขตอำนาจนั้นเป็นสิทธิ์ของโจทก์ จึงไม่ต้องขออนุญาตศาล และศาลที่โจทก์เสนอคำฟ้องนั้นจะเกี่ยงไปให้ฟ้องยังอีกศาลหนึ่งไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่
6. ข้อใดไม่ใช่หลักในเรื่องการขอโอนคดี
                ก. ต้องมีศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นตั้งแต่สองศาลขึ้นไป
                ข. จำเลยเท่านั้นมีสิทธิขอโอนคดี
                ค. การพิจารณาคำร้องขอโอนคดีจะต้องฟังโจทก์และคู่ความอื่น ถ้ามี ก่อนว่าจะคัดค้านอย่างไร          หรือไม่
                ง. ถ้าศาลที่รับโอนคดีไม่ยินยอม ศาลเดิมจะต้องส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาชี้ขาด และคำสั่งสอน      ของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะ ถ้าศาลที่รับโอนคดีไม่ยินยอม ศาลเดิมจะต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาด และคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ตาม ป.วิพ. มาตรา 8
7. ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์ของการรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลต่างกัน
                ก. ศาลที่รับโอนคดีจะต้องมีอำนาจเหนือคดีที่รับโอน
                ข. คดีมีประเด็นอย่างเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นต่างศาล    กัน แม้กฎหมายจะใช้คำว่าคดีสองเรื่องแต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องสองเรื่องเสมอไปอาจจะมี            มากกว่าสองเรื่องก็ได้ สองศาลก็ได้
                ค.  คู่ความในคดีที่ค้างพิจารณาอยู่นั้นมีสิทธิที่จะรวมคดีได้ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคู่ความใน    คดีหนึ่งคดีใดก็ได้
                ง. คู่ความขอดอนคดีไปรวมที่ศาลใดก็ได้และศาลที่จะโอนไปรวมนั้นต้องถามศาลที่รับโอนก่อนว่า    ยินยอมที่จะรับโอนหรือไม่
คำตอบ :  ข้อ ก. เพราะศาลที่รับดอนคดีจะมีอำนาจเหนือคดีที่รับโอนหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะเป็นเรื่องการรวมคดีจากศาลหนึ่งไปรวมกับอีกศาลหนึ่ง แม้จะเรียกว่าเป็นการโอนก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องการโอน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 6 เป็นการโอนไปรวมพิจารณากับอีกศาลหนึ่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 8
8. ข้อใดต่อไปนี้เป็นสาระสำคัญในเรื่องการขอรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลซ้อนกันหรือการขอรวมคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลหลายศาล
                ก. มีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือต่างศาลกัน
                ข. การขอรวมของคู่ความ อาจจะขอมาในชั้นที่ยื่นคำให้การหรือยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีนั้นๆ ก่อนศาลมีคำพิพากษาซึ่งศาลที่รับคำร้องจะต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นเสียก่อน
                ค. ศาลที่จะรับดอนคดีไปรวมต้องเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่โอนมาด้วย ถ้าไม่มีเขตอำนาจ     เหนือคดีนั้นจะรับโอนมาไม่ได้
                ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะตามบทบัญญัติของ ป.วิ .พ. มาตรา 28 มีสาระสำคัญในเรื่องการขอรวมคดีที่มีเขตอำนาจศาลซ้อนกันดังนี้
1. มีคดีหลายเรื่องค้างพิจารณาในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือต่างศาลกัน
2. คดีที่ค้างพิจารณานั้นคู่ความทั้งหมดหรือแต่บางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน คือ อาจจะเป็นโจทก์คนเดียวกันหรือจำเลยคนเดียวกันหรือทั้งโจทก์ทั้งจำเลยเป็นคนเดียวกันก็ได้หรือถ้ามีผู้ร้องสอดก้อาจจะมีผู้ร้องสอดคนเดียวกันก็ได้
3. คดีที่ค้างพิจารณานั้นมีความเกี่ยวเนื่องกัน
4. การนำคดีมารวมกันนั้นจะทำให้เกิดความสะดวกในการพิจารณา
5. คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะขอให้มีการรวมพิจารณาหรือศาลเห็นจะให้มีการรวมพิจารณาก็ได้
6. การขอรวมของคู่ความ อาจจะขอมาในชั้นที่ยืนคำให้การหรือยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีนั้นๆก่อนศาลมีคำพิพากษา ซึ่งศาลที่รับคำร้องจะต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นเสียก่อน
7. เมื่อศาลที่รับคำร้องรวมเห็นสมควรให้รวม ถ้าเป็นคดีศาลเดียวกันก็สั่งรวมพิจารณาได้เลย แต่ถ้าเป้นเรื่องต่างศาลกันแล้ว ศาลที่โอนไปรวมต้องสอบถามศาลที่จะรับโอนไปรวมเสียก่อนถ้าศาลที่รับโอนไปรวมไม่ขัดข้องก็สั่งให้โอนไปรวมได้
8. ศาลที่จะรับโอนคดีไปรวมต้องเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่โอนมาด้วยถ้าไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นจะรับโอนมาไม่ได้ ไม่เหมือนกับการโอนมารวม ตามมาตรา 8 เพราะว่าการโอนมารวมตามมาตรา 8 เป็นเรื่องต่างเขตอำนาจกัน
9. ถ้าศาลที่รับดอนไปรวมไม่ยินยอมศาลที่จะโอนไปรวมก็ต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่าจะให้โอนไปรวมหรือไม่ ไม่ว่าศาลชั้นต้นที่มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาคใดก็ต้องส่งเรื่องให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด
9. ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์การขอบังคับคดีนอกเขตศาล
                ก. มีการออกหมายบังคับคดี ตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา  275 แล้ว
                ข. ต้องเป็นกรณีที่ปรากฏว่าทรัพย์หรือบุคคลที่จะต้องบังคับหรือจะต้องถูกบังคับอยู่นอกเขตศาลที่     ออกหมายบังคับคดี
                ค. เจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษา ยื่นคำแถลงต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูก       บังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์              หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น
                ง. เจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษา ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูก          บังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์              หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น
คำตอบ :  ข้อ ง. เพราะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา  ยื่นคำแถลงต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือทรัพย์และบุคคลที่จะต้องถูกบังคับ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีรายงานให้ศาลมีเขตอำนาจทราบว่าจะต้องมีการบังคับคดีต่อทรัพย์หรือบุคคลที่อยู่ในเขตศาลนั้น
10. ในเรื่องอำนาจในการพิจารณาเนื้อหาของคำคู่ความ ในการพิจารณาเนื้อหาศาลมีทางที่จะสั่งได้ 3 ทาง ต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
                ก. สั่งให้แก้ไข เอเนื้อหาไม่ถูกต้อง
                ข. สั่งรับคำคู่ความนั้นไว้พิจารณา เมื่อเห็นว่าชอบด้วยกฎหมาย
                ค. สั่งไม่รับคำคู่ความนั้นถ้าเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
                ง. สั่งให้คืนไป เพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เมื่อยื่นผิดศาล
คำตอบ :  ข้อ  ก. เพราะในกรณีที่เนื้อหาของคำคู่ความไม่ถูกต้อง ศาลไม่มีอำนาจไปสั่งแก้ไขให้ถูกต้อง เนื่องจากการไปสั่งอย่างนั้นเป็นการทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบในทางคดีซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของศาล
11. ข้อใดผิด
                ก. คำฟ้องที่ไม่ระบุตัวทรัพย์สินที่พิพาทให้ชัดเจน ศาลสั่งไม่รับฟ้องไว้พิจารณา
                ข. คำฟ้องที่ไม่แสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ศาลสั่งไม่รับฟ้อง
                ค. คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างพิจารณา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264  นั้น เมื่อไม่มีเหตุผลเพียงพอ ศาลต้องมีคำสั่งให้คืนไปเพื่อแสดงเหตุผลที่เพียงพอกว่านี้ แล้วให้นำมายื่นใหม่
                ง. คำฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องให้จำเลยรับผิดตามฟ้องได้ ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง
คำตอบ :  ข้อ  ง. คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างพิจารณา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา  264 นั้น เมื่อไม่มีเหตุผลเพียงพอ ศาลต้องสั่งยกคำร้องโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวน (คำพิพากษาฎีกาที่ 4017/2530)
12. คู่ความหมายความถึงบุคคลดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
                ก. โจทก์
                ข. จำเลย
                ค.ผู้ร้องสอด
                ง. ผู้พิพากษา
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 1 “ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น”
11 “คู่ความ ” หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้อง หรือถูกฟ้องต่อศาล และเพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินกระบวนพิจารณาให้รวมถึงบุคคลผู้มีสิทธิกระทำการแทนบุคคลนั้นๆตามกำหมายหรือในฐานะทนายความ... “ เช่น โจทก์  จำเลย  ผู้ร้องสอด  ผู้คัดค้าน  ผู้ร้องขอ  ผู้แทนนิติบุคคล ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้จัดการมรดก ทนายความของแต่ละฝ่ายที่เป็นคู่ความ ผู้รับมอบอำนาจจากตัวความให้ดำเนินคดีแทน
13. บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่คู่ความสามารถเข้ามาเป็นคู่ความได้โดยวิธีใด
                ก. ร้องสอดด้วยความสมัครใจเอง เพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่
                ข. ร้องสอด ด้วยความสมัครใจเอง เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น
                ค. โดยถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดี
                ง. ร้องสอด โดยคำสั่งของพนักงานสอบสวน
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะกรณีที่บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด มีดังนี้
1. ด้วยความสมัครใจเอง เพราะ เห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาหรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น
2. ด้วยความสมัครใจเอง เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกำหมายในผลแห่งคดีนั้นโดยยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา ขออนุญาตเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมหรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียวโดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้นแต่ว่าแม้ศาลจะได้อนุญาตให้เข้าแทนที่กันได้ก็ตาม คู่ความฝ่ายนั้นจำต้องผูกพันตนโดยคำพิพากษาของศาลทุกประการเสมือนหนึ่งว่ามิได้มีการเข้าแทนที่กันเลย
3. เมื่อถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดี
                ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเป็นคำร้องแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี หรือโดยคำสั่งของศาลเมื่อศาลนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ
14. ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์ของการฟ้องซ้ำ
                ก. คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุดแล้ว
                ข. คู่ความทั้งสองฝ่ายเป็นรายเดียวกัน
                ค. ประเด็นที่วินิจฉัยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน
                ง. คดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณา
คำตอบ :  ข้อ  ง. เพราะคดีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา  148  วึ่งสรุปหลักเกณฑ์สำคัญได้สามประการคือ
1. คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุดแล้ว
2. คู่ความทั้งสองฝ่ายเป็นรายเดียวกัน
3.  ประเด็นที่วินิจฉัยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน
15. เรื่องฟ้องซ้ำ ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
                ก. เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
                ข. เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง      หรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
                ค.เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาล    เดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ
                ง. ถูกทุกข้อ
คำตอบ :  ข้อ ง. ข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ มีดังต่อไปนี้ คือ
                1. เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
                2. เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง       หรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
                3.เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาล     เดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ

ตำแหน่งนิติกร   3
             1  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน
   2  พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน
  3  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน
   4  พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
                      พ.ศ. 2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน
   5  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
   6  พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
  7  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ  พ.ศ. 2526
   8  พระราชกฤษฎีกา  ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ. 2546
   9  พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ. 2539  และกฏกระทรวง  ( พ.ศ. 2540)
                      ออกตามความในพระราชบัญญัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
   10  ประมวลกฎหมายอาญา
             11  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
   12  พระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
   13  ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                       จนถึงปัจจุบัน
   14  พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
   15  พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542
   16  พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
                        พ.ศ. 2542
   17  สถานการณ์โลกปัจจุบัน ( เศรษฐกิจ  สังคมและการเมือง )

1.         องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า
            ก.    องค์การบริหารส่วนจังหวัด                                       ข.    องค์การบริหารส่วนตำบล
            ค.    กรุงเทพ เมืองพัทยา                                                    ง.     ถูกทุกข้อ
            ตอบ     ง.  ถูกทุกข้อ
                            มาตรา 4  ในพระราชบัญญัตินี้
 “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
2.         บุคคลใดรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
            ก.    รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย                                    ข.    อธิบดีกรมการปกครอง
            ค.    ประธานกรรมการการเลือกตั้ง                                  ง.     ผู้ว่าราชการจังหวัด
            ตอบ     ค.  ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
                            มาตรา 5  ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
3.         ในกรณีนี้ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นครบวาระให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในกำหนดกี่วัน
            ก.    14 วัน                                                                             ข.    15 วัน
            ค.    30 วัน                                                                             ง.     45 วัน
            ตอบ     ง.  45 วัน
                            มาตรา 7  ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งภายในสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือภายในหกสิบวัน   นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง เพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อย     แปดสิบวัน คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมีคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาให้มีการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งได้ตามความจำเป็นเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ โดยต้องระบุเหตุผลการมีคำสั่งดังกล่าวด้วย ในการจัดให้มีการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้ง
 
4.         บุคคลใดมีหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง
            ก.    ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร
            ข.    กำนัน
            ค.    ผู้ใหญ่บ้าน
            ง.     ไม่มีข้อใดถูก
            ตอบ     ก.  ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร
                            มาตรา 9  ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร มีหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จากทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ถูกต้องตามความจริง
5.         ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรเงินใดให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
            ก.    เงินช่วยเหลือ                                                               ข.    เงินจัดสรร
            ค.    เงินอุดหนุน                                                                  ง.     เงินพัฒนาท้องถิ่น
            ตอบ     ค.  เงินอุดหนุน
                            มาตรา 10 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทั้งหมด เว้นแต่ค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
                            ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายใน        การเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครอง  ส่วนท้องถิ่นนั้นตามความจำเป็น
6.         บุคคลใดมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
            ก.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                         ข.    ปลัดกระทรวงมหาดไทย
            ค.    ผู้ว่าราชการจังหวัด                                                      ง.     ไม่มีข้อใดถูก
            ตอบ     ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
                            มาตรา 15 วรรคสอง
                            มาตรา 15  เพื่อประโยชน์ในการแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา 14 ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดของจำนวนราษฎรเป็น   รายจังหวัด รายอำเภอ รายเทศบาล รายองค์การบริหารส่วนตำบล รายตำบล และรายหมู่บ้าน    ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในยี่สิบวัน นับแต่วันที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศจำนวนราษฎรทั้งประเทศ
                            ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตเทศบาล เขตองค์การบริหาร   ส่วนตำบล เขตตำบล หรือเขตหมู่บ้าน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
7.         จากข้อข้างต้น การแจ้งดังกล่าวต้องแจ้งภายในกำหนดระยะเวลาใด
            ก.    7 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง                         ข.    15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
            ค.    30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง                      ง.     45 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
            ตอบ     ก.  7 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
                            มาตรา 15 วรรคสอง
                            มาตรา 15  เพื่อประโยชน์ในการแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา 14 ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดของจำนวนราษฎรเป็น   รายจังหวัด รายอำเภอ รายเทศบาล รายองค์การบริหารส่วนตำบล รายตำบล และรายหมู่บ้าน    ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในยี่สิบวัน นับแต่วันที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศจำนวนราษฎรทั้งประเทศ
                            ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตเทศบาล เขตองค์การบริหาร   ส่วนตำบล เขตตำบล หรือเขตหมู่บ้าน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
8.         ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องกระทำการกำหนดเขตเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ากี่วัน
            ก.    15 วัน                                                                             ข.    20 วัน
            ค.    30 วัน                                                                             ง.     45 วัน
            ตอบ     ข.  20 วัน
                            มาตรา 17 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด  หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่จะพึงมี ในแต่ละเขตเลือกตั้ง
                            การกำหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำก่อนวันเลือกตั้ง       ไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน โดยให้ทำเป็นประกาศปิดไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นและสถานที่อื่นที่เห็นสมควร รวมทั้งให้จัดทำแผนที่สังเขปแสดงเขตของหน่วยเลือกตั้งและ       ที่เลือกตั้งไว้ด้วย
                            การเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งหรือที่เลือกตั้ง ให้กระทำได้โดยประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน จะประกาศเปลี่ยนแปลงก่อนวันเลือกตั้ง     น้อยกว่าสิบวันก็ได้ และให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
 
9.         ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งหรือทำเลเลือกตั้งให้ประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ากี่วัน
            ก.    10 วัน                                                                             ข.    15 วัน
            ค.    20 วัน                                                                             ง.     30 วัน
            ตอบ     ค.  20 วัน
                            มาตรา 17 วรรค 3
                            มาตรา 17 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด  หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่จะพึงมี ในแต่ละเขตเลือกตั้ง
                            การกำหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำก่อนวันเลือกตั้ง       ไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน โดยให้ทำเป็นประกาศปิดไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นและสถานที่อื่นที่เห็นสมควร รวมทั้งให้จัดทำแผนที่สังเขปแสดงเขตของหน่วยเลือกตั้งและ       ที่เลือกตั้งไว้ด้วย
                            การเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งหรือที่เลือกตั้ง ให้กระทำได้โดยประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน จะประกาศเปลี่ยนแปลงก่อนวันเลือกตั้ง     น้อยกว่าสิบวันก็ได้ และให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
10.      การกำหนดหน่วยเลือกตั้งให้คำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางและหลักเกณฑ์ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
            ก.    ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละ 500 คน
            ข.    ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละ 800 คน
            ค.    ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละ 1000 คน
            ง.     ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละ 1200 คน
            ตอบ     ข.  ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละ 800 คน
                            มาตรา 18  วรรคสอง
                            มาตรา 18  การกำหนดหน่วยเลือกตั้งตามมาตรา 17 ให้คำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งของราษฎร ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
                                                (2)  ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้งละแปดร้อยคนเป็นประมาณ     แต่ถ้าเห็นว่าไม่เป็นการสะดวก หรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
- ความรู้เกี่ยวกับการเขียนหนังสือหนังสือราชการและโต้ตอบเอกสาร
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
- ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบเก่าเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
- แนวข้อสอบความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ _office
- แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ.ที่ ม.ราม ออกให้  ใช้สอบทั่วประเทศ
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
 



วิชา คอมพิวเตอร์
1.   GUI คือ
***Graphic User  Interface  (การเขียนโปรแกรมโดยออกแบบให้มีส่วนในการติดต่อกับผู้ใช้)
2.   คีย์บร์อดมาตรฐานมีกี่ปุ่ม
 ***101 ปุ่ม
3.   ข้อใดสามารถประชุมทางไกลได้
***ระบบ วีดีโด คอนเฟอร์เร้น
4.   นามสกุล PowerPoint
*** .ppt
5.   ข้อใดคือโปรแกรมด้านกราฟฟิค
***paint
6.   โปรแกรมใดใช้พัฒนาเว็บไซค์
*** DreamWeaver
7.   ข้อใดมีหน้าที่ประมวลผลกลาง
***CPU
8.   เว็บหน้าแรกเรียกว่า
*** home page
9.   ใครมีหน้าที่ดูแลเว็บไซค์
***Admin

10. ต้องการส่งข้อมูลไปเก็บไว้อีกเครื่องหนึ่ง โดยมีการบริการพื้นที่ ต้องผ่านระบบใด
***FTP
11. ข้อใดคือการเก็บข้อมูลโดยต้องผ่านเน็ต
***FTP
12. ต้องการเชื่อมต่อ Internet ต้องไปติดต่อองค์กรใด
***ISP
13. ต้องการเพิ่มหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต้องเพิ่มส่วนไหน
***Rom/Ram
14. ข้อใดไม่ใช้โปรโตคอล
***www
15. หน่วยที่เล็กที่สุดของคอมพิวเตอร์คือ
***bit
16. องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์คือ
***นำเข้า+ประมวลผลกลาง+ความจำหลัก+ความจำสำรอง+ส่งออก
17. 1 m มีค่า
***1024 kb
18. คอมพิวเตอร์ประเภทใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด
***ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
19. ข้อใดคือการประมวลผลแบบเร็ว
***กดเงินจาดตู้ ATM
20. เพราะเหตุใด ผู้พัฒนาระบบ จึงใช้ GUI มาใช้พัฒนา
***พัฒนาได้เร็ว
21. ซอฟแวร์ระบบ คือ
***ซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การทำงานของซอฟต์แวร์ระบบคือดำเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์
เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการข้อมูลใน
ระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง
เมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะทำงานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์
ทำงานนี้เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะทำงานไม่ได้ ซอฟต์แวร์
ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาต่าง ๆ
22. การแปลคำทีละคำคือข้อใด
***interpreter

1.    อำนาจอธิปไตยเป็นของใคร
ก.    ประชาชนชาวไทย            ค. รัฐบาล
ข.    ปวงชนชาวไทย            ง. ประเทศไทย
ตอบ   ก.ประชาชนชาวไทย
2.    พรบ.กระจายอำนาจมีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก.    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย
ข.    รัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
ค.    ประกาศในราชกิจจานุเษกษา
ง.    ประกาศในรัฐธรรมนูญ 
ตอบ   ค.ประกาศในราชกิจจานุเษกษา
3.    ที่ปรึกษาผู้ว่าเรียกว่าอะไร
ก.    คณะกรรมการจังหวัด            ค. ที่ปรึกษาจังหวัด
ข.    คณะกรรมการประจำจังหวัดจังหวัด        ง. ที่ปรึกษาผู้ว่า
ตอบ  ง. ที่ปรึกษาผู้ว่า
4.    การเลื่อนขั้นเงินเดือน อบจ. ต้องได้รับมัติจากใคร
ก.    คณะกรรมการข้าราชการ อบจ.        ค.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข.    คณะกรรมการกลาง อบจ.            ง.สมาชิกสภา อบจ.
ตอบ  ค.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
5.    การแต่งตั้ง ถอดถอน ใน อบจ.ต้องได้รับมัติจากใคร
ก.    คณะกรรมการข้าราชการ อบจ.        ค.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข.    คณะกรรมการกลาง อบจ.            ง.สมาชิกสภา อบจ.
ตอบ  ก. คณะกรรมการข้าราชการ อบจ.
6.    ข้อใดไม่ใช่การบริหารในกระทรวง
ก.    สำนักปลัดกระทรวง                ค. สำนักนายก
ข.    กรม                    ง. กอง
ตอบ   ง. กอง



7.    หนังสือเวียน คือ
ก.    โครงสร้าง+ใจความเดียวกัน            ค.ซองแบบเดียวกัน
ข.    ผู้รับที่เดียวกัน                ง.ถูกทั้ง  ก  และ  ข
ตอบ   ง.ถูกทั้ง  ก  และ  ข
หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผู้รับเป็นจำนวนมาก มีใจความเดียวกัน ให้เพิ่มรหัสตัวพยัญชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง ซึ่งกำหนดเป็นเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเป็นลำดับไปจนถึงสิ้นปีปฏิทิน
8.    คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภา มาจาก
ก.    คัดเลือก                    ค. เลือกตั้ง
ข.    แต่งตั้ง                    ง. สรรหา
ตอบ   ก. คัดเลือก   
9.    คณะกรรมการ ก.พ.ร มีวาระกี่ปี
ก.    2  ปี                        ค. 4  ปี
ข.    3  ปี                        ง. 5 ปี
ตอบ   ค. 4  ปี
10.    ข้อใดคือการใช้สิทธ์ในท้องถิ่น ของประชาชน
ก.    ถอดถอนผู้แทนท้องถิ่น            ค.ตรวจงบประมาณ
ข.    เสนอร่างกฎหมาย                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2013, 02:23:59 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นักวิชาการเงินและบัญชี และ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
- แนวข้อสอบการบัญชีเบื้องต้น
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการตรวจสอบภายในของ อปท. พ.ศ.2545
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
- แนวข้อสอบระเบียบการรับเงินการเบิกจ่ายเงินการฝากเงินการเก็บรักษาเงินและการตรวจเงิน
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการตรวจสอบภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2545
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน อปท
- หลักการบัญชีเบื้องต้น
- แนวข้อสอบหลักการบัญชี



แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547
 
1. ใครเป็นผู้รักษาการระเบียบนี้
ก. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
 ข้อ 4 ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
 ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ ให้ขอทำความตกลงกับปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนการปฏิบัติ
 ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจมอบหมายอำนาจตามวรรคสองให้อธิบดีกตรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้
2. บุคคลตามคำตามข้างต้น สามารถมอบอำนาจให้บุคคลใดได้บ้าง
ก. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
 คำอธิบายจากข้อข้างต้น
3. ในระเบียบนี้ “ผู้บริหารท้องถิ่น” คือใคร
ก. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข. นายกเทศมนตรี
ค. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
(1)  “ผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี คณะเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้บริหารท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
4. หีบห่อคืออะไร
ก. หีบ
ข. ถุง
ค. ภาชนะอื่นใด
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 (13) “หีบห่อ” หมายความว่า หีบ หรือถุง หรือภาชนะอื่นใด ซึ่งใช้สำหรับบรรจุเงินเพื่อเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยในลักษณะหีบห่อ หรือสำหรับบรรจุเงินเพื่อนำส่ง หรือนำฝากส่วนราชการ หรือบรรจุเงินที่ขอเบิกคืนจากตู้นิรภัยของส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. ระเบียบนี้ใบสำคัญคู่จ่ายคืออะไร
ก. หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน
ข. หลักฐานการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากผู้รับที่ธนาคาร
ค. หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 (16) “ใบสำคัญคู่จ่าย” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้ หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร และให้รวมถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยงานคลังด้วย
6. บรรดาแบบพิมพ์และเอกสารใด ๆ ที่ใช้ในการรับเงิน การเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนด
ก. กระทรวงมหาดไทย
ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตอบ ค. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
 ข้อ 6 บรรดาแบบพิมพ์และเอกสารใด ๆ ที่ใช้ในการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การถอนเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนแบบบัญชีและทะเบียนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
7. รายการใดต่อไปนี้เป็นสาระสำคัญ ในใบเสร็จรับเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ที่ทำการหรือสำนักงานที่ออกใบเสร็จรับเงิน
ข. วัน เดือน ปี ที่รับเงิน
ค. จำนวนเงินที่รับชำระทั้งตัวเลขและตัวอักษร
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 ข้อ 13 ใบเสร็จรับเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีสาระสำคัญอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) ตราเครื่องหมายและชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(2) เล่มที่และเลขที่ของใบเสร็จรับเงิน โดยให้พิมพ์หมายเลขกำกับเล่มและหมายเลขกำกับเลขที่ในใบเสร็จรับเงิน เรียงกันไปทุกฉบับ
(3) ที่ทำการหรือสำนักงานที่ออกใบเสร็จรับเงิน
(4) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน
(5) ชื่อและชื่อสกุลของบุคคลหรือชื่อนิติบุคคลผู้ชำระเงิน
(6) รายการแสดงการรับเงิน โดยระบุว่ารับชำระเงินค่าอะไร
(7) จำนวนเงินที่รับชำระทั้งตัวเลขและตัวอักษร
(8) ข้อความระบุว่าได้มีการรับเงินไว้เป็นการถูกต้องแล้ว
(9) ลายมือชื่อพร้อมชื่อในวงเล็บ และตำแหน่งผู้รับเงินกำกับอย่างน้อยหนึ่งคน
8. กรณีเทศบาลตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีพื้นที่ห่างไกลการคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถนำเงินฝากธนาคารได้ประจำทุกวัน ให้ดำเนินการอย่างไร
ก. ให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัย และนำเงินดังกล่าวฝากธนาคารในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์
ข. ให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัย และนำเงินดังกล่าวฝากธนาคารในวันทำการสุดท้ายของเดือน
ค. ให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัย และนำเงินดังกล่าวฝากธนาคารในวันทำการสุดท้ายของปีงบประมาณ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. ให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัย และนำเงินดังกล่าวฝากธนาคารในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์
 ข้อ 20 ตู้นิรภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ติดหรือตั้งไว้ในห้องมั่นคงหรือกรงเหล็ก หรือกรณีไม่มีห้องมั่นคงหรือกรงเหล็กให้ติดหรือตั้งไว้ในที่มั่นคงและปลอดภัยภายในสำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 หากมีจำนวนเงินสดที่เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยตามวรรคหนึ่งให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวนในวันทำการถัดไป กรณีเทศบาลตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีพื้นที่ห่างไกล การคมนาคมไม่สะดวก ไม่สามารถนำฝากธนาคารได้เป็นประจำทุกวันให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัยได้ และให้นำเงินสดดังกล่าวฝากธนาคารในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์
9. ตู้นิรภัยอย่างน้อนต้องมีลูกกุญแจกี่ดอก
ก. 2 ดอก
ข. 3 ดอก
ค. 4 ดอก
ง. 5 ดอก
ตอบ ก. 2 ดอก
 ข้อ 21 ตู้นิรภัยให้มีลูกกุญแจอย่างน้อยสองดอก แต่ละดอกมีลักษณะต่างกัน โดยให้กรรมการเก็บรักษาเงินถือลูกกุญแจคนละดอก
 ตู้นิรภัยหนึ่ง ๆ ให้มีลูกกุญแจอย่างน้อยสองสำรับ ให้กรรมการเก็บรักษาเงินเก็บรักษาหนึ่งสำรับ นอกนั้นให้นำฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อไว้ในตู้นิรภัยเก็บเงินของส่วนราชการอื่นตามที่เห็นสมควร
10. ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการเก็บเงินรักษาไว้ ณ สำนักงานอย่างน้อยกี่คน
ก. 2 คน
ข. 3 คน
ค. 4 คน
ง. 5 คน
ตอบ ข. 3 คน
 ข้อ 22 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการการเก็บรักษาเงินไว้ ณ สำนักงานอย่างน้อยสามคน ในจำนวนนี้ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังเป็นกรรมการโดยตำแหน่งหนึ่งคน และกรรมการเก็บรักษาเงินอื่นอีกอย่างน้อยสองคน
11. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. รายรับให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวนภายในวันนั้น
ข. ถ้าในกรณีฝากไม่ทันให้นำฝากตู้นิรภัย
ค. กรณีที่จะนำฝากตู้นิรภัยต้องนำไปฝากในวันรุ่งขึ้น หรือวันทำการถัดไป
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 ข้อ 34 เงินรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เก็บรักษาไว้ตามข้อ 20 ให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวนภายในวันนั้น ถ้าฝากในวันนั้นไม่ทันให้นำฝากตู้นิรภัย และวันรุ่งขึ้น หรือวันทำการถัดไปให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวน
12. ข้อใดต่อไปนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการรับส่งเงิน
ก. ตรวจนับจำนวนเงินซึ่งได้รับมอบหมายให้รับส่งกับใบนำส่งและใบรับการรับเงิน
ข. บรรจุลงหีบห่อใส่กุญแจหรือใช้เชือกผูกมัดและตราประจำคลัง
ค. ให้กรรมการรับส่งเงินพร้อมกับออกเดินทางไปยังสถานที่รับส่งเงิน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 ข้อ 36 ให้คณะกรรมการรับส่งเงินมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการควบคุมเงินที่นำส่งโดยให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ตรวจนับจำนวนเงินซึ่งได้รับมอบหมายให้รับส่งกับใบนำส่ง และบันทึกการรับเงิน เพื่อนำส่งให้ถูกต้องตรงกัน แล้วลงลายมือชื่อในบันทึกพร้อมกับผู้มอบหรือผู้รับมอบเงินทั้งสองฉบับ โดยให้คณะกรรมการรับส่งเงินเก็บรักษาไว้หนึ่งฉบับ มอบให้ผู้มอบหรือผู้รับมอบเก็บไว้เป็นหลักฐานหนึ่งฉบับ
13. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับรับเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ให้รับเป็นเงินสด
ข. รับฝากเช็ค
ค. รับเป็นดร๊าฟ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
 ข้อ 20 ตู้นิรภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ติดหรือตั้งไว้ในห้องมั่นคงหรือกรงเหล็ก หรือกรณีไม่มีห้องมั่นคงหรือกรงเหล็กให้ติดหรือตั้งไว้ในที่มั่นคงและปลอดภัยภายในสำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
14. เงินที่เบิกถ้าไม่ได้จ่ายหรือจ่ายไม่หมด ให้หน่วยงานผู้เบิกรับรับส่งคืนหน่วยงานคลังภายใน กำหนดกี่วัน นับจากวันที่ได้รับจากหน่วยงานคลัง
ก. 10 วัน
ข. 15 วัน
ค. 20 วัน
ง. 30 วัน
ตอบ ข. 15 วัน
 ข้อ 42 เงินที่เบิกถ้าไม่ได้จ่ายหรือจ่ายไม่หมด ให้หน่วยงานผู้เบิกนำส่งคืนหน่วยงานคลังภายในสิบห้าวัน นับจากวันที่ได้รับเงินจากหน่วยงานคลัง
15. การขอเบิกเงินงบประมาณรายจ่าย และหรือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลให้โดยระบุวัตถุประสงค์ปีใด ให้วางฎีกาเบิกเงินได้ถึงเมื่อใด
ก. วันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นเดือนสุดท้ายของปีนั้น
ข. วันทำการสุดท้ายของปีนั้น
ค. ภายในกำหนด 15 วันก่อนวันทำการสุดท้ายของปีนั้น
ง. ภายในกำหนด 30 วันก่อนวันทำการสุดท้ายของปีนั้น
ตอบ ข. วันทำการสุดท้ายของปีนั้น
 ข้อ 43 การขอเบิกเงินงบประมาณรายจ่าย และหรือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลให้โดยระบุวัตถุประสงค์ปีใด ให้วางฎีกาเบิกเงินได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของปีนั้น





แนวข้อสอบ ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
1.    ระเบียบฉบับนี้ให้ยกเลิกระเบียบฉบับใด
ก.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
ข.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเทศบาล พ.ศ. 2528
ค.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณของสุขาภิบาล พ.ศ. 2531
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
         ข้อ 3  ให้ยกเลิก
          1.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
          2.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเทศบาล พ.ศ. 2528
          3.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณของสุขาภิบาล พ.ศ. 2531
          4.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณของเมืองพัทยา พ.ศ. 2531
          5.  ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยวิธีงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538
2.    ผู้รักษาตามระเบียบฉบับนี้คืออะไร
ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย        ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค.  อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น    ง.  ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ  ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
           ข้อ 4  ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้  และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา  ยกเว้นการปฏิบัติการตามระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์  และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
           ปลัดกระทรวงมหาดไทย  อาจมอบอำนาจเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามวรรคแรกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้
3.    คณะผู้บริหารท้องถิ่น  หมายความว่า
ก.  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด        ข.  คณะเทศมนตรี
ค.  ประธานกรรมการสุขาภิบาล            ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
           “คณะผู้บริหารส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า นายกองค์การบริหารงานส่วนจังหวัด  คณะเทศมนตรี  ประธานกรรมการสุขาภิบาล ปลัดเมืองพัทยา  และคณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
4.    เจ้าหน้าที่งบประมาณ  หมายความว่า
ก.  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข.  ปลัดเทศบาล, ปลัดสุขาภิบาล
ค.  หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทยา, ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
             “เจ้าหน้าที่งบประมาณ”  หมายความว่า  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  ปลัดเทศบาลปลัดสุขาภิบาล  หัวหน้าปลัดเมืองพัทยา  และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
5.    ข้อใดต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่งบประมาณ
ก.  เรียกให้หน่วยงานต่างๆ  เสนองบประมาณรายรับและรายจ่ายตามแบบและหลักเกณฑ์พร้อมด้วยรายละเอียดที่กำหนดตามระเบียบ  ข้อบังคับ   คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทยด้วยรายละเอียดที่กำหนดตามระเบียบ  ข้อบังคับ  คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย
ข.  วิเคราะห์งบประมาณ  และการจ่ายเงินของหน่วยงานต่างๆ
ค.  สั่งการ  ควบคุม  กำกับ ดูแล  เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสาร  งบประมาณและรวบรวมเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
           ข้อ  8  ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณมีอำนาจหน้าที่จัดทำงบประมาณกับปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานงบประมาณ  ดังต่อไปนี้
            1.  เรียกให้หน่วยงานต่างๆ  เสนอประมาณรายรับ  และรายจ่ายตามแบบ  และหลักเกณฑ์พร้อมด้วยรายละเอียดที่กำหนดไว้ตามระเบียบ  ข้อบังคับ  คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย
            2.  วิเคราะห์งบประมาณ  และการจ่ายเงินของหน่วยงานต่างๆ
            3.  สั่งการ  ควบคุม  กำกับ ดูแล  เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสาร  งบประมาณและรวบรวมเป็นร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี
6.    องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  อาจทำงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการได้โดยได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
ก.  กระทรวงมหาดไทย               
ข.  กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ค.  สภาท้องถิ่น
ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ  ค.  สภาท้องถิ่น
             ข้อ  11  องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  อาจจัดทำงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการได้โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น
7.    เงินงบประมาณประเภทใดที่อาจต้องจ่ายเงินช่วยเหลือระหว่างกันได้
ก.  งบประมาณรายจ่ายทั่วไปกับงบประมาณกลาง
ข.  งบประมาณเพิ่มเติมกับงบประมาณเฉพาะการ
ค.  งบประมาณเฉพาะการรับงบประมาณรายจ่ายทั่วไป
ง.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ค.  งบประมาณเฉพาะการรับงบประมาณรายจ่ายทั่วไป
            ข้อ 12  งบประมาณรายจ่ายทั่วไป  และงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ  อาจต้องจ่ายช่วยเหลือระหว่างกันได้
8.    รายจ่ายตามแผนจำแนกเป็นสองลักษณะลักษณะที่ 1 เป็นลักษณะรายจ่ายประจำ  อยากทราบว่ารายจ่ายลักษณะที่สองคือรายจ่ายเพื่อการลงทุนประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก.  หมวดค่าครุภัณฑ์                ข.  ค่าที่ดิน
ค.  ค่าสิ่งก่อสร้าง                ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
               ข้อ  14  รายจ่ายตามแผนจำแนกเป็นสองลักษณะ  คือ
                        1.  รายจ่ายประจำ  ประกอบด้วย
                              ก.  หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
                              ข.  หมาดค่าจ้างชั่วคราว
                              ค.  หมวดค่าตอบแทน  ใช้สอยและวัสดุ
                              ง.  หมวดค่าสาธารณูปโภค
                              จ.  หมวดเงินอุดหนุน
                              ฉ.  หมวดรายจ่ายอื่นๆ
                         2.  รายจ่ายเพื่อการลงทุน  ประกอบด้วย  หมวดค่าครุภัณฑ์  ที่ดิน  และก่อสร้างรายละเอียดประเภทรายจ่ายงบกลาง  หมวดรายจ่ายต่างๆ  และเงินนอกงบประมาณให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2013, 02:37:40 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นักวิชาการสาธารณสุข
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
- เก็งข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข
- แนวข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
- นโยบายกระทรวงสาธารณสุข 2556
- ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขภาพ
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไข 2550
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แนวข้อสอบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน
- แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐



พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
 
1. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ไว้ ณ วันที่เท่าใด
ก.  ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕                                ค. ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ข. ๒๙  มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕                 ง. ๒๙ เมษายน  พ.ศ. ๒๕๓๕
2. ใครคือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข              ค. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ข. นายกรัฐมนตรี                                                      ง. คณะรัฐมนตรี
3. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ มีกี่หมวด กี่มาตรา
ก. 16  หมวด   90  มาตรา                                         ค. 16  หมวด  91  มาตรา
ข. 15  หมวด  90  มาตรา                                          ง. 15  หมวด  91  มาตรา
4. ข้อใดคือสิ่งปฏิกูล
ก. เศษอาหาร                                                             ค.  อุจจาระหรือปัสสาวะ
ข. มูลสัตว์                                                                   ง. ซากสัตว์
5. ข้อใด ไม่ใข่ “มูลฝอย”
ก. เศษกระดาษ                                                          ค. ถุงพลาสติก
ข. เศษผ้า                                                                    ง. สิ่งโสโครกหรือมีกลิ่นเหม็น
6. ใครเป็นประธานใน“คณะกรรมการสาธารณสุข”
ก. อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์                     ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ข. อธิบดีกรมการแพทย์                                           ง. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
7. “คณะกรรมการสาธารณสุข” มีอำนาจหน้าที่อย่างไร
ก. เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบาย แผนงานและมาตรการเกี่ยวกับการสาธารณสุข
ข. ศึกษา วิเคราะห์และให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่งเกี่ยวกับการสาธารณสุข
ค. ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง และต่อราชการส่วนท้องถิ่นในการออกข้อกำหนดของท้องถิ่น
ง. ถูกทุกข้อ
8. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน“คณะกรรมการสาธารณสุข”  มีไม่เกินกี่คน
ก. ไม่เกิน  3  คน                                                       ค. ไม่เกิน  5  คน
ข. ไม่เกิน  4  คน                                                       ง. ไม่เกิน  6  คน
9. ข้อใดคือข้อกำหนดของราชการส่วนท้องถิ่นในการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย
ก. ห้ามการถ่าย เท ทิ้ง หรือทำให้มีขึ้นในที่หรือทางสาธารณะซึ่งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยนอกจากในที่ที่ราชการส่วนท้องถิ่นจัดไว้ให้
ข. กำหนดให้มีที่รองรับสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามที่หรือทางสาธารณะและสถานที่เอกชน
ค. กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่นในการเก็บและขนสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยไม่เกินอัตราตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ง. ถูกทุกข้อ
10. ใครคือผู้มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจำนวนคนที่อาศัยต่อจำนวนพื้นที่ของอาคาร
ก. รัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
ค. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ง. คณะกรรมการสาธารณสุข
 
11. ข้อใดคือเหตุที่ก่อให้เกิดความรำคาญ
ก. การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน
ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ข. การเลี้ยงสัตว์ในที่หรือโดยวิธีใด หรือมีจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสื่อม หรืออาจเป็น
อันตรายต่อสุขภาพ
ค. แหล่งน้ำ ทางระบายน้ำ ที่อาบน้ำ ส้วม หรือที่ใส่มูลหรือเถ้า หรือสถานที่อื่นใด ซึ่งอยู่ในทำเลไม่เหมาะสม สกปรก
ง. ถูกทุกข้อ
12. ใน กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะโดยไม่ปรากฏเจ้าของ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ไว้เป็นเวลาอย่างน้อยกี่วัน
ก. 7  วัน                                                                      ค. 30  วัน
ข. 15  วัน                                                                    ง. 60  วัน
13. จัด ตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารซึ่งมีพื้นที่เกินเท่าใดต้อง ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและมิใช่เป็นการขายของในตลาด
ก. 100  ตารางเมตร                                                   ค. 300  ตารางเมตร
ข. 400 ตารางเมตร                                                    ง. 200  ตารางเมตร
14. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ก. มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา
ข. เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามข้อกำหนดของท้องถิ่น
ค. ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีหรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
ง. ถูกทุกข้อ
 
15. ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้โดยวิธีใด
ก. ติดประกาศ                                                                           ค. ประชาสัมพันธ์
ข. เปิดเผยและเห็นได้ง่าย                                                       ง. เป็นความลับ




ข้อสอบความรู้ทั่วไป (คอม + ไทย + เลข + ค.รู้รอบตัว รวม 40 ข้อ)
- HTML ย่อมาจาก ?
- HTTP ย่อมาจาก ?
- www. ย่อมาจาก ?
- จ.บึงกาฬ แยกออกมาจากจ.อะไร
- ภาษาไทย ให้หาคำที่เขียนผิด
- อนุกรม (1,1,6,21 ...)
- เส้นสัมผัสวงกลม
- คำนวณกำไร - ขาดทุน
- คำนวณความเร็วรถ
- ให้อายุ A , B ถามอายุ C
- อะไรสักอย่างที่คล้ายๆ cpu (จำไม่ได้แล้วอ่ะว่าตัวย่ออะไร) มีหน้าที่อะไร
- ปุ่มลัดต่างๆบนแป้นพิมพ์ (ปุ่มไหนกดแล้วเป็น Full screen, เปลี่ยนอักษร eng เป็นตัวพิมพ์ใหญ่)
 
ข้อสอบเฉพาะทาง (60 ข้อ)
- 1669 คือเบอร์อะไร
- หมายเลขโทรถามเรื่องบัตรทองคือ ?
- สิทธิต่างๆของบัตรทองมีอะไรบ้าง
- ใครมั่งที่ต้องลงขันให้กองทุนประกันสังคม
- ประกันสังคมจ่ายในกรณีไหนบ้าง
- แต่ละช่วงอายุจะฉีดวัคซีนอะไรบ้าง (ชื่อวัคซีนในชอยส์เป็นตัวย่อภาษาอังกฤษทั้งหมด)
- อาการของวัณโรค , ต้องตรวจอะไรตรงไหนถึงจะรู้ว่าเป็นมั้ย
- ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อวัณโรค
- การจำแนกกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน จำแนกกี่แบบ อะไรบ้าง
- ในจังหวัด (ของที่สอบคือปทุมฯ) ประชากรมักป่วยด้วยโรคอะไร เรียงจากมากไปน้อย
- วันสำคัญในเดือนมีนา ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ คือวันอะไร
- การกำจัดลูกน้ำยุงลายควรเป็นหน้าที่ของใคร
- อัตราตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าความดันโลหิตสูง
- การผ่อนคลายความเครียดที่ดีที่สุดคือ ?
- การสร้างเสริมสุขภาพคือ ? (นิยาม)
- น้ำนมแม่ที่ดีที่สุดคือช่วงไหน ?
- ในพื้นที่จังหวัด(ที่สอบ) มีโอกาสเกิดภัยพิบัติประเภทใดมากที่สุด
- ตรวจหาลูกน้ำยุงลาย(หรือทำลายนี่แหละ) ใช้สารเคมีใด
- โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ?
- ช่วงเวลาที่เปิดให้ซื้อขายแอลกอฮอล์
- สถานที่ที่ห้ามดื่มสุรา ได้แก่ ?
- ในสถานการณ์ปัจจุบัน ควรช่วยเหลือภาคใต้ด้านใดบ้าง
- โรคเอดส์ การติดเชื้อฉวยโอกาส

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นักพัฒนาชุมชน , เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
- แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาของ อปท พ.ศ.2548
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น_พ.ศ._2548
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ.2538
- พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ.2547
- รวมข้อสอบเก่านักพัฒนาชุมชน 360 ข้อ
- แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ.ที่ ม.ราม ออกให้  ใช้สอบทั่วประเทศ
- แนวข้อสอบระเบียบการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินการฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงิน อปท.พ.ศ.2547
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540




แนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจัดทาแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548

1.   ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ของปี 3 พ.ศ.ใด
ก.   ปี 2546
ข.   ปี 2546 แก้ไขถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2549
ค.   ปี 2548 แก้ไขถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550
ง.   ปี 2548
ตอบ       ง.   ปี 2548

2.   ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายใด
ก. พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.
    2496
ข. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติ
    ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542
ค. พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
    ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ค. พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
    ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันได้ยกเลิกระเบียบฉบับใด
ก. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนทองถิ่น พ.ศ. 
    2546
ข. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำและประสานแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วน
    ท้องถิ่นพ.ศ. 2546
ค. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
    เทศบาล เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2546
ง. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2546
ตอบ       ข. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำและประสานแผนพัฒนาขององค์กรปกครอง
     ส่วนท้องถิ่นพ.ศ. 2546

4. องค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์­กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล เมืองพัทยา
ข. เทศบาล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร
ค. องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา
ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
ตอบ       ข. เทศบาล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร

5. สภาองค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาเมืองพัทยา
ข.   สภาเทศบาล สภาเมืองพัทยา สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ค.   สภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.   สภาเมืองพัทยา และสภากรุงเทพมหานคร
ตอบ       ง.   สภาเมืองพัทยา และสภากรุงเทพมหานคร

6. คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   คณะกรรมการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข.   คณะกรรมการพัฒนาเมืองพัทยา
ค.   คณะกรรมการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.   คณะกรรมการพัฒนาเทศบาล
ตอบ       ก.   คณะกรรมการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

7. คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการ
       สนับสนุนการจัดทำแผนสภาตำบล
ข.   คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล คณะกรรมการ
       สนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาล
ค.   คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมาย
       จัดตั้ง
ง.   คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาเมืองพัทยา
ตอบ       ก.   คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการ
       สนับสนุนการจัดทำแผนสภาตำบล

8.   คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวผิด
ก.   คณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาเมืองพัทยา
ข.   คณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาจังหวัด
ค.   คณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาเทศบาล
ง.   คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล
ตอบ       ข.   คณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาจังหวัด

9.   อำเภอ หมายความรวม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.   สุขาภิบาล
ข.   กิ่งอำเภอ
ค.   อำเภอเมือง
ง.   หมู่บ้านในเขตอำเภอ
ตอบ       ข.   กิ่งอำเภอ

10.   ผู้บริหารท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเมืองพัทยา
ข.   นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และนายอำเภอ
ค.   นายกเทศมนตรี และนายกเมืองพัทยา
ง.   นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ตอบ       ข.   นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และนายอำเภอ

11.   สมาชิกสภาท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาเมืองพัทยา
ข.   สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาตำบล
ค.   สมาชิกสภาเมืองพัทยา และสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.   สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ตอบ       ข.   สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาตำบล

12.    ปลัดองค์­กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และปลัดเมืองพัทยา
ข.   ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และปลัดอำเภอประจำตำบล
ค.   ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.   ปลัดเทศบาล และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
ตอบ       ข.   ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และปลัดอำเภอประจำตำบล

13.   หัวหน้าส่วนการบริหารที่มีหน้าที่จัดทำแผน หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
ข.   ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และปลัดเทศบาล
ค.   หัวหน้ากองวิชาการแผน และหัวหน้างานวิเคราะห์นโยบายและแผน
ง.   ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผน และผู้อำนวยการกองแผนและงบประมาณ
ตอบ       ข.   ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และปลัดเทศบาล

14.   พนักงานส่วนท้องถิ่น หมายความว่า ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก.   ข้าราชการส่วนจังหวัด และพนักงานส่วนตำบล
ข.   พนักงานส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา
ค.   พนักงานส่วนตำบล และพนักงานเทศบาล
ง.   พนักงานหรือข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ตอบ       ข.   พนักงานส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา

15.   แผนพัฒนา หมายความว่า ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.   แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนาอำเภอ
ข.   แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และแผนพัฒนาสามปี
ค.   แผนพัฒนาสามปี และแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด
ง.   แผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนชุมชน
ตอบ       ข.   แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา และแผนพัฒนาสามปี

16.   ข้อใดกล่าวถึงความหมายของ “แผนยุทธศาสตร์­การพัฒนา”ไม่ถูกต้อง
ก.   แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนดยุทธศาสตร์
ข.   มีความต่อเนื่องและเป็นแผนกาวหน้าครอบคลุมระยะเวลาสามปีโดยมีการทบทวนเพื่อ
       ปรับปรุงเป็นประจำทุกปี
ค.   แนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และ
       จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคต
ง.   สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน
      ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด อำเภอ และแผนชุมชน
ตอบ       ข.   มีความต่อเนื่องและเป็นแผนกาวหน้าครอบคลุมระยะเวลาสามปีโดยมีการทบทวน 
[/size]



แนวข้อสอบเก่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
1. เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ทำอย่างไร
ก. ให้วินิจฉัยตามความถูกต้อง                                       ค. ให้ปฏิบัติตามประเพณี
ข. ให้วินิจฉัยตามประเพณี                                            ง.  ให้วินิจฉัยตามระเบียบของสังคม
ตอบ   ข. ให้วินิจฉัยตามประเพณี
2. การจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลทำได้ในกรณีใด
ก. อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ข. อาศัยอำนาจตามกฏของท้องถิ่น
ค. อาศัยอำนาจของนายกรัฐมนตรี
ง. อาศัยอำนาจของนิติบัญญัติ
ตอบ  ก. อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
3. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่น
ก. ผู้บริหารและสมาชิกมีวาระการดำรงตำแหน่ง  5 ปี           
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับมอบหมาย เป็นประธานในคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
ค.  คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเรียกโดยย่อว่า “ก.ถ.” 
ง. ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ  6  ปี
ตอบ   ก. ผู้บริหารและสมาชิกมีวาระละ 5 ปี
4. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ กกต.
ก. ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ข. การดำเนินคดีในศาลเกี่ยวกับความผิดการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง
ค. ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ง. การกระทำความผิดทางอาญาของผู้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง
ตอบ  ง. การกระทำความผิดทางอาญาของผู้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง
5. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานใด
ก. รัฐวิสาหกิจ                                                                   ค. หน่วยงานอิสระ
ข. เอกชน                                                                           ง.องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
ตอบ   ง. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
6. หนังสือภายนอกให้ลงที่อยู่ของส่วนราชการที่ใด
ก. ขอบบนขวา                                                                  ค.  ขอบล่างซ้าย
ข. ขอบบนซ้าย                                                                  ง.   กึ่งกลางล่าง
ตอบ   ก. ขอบบนขวา
7. การร่าง คืออะไร
ก.  การพิมพ์ขั้นต้น                                                          ค. การบรรยายความรู้สึก
ข.  การถ่ายทอดความรู้                                                    ง. การพิมพ์จนเสร็จสิ้น
ตอบ   ก. การพิมพ์ขั้นต้น
8. การร่างมีวัตถุประสงค์อย่างไร
ก. จะได้ไม่ลืมว่าควรจะเขียนอะไรบ้าง
ข. ตรวจสอบคำผิดคำถูก
ค. ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแผน
ง. เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาที่จะเขียนหรือพิมม์
ตอบ    ค. ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแผน
9. หนังสือประทับตราสมบูรณ์ที่สุดเมื่อใด
ก. ลงชื่อประทับตรา                                                        ค. เขียนวันที่แล้ว
ข. มีคำว่าหนังสือประทับตรา                                        ง. ระบุตัวผู้รับชัดเจน
ตอบ   ก. ลงชื่อประทับตรา
10. ข้อใดคือปีงบประมาณ
ก. 1  มกราคม ถึง 31  ธันวาคม
ข. 1  เมษายน  ถึง  31  มีนาคม
ค. 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน ของปีถัดไป
ง. 30  กันยายน  ถึง 1  ตุลาคม ของปีถัดไป
ตอบ   ค. 1 ตุลาคม ถึง  30 กันยายน ของปีถัดไป







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 20, 2015, 02:16:55 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


เปิดสอบ ทุกหน่วยงาน วันนี้ ที่นี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นักบริหารงานสวัสดิการสังคม

แนวข้อสอบนักบริหารงานสวัสดิการสังคม
ข้อสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)
ตำแหน่ง หัวหน้ากองสวัสดิการสังคม (นักบริหารงานสวัสดิการสังคม ๖)
.........................................................
๑.     ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ พ.ศ.๒๕๔๑ แก้ไขมาแล้วกี่ฉบับ
๑.            แก้ไขถึงฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๔๒       ๒.           แก้ไขถึงฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๔๓
๓.           แก้ไขถึงฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๔๒        ๔.           แก้ไขถึงฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๔๔

๒.  คำว่า งบประมาณ หมายความว่าอย่างไร
                ๑. "งบประมาณ"  หมายความว่า  แผนงานหรืองานสำหรับประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงในรูปตัวเลขจำนวนเงินการตั้งงบประมาณ คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงิน
                ๒.. "งบประมาณ"  หมายความว่า  แผนงานหรืองานสำหรับประมาณการด้านรายรับและรายจ่ายแสดงในรูปข้อมูลตัวหนังสือ ตัวเลข จำนวนเงินการตั้งงบประมาณ  คือ การแสดงแผนดำเนินงานออกเป็นตัวเลขจำนวนเงินและคำอธิบายต่างๆ เกี่ยวกับรายรับรายจ่าย
                ๓. "งบประมาณ"  หมายความว่า  การประมาณการรายรับ รายจ่าย เพื่อใช้จ่ายในปีงบประมาณ
                ๔. "งบประมาณ"  หมายความว่า  การตั้งรายรับและรายจ่าย สำหรับแสดงแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ

๓.   เงินนอกงบประมาณ หมายความว่าอย่างไร
                ๑.  "เงินนอกงบประมาณ"  หมายความว่า  เงินทั้งปวงที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น           นอกจากเงินที่ปรากฏตามงบประมาณรายจ่าย
๒.  "เงินนอกงบประมาณ"  หมายความว่า  เงินทั้งปวงที่หน่วยงานอื่น ๆ โอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๓.  "เงินนอกงบประมาณ"  หมายความว่า  เงินรายได้และเงินรายจ่ายที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ในเทศบัญญัติงบประมาณ
๔.  เงินนอกงบประมาณ"  หมายความว่า  เงินทั้งปวงที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น            ที่ไม่ได้ปรากฏตามงบประมาณรายจ่าย
๔.  “ข้าราชการ ” ตามพระราชกฤษฏีกานี้หมายความรวมถึงใครบ้าง?
         ๑. พนักงาน
            ๒. ลูกจ้าง
            ๓. ผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการ
            ๔. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
                                                                                                              /๕.            ใครคือเจ้าหน้าที่งบประมาณ…

๕.           ใครคือเจ้าหน้าที่งบประมาณ
                ๑.ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณี อบจ. หรือปลัดเทศบาล กรณีเทศบาล  หรือปลัด อบต. กรณี อบต.
                        ๒. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
                        ๓. เลขานุการนายกเทศมนตรีหรือบุคคลที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย
                        ๔. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

๖.                    ในกรณีที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีประกาศใช้ไม่ทันปีงบประมาณใหม่ จะดำเนินการอย่างไร
                ๑. ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน ทุกหมวดแต่ไม่เกินกว่างบประมาณปีที่ล่วงมาแล้ว
                ๒. ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน เฉพาะรายจ่ายในหมวด
เงินเดือนและค่าจ้างประจำหมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดค่าตอบแทนใช้สอยวัสดุ  และหมวดค่า
สาธารณูปโภค
๓. ให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน เฉพาะรายจ่ายในหมวด
เงินเดือนและค่าจ้างประจำหมวดค่าจ้างชั่วคราว
                ๔. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

๗.           งบประมาณรายจ่ายประจำปีของ อปท.  จำแนกได้กี่ประเภท
                        ๑.                    ๒  ประเภท  คือ  งบประมาณรายจ่ายทั่วไป   และงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ
                ๒.           ๒ ประเภท คือ งบประมาณรายจ่ายประจำและงบประมาณรายจ่ายเพื่อการลงทุน
                ๓.                 ๓  ประเภท  คือ   งบประมาณรายจ่ายทั่วไป และงบประมาณรายจ่ายเพื่อการลงทุน
                        ๔.                  ๓  ประเภท  คือ    งบประมาณรายจ่ายทั่วไป  งบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ และงบประมาณรายจ่ายเพื่อการลงทุน

๘.                  งบประมาณรายจ่ายทั่วไปของ อปท. ประกอบด้วยรายจ่ายประเภทใดบ้าง
๑.            รายจ่ายงบกลาง  และรายจ่ายตามแผนงาน
๒.           รายจ่ายงบกลาง และรายจ่ายเพื่อการลงทุน
๓.           รายจ่ายประจำและรายจ่ายเพื่อการลงทุน
๔.           รายจ่ายงบกลาง และรายจ่ายเฉพาะการ

๙.            รายจ่ายประจำ ประกอบด้วยหมวดรายจ่ายใดบ้าง
๑.  หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ  หมวดค่าจ้างชั่วคราว
                ๒.   หมวดค่าตอบแทน  ใช้สอยและวัสดุ
                ๓.   หมวดค่าสาธารณูปโภค  หมวดเงินอุดหนุน  หมวดรายจ่ายอื่น
                ๔.    ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
/๑๐.        ใครมีหน้าที่เสนอ...


๑๐.          ใครมีหน้าที่เสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อสภาท้องถิ่น
                ๑.  นายกฯ เป็นผู้ยื่นญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อประธานสภาท้องถิ่นภายใน
วันที่ ๑๕ สิงหาคม ของทุกปี
                ๒.  คณะผู้บริหารเป็นผู้ยื่นญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อประธานสภาท้องถิ่น
ภายในวันที่ ๑๕ กรกฏาคม ของทุกปี
๓. ปลัดเทศบาล เป็นผู้ยื่นญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อประธานสภาท้องถิ่น
ภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ของทุกปี
                ๔. เจ้าหน้าที่งบประมาณ เป็นผู้ยื่นญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อประธานสภา
ท้องถิ่นภายในวันที่ ๑๕ กรกฏาคม ของทุกปี

๑๑.  ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่จุดมุ่งหมาย ๓ ประการ ตามนโยบายของรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์
      ชินวัตร
  ๑.นำประเทศไทยไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล มีความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น
  ๒.นำประเทศไทยสู่สังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์
  ๓.นำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ อย่างสมบูรณ์
                  ๔.พัฒนาเศรษฐกิจ กระจายรายได้ที่เป็นธรรม ปรับโครงสร้างภาษีอากรทั้งระบบ

๑๒.  ข้อใดต่อไปนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่เริ่มดำเนินการในปีแรกของรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์  ชินวัตร
                ๑.สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เยียวยาและฟื้นฟูทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายการใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐
                ๒.กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ”
                ๓.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
                ๔.ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

๑๓.   การควบคุมภายใน คืออะไร
๑. กระบวนการที่คณะผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรกำหนดขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ขององค์กร
๒. การบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบราชการ
๓. การค้นหาการทุจริตในองค์กร
๔. การบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน

/๑๔. การควบคุมภายใน…


๑๔. การควบคุมภายในมีความจำเป็นต่อหน่วยงานราชการหรือไม่
๑. ไม่จำเป็น เพราะมีกฎระเบียบรองรับอย่างเข้มงวด
๒. ไม่จำเป็น เพราะมี สตง.อยู่แล้ว
๓. จำเป็น เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
๔. จำเป็น เพราะช่วยให้องค์กรมั่นใจว่าผ่านการประเมินจากองค์กรที่กำกับดูแล

๑๕. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
๑. การควบคุมภายในทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในองค์กรได้
๒. การควบคุมภายในต้องสัมพันธ์กับความเสี่ยง
๓. การควบคุมภายในมีข้อจำกัด
๔. การควบคุมภายในของทุกองค์กรเหมือนกัน

๑๖. ข้อใดไม่ใช่เทคนิคการควบคุมภายใน
๑. การจัดทำและขออนุมัติงบประมาณ
๒. การให้หมายเลขกำกับเอกสารใบเสร็จล่วงหน้า
๓. การจัดเก็บเอกสารบัญชีไว้ในลิ้นชักของพนักงาน
๔. การตรวจสอบเอกสารประกอบการจัดทำบัญชี

๑๗. ข้อใดคือประเภทของการควบคุมภายใน
๑. การตกแต่งตัวเลขทางการเงินในงบการเงิน
๒. การปรับปรุงรายการบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
๓. การอนุมัติการยืมทรัพย์สินขององค์กร
๔. ถูกทุกข้อ

๑๘. การรายงานตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยฯการควบคุมภายใน พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๖
กำหนดให้รายงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ภายในกี่วัน
๑. ๙๐ นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ
๒. ภายในเดือนกันยายนของทุกปี
๓. ๑๒๐ วัน นับจากวันสิ้นปีปฏิทิน
๔. ถูกทุกข้อ

/๑๙. ข้าราชการควรเข้าใจ…

๑๙. ข้าราชการควรเข้าใจเรื่องการควบคุมภายในหรือไม่
๑ . ควร เพราะจะได้กระจายอำนาจความรับผิดชอบ
๒. ควร เพราะจะได้ปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมที่สำคัญ
๓. ไม่ควร เพราะเป็นความลับของราชการ
๔. ไม่ควร เพราะผู้ตรวจสอบภายในดูแลการควบคุมอยู่แล้ว

๒๐. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
๑. การบริหารความเสี่ยง เป็นกระบวนการในการระบุเหตุการณ์ความเสี่ยง การจัดการตอบสนองความ
เสี่ยงรวมทั้งการสร้างโอกาสใหม่ต่อองค์กร
๒. การบริหารความเสี่ยง เป็นองค์ประกอบช่วยในกระบวนการประเมินความเสี่ยง
๓. ถูกทั้งข้อ ๑ และ ๒
๔. ไม่มีข้อถูก

๒๑. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยงขององค์กรที่เพิ่มจากกรอบแนวความคิดการควบคุม
ภายใน
๑. สภาพแวดล้อมการควบคุม
๒. กิจกรรมการควบคุม
๓. การกำหนดวัตถุประสงค์
๔. การติดตามผล

๒๒. ปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของการจัดวางระบบการควบคุมภายใน
๑. นโยบายของผู้บริหาร
๒. บุคลากรในหน่วยงาน
๓. งบประมาณ
๔. กฎข้อบังคับของหน่วย

๒๓. วิธีการจัดการตอบสนองความเสี่ยง คือ
๑. การยอมรับความเสี่ยง
๒. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
๓. การควบคุมความเสี่ยง
๔. ถูกทุกข้อ

/๒๔. ประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยง…

๒๔. ประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยง ได้แก่
๑. ลดโอกาสเกิด / ลดผลเสียหาย
๒. เชื่อมโยงกลยุทธ์กับวัตถุประสงค์
๓. การใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
๔. ถูกทุกข้อ

๒๕. ข้อใดต่อไปนี้คือสัญลักษณ์ของอาเซียน
๑. รวงข้าว๑๐ รวง
๒. รวงข้าว ๑๑ รวง
๓. ต้นข้าว ๑๐ ต้น
๔. ต้นข้าว ๑๕ ต้น

๒๖. ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการร่วมกลุ่มเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
๑. เพื่อให้สมาชิกอาเซียนมีการค้าอย่างเสรีมากขึ้น
๒. เพื่อให้สมาชิกเอาเซียนนำสินค้านำสินค้าของตนมาขายมากขึ้น
๓. เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนติดต่อค้าขายกันได้ง่ายขึ้น
๔. เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมมือกันต่อต้านสินค้าของประเทศนอกกลุ่ม

๒๗. การประชุมประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนเรียกว่าอะไร
๑. การประชุมอาเซียนซัมมิท
๒. การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
 ๓. การจัดการประชุมร่วมร่วมกับประเทศอาเซียน
๔. การประชุมที่เรียกว่าอาเซียนสามบวกสาม

๒๘. ประเทศใดไม่ใช่กลุ่มสมาชิกอาเซียน
๑.     เมียนมาร์
๒.    สิงห์โปร์
๓.    เวียดนาม
๔.   ติมอร์-เลสเต



/๒๙.  ข้อใดไม่ใช่ ต้นเหตุการณ์…


๒๙.  ข้อใดไม่ใช่ ต้นเหตุการณ์กำเนิดอาเชียน
๑. ปัจจัยทางการเมือง – กระบวนการให้ เอกราช/การปลดปล่อย (decolonization process)
๒. การลงนามในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐
๓. สงครามเย็น
๔. การรวมตัวด้านเศรษฐกิจ

๓๐. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการรวมกลุ่มของอาเซียน
๑. เพื่อพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ
๒. เพื่อร่วมกันต่อต้านการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ
๓. เพื่อส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางการเมือง
๔. เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศ

๓๑ คำขวัญของอาเซียนคือข้อใด
๑. หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม
๒. หนึ่งประชาคม หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งเศรษฐกิจ
๓. หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม หนึ่งวิสัยทัศน์
๔. หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาชาติ

๓๒. ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่มักขาดดุลการค้าเป็นเพราะสาเหตุใด                 ๑. มีการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรมาก
                ๒. มีความต้องการนำเข้าสินค้าทุนมาก
                ๓. มีความต้องการสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมาก
                ๔. มีความต้องการบริโภคสินค้าและบริการมาก

๓๓. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
          ๑.  การยอมให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย
    ๒. การยอมให้ประชาชนมีสิทธิ์และเสรีภาพเต็มที่
    ๓. การยอมให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรโดยตรง
     ๔ .การถือว่าผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของปวงชน

/๓๔. ปัจจัยที่สำคัญที่สุด…



๓๔. ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ หรือบริหารงานภายใต้ภาวะข้อจำกัด                 ๑. โอกาส
                ๒. สถานการณ์
                ๓. ผู้บริหาร
                ๔. เวลา

๓๕. ข้อใดไม่ใช่คำนิยาม ความพอเพียง (Sufficiency)
                ๑. ความพอประมาณ
                ๒. ความมี เหตุผล
๓. การมี ภูมิคุ้มกันในตัว
๔.ความรู้และคุณธรรม

๓๖. . ข้อใดคือระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑
                ๑. พ.ศ.๒๕๕๔ - ๒๕๕๘
                ๒. พ.ศ.๒๕๕๔ - ๒๕๕๙
                ๓. พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙
                ๔. พ.ศ. ๒๕๕๕ -๒๕๖๐

๓๗.  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ยึดหลักการพัฒนาตามข้อใด
๑. คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
                ๒. ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
                ๓. คนเป็นศูนย์กลางของการรับบริการ
                ๔. ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการรับบริการ

๓๘. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับพันธกิจของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑
๑. การสร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้
                ๒. การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
                ๓. พัฒนาฐานการผลิตและการบริการ
                ๔. สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ


/๓๙. ข้อใด ไม่อยู่ในวิสัยทัศน์…



๓๙. ข้อใด ไม่อยู่ในวิสัยทัศน์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑
๑. สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
๒. ความเสมอภาคเป็นธรรม
                ๓. ภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง
                ๔. การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

๔๐. ข้อใด ไม่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาคนสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑
๑. การศึกษา
๒. ทักษะการทำงาน
                ๓. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
                ๔. การดำเนินชีวิต

๔๑.  ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒.  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๓. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๔.  ผู้อำนวยการตรวจเงินแผ่นดิน

๔๒.  จุดมุ่งหมายของการพัฒนาชุมชนที่เป็นไปได้ยากมากที่สุดคือข้อใด
                ๑.  การปรับปรุงด้านกายภาพ
                ๒.  การกลับสู่ชนบท
                ๓.  การส่งเสริมอาชีพ
                ๔.  การรวมกลุ่มของประชาชน

๔๓.  บุคคลใดต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิได้รับ “บริการสวัสดิการสังคม”
                ๑.  บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งตกอยู่ในสภาวะยากลำบากหรือจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ
                ๒.  เด็ก เยาวชน คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 
๓. บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คณะกรรมการการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติกำหนด
๔. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

/๔๔.  ขั้นตอนแรก…

๔๔.  ขั้นตอนแรกของการดำเนินงานการวางแผนโครงการในงานพัฒนาชุมชนคือข้อใด
                ๑.  การแสวงหาข้อเท็จจริง
                ๒.  การวิเคราะห์ทรัพยากร
                ๓.  การแสวงหาผู้นำ
                ๔.  การสืบหาผลงานเพื่อนำมาอ้างอิง

๔๕.   กล่าวกันว่า  การพัฒนาชุมชนเป็นการพัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจนั้น  คำว่า  "จิตใจ" หมายถึงอะไร
                ๑.  คุณธรรม
                ๒.  มีศีลธรรม
                ๓.  การถือปฏิบัติพรหมจรรย์
                ๔.  พฤติกรรม  ค่านิยมและทัศนคติ

๔๖.  หลักธรรมของพุทธศาสนาข้อใดที่เป็นหัวใจของการพัฒนาชุมชน
                ๑.  อริยสัจ ๔
                ๒.  อิทธิบาท ๔
                ๓.  พรหมวิหาร ๔
              ๔  สังคหวัตถุ ๔

๔๗.  ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้พิการที่มีสิทธิจะได้รับเบี้ยความพิการ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๕๓
                ๑. มีสัญชาติไทย
                ๒. มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ
                ๓. เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ
                ๔. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน

๔๘. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐
๑. กำหนดสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองคนพิการ เพื่อมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ตลอดจนให้รัฐสงเคราะห์คนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้
๒. การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
๓. การส่งเสริมอาชีพเพื่อให้คนพิการมีรายได้เพียงพอกับการยังชีพของตนเอง

/๔. ให้มีคณะกรรมการส่งเสริม…

๔. ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ  และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ  ส่วนราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบุคลากรของสำนักงาน

๔๙.  การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการจะต้องกระทำเมื่อใด
                ๑. ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
                ๒.ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี
                ๓.ภายในปีงบประมาณนั้น ๆ
                ๔.ยื่นได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณที่ได้รับบัตรประจำตัวคนพิการตามกฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการแล้ว

๕๐.  ข้อใดต่อไปนี้ คือเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๓
                ๑.  เพื่อให้บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรีและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
                ๒.  บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์ ทุกคน   ได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมจากรัฐ
                ๓.  บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ปีบริบูรณ์ ทุกคน   มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรีและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
                ๔. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 3 อปท.เทศบาล อบจ.
- การเขียนผังงาน (Flowchart)
- ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบ พรบ.คอมพิวเตอร์  พศ.2550
- แนวข้อสอบโครงสร้างและกการจัดการฐานข้อมูล
- แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย
- แนวข้อสอบวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- แนวข้อสอบเรื่องฮาร์ดแวร์
- แนวข้อสอบหลักการแก้ปัญหา  _ผังงานฐานข้อมูล, การเขียนโปรแกรม
- พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
- หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น



ข้อสอบ คอมพิวเตอร์

คำสั่ง  ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด แล้วกากบาทลงในกระดาษคำตอบ

1.   ข้อใดไม่ใช่ ขั้นตอนหลักในการทำงานของคอมพิวเตอร์
   ก.  ประมวลผล            ข.  เก็บข้อมูล   
ค.  รับข้อมูล               ง.  แสดงผลลัพธ์     
จ.  นำข้อมูลเข้า (คนที่จะนำข้อมูลเข้าได้ก็คือ User ค่ะ)
2.  หน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์เรียกว่า
   ก.  บิต    ( 1 กับ 0)            ข.  ไบต์     
ค. ฟิลด์                ง.  เร็คคอร์ด   
จ. ไฟล์   
3.  ข้อมูลเมื่อผ่านการประมวลผลแล้ว จะได้อะไร
   ก.  Document            ข.   Report   
ค.  Information            ง.  Output
จ.  Database
4.  สัญญาณในคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณชนิดใด
   ก.  อนาล็อก               ข.  ดิจิตอล   
ค.  ไฮบริค               ง.  ไฟฟ้า
จ. อิเล็กทรอนิกส์
5. สิ่งใดที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทำได้
   ก.  การเปิดกล่องระเบิด            ข.  การเลือกผลไม้
   ค.  การก่อการร้าย            ง.  การปอกเลือกไข่ต้ม
จ.  การเก็บฉัน้ระเบิด
6.  IP Address คือ
   ก.  หมายเลยประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย
   ข.  โพรโทคอลที่ใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ค.  หมายเลขประจำของเครื่องเซิร์ฟเวอร์
   ง.  ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
   จ. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดกล่าวถึง Protocol ได้ถูกต้อง
   ก.  การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
        ข. การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกล
   ค.  การบริหารวารสารและข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต
        ง. เครื่องมือที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลในรูปแบบเอกสาร
   จ.  ภาษาการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบอินเทอร์เน็ต
8.  ส่วนประกอบใดของโปรแกรม Internet Explorer ที่ทำหน้าที่แสดงที่อยู่ของเว็ปไซด์
   ก.  แถบชื่อ                       ข.  แถบสื่อสาร   
ค.  แถบสถานะ               ง.  พื้นที่แสดงเว็บเพจ   
จ. แถบที่อยู่ของเว็บไซต์
9.   s15550036@student.rit.ac.th  ข้อความ “s1555036” หมายถึงข้อใด
   ก.  Domain Name            ข.  Password       
             ค.  Sub Domain            ง.  Username   
             จ.  ISP
10. ไฟล์ที่ถูกบีบอัดด้วยโปรแกรม WinZip จะมีส่วนขยายหรือนามสกุลไฟล์ตามข้อใด
   ก.  .doc               ข.  .zip     
ค.  .com               ง.  .txt     
จ.  .exe
11.  ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะไม่จำกัดผู้ใช้  ปัญหาดังกล่าวคือ
   ก.  อาจมีผู้บุกรุก เข้าทำลายระบบคอมพิวเตอร์      ข.  ความปลอดภัยของข้อมูล
   ค.  ลิขสิทธิ์                  ง.  ไวรัสคอมพิวเตอร์ทำลายข้อมูล   
ง.  ถูกทุกข้อ12.  ข้อใด  ไม่ใช่  ประโยชน์ของการประมวลผลแบบระบบฐานข้อมูล
   ก.  หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล         ข.  ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลลงได้
   ค.  ข้อมูลไม่สูญหายเนื่องจากถูกเก็บไว้หลายๆ ที่   ง.  ประหยัดอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูล
จ.  กำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้
13. ข้อใดจัดเป็นโปรแกรม DBMS
   ก.  โปรแกรมภาษาโคบอล            ข.  โปรแกรมภาษาปาสคาล   
ค.  โปรแกรมภาษาเบสิค            ง. โปรแกรมภาษาซี   
จ..  โปรแกรม SQL

14. รายละเอียดข้อมูลที่แสดงถึงคุณสมบัติของเอ็นติตี้ คือ
   ก.  Attribute               ข.  Relationship     
ค.  Database               ง.  Field
จ.  File
15. กรณีที่กำหนดว่า “นักศึกษาแต่ละคนสามารถลงทะเบียนได้หลายวิชา ในขณะที่แต่ละวิชานักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้หลายคน   ” ความสัมพันธ์ระหว่างรายวิชาและนักศึกษาเป็นความสัมพันธ์แบบใด
   ก.  แบบหนึ่งต่อกลุ่ม            ข.  แบบกลุ่มต่อกลุ่ม   
ค.  แบบกลุ่มต่อหนึ่ง            ง.  แบบหนึ่งต่อหนึ่ง
จ.   ถูกทุกข้อ
16. “ความสัมพันธ์”  ที่กล่าวถึงในข้อ 15  หมายถึง
   ก.  ความสัมพันธ์ระหว่างเอททริบิวต์      ข.  ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลด์
   ค.  ความสัมพันธ์ระหว่างเร็คคอร์ด      ง.  ความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นติตี้
จ.  ความสัมพันธ์ระหว่างฐานข้อมูล
17. ชนิดความสัมพันธ์ใดต่อไปนี้ในข้อใดไม่ถูกต้อง
   ก.  1 : 1      ข.  1 : m    ค.  M : 1   ง.  M : n       จ.  1: n
18. ถ้าจะกำหนดความสัมพันธ์ข้อมูลของร้านอาหารแห่งหนึ่งระหว่างรายการอาหารกับลูกค้า ควรจะกำหนดความสัมพันธ์ในรูปแบบใด
   ก.  One to One                 ข.  One to Many     
ค.  Many to Many               ง.  Many to One   
จ. ถูกทุกข้อ
19. ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล เช่น กำหนดการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละคน ตรงกับบุคคลต่อไปนี้
   ก.  Programmers            ข.  DBA   
ค.  DBMS               ง.  Computer Analysis   
จ.  Data Entry
20. ข้อใด  ไม่ใช่  ผลเสียของการทำงานด้วยระบบไฟล์
   ก.  เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บ         ข.  เขียนโปรแกรมเพื่อจัดการกับข้อมูลยาก
   ค.  เกิดความขัดแย้งของข้อมูล         ง.  เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
จ.  ผิดทุกข้อ
21. โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล (DBMS) มีหน้าที่อย่างไร
   ก.  ดูแลรักษาข้อมูล         ข.  ติดต่อกับตัวจัดการระบบแฟ้มข้อมูล
   ค.  ควบคุมภาวการณ์ใช้ข้อมูลพร้อมกัน      ง. จัดการการเข้าถึงข้อมูลและไฟล์ข้อมูล
   จ.  ถูกทุกข้อ
22. ผู้ที่ทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูล จะทำหน้าที่คล้ายคลึงกับใคร
ก.  เจ้าหน้าที่เขียนโปรแกรม             ข.  ผู้ใช้     
ค.  หัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์            ง.  นักวิเคราะห์ระบบ
จ. นักออกแบบระบบ
23. ข้อใดต่อไปนี้ควรกระทำเป็นอันดับแรกในการออกแบบฐานข้อมูล
   ก.  รวบรวมข้อมูลและความต้องการของผู้ใช้      ข.  กำหนดรูปแบบฟิลด์และไฟล์
   ค.  ทำความเข้าใจกับข้อมูล            ง.  ออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างไฟล์
   จ.  ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
24. ใน SQL   ต่อจากคำสั่ง SELECT  ต้องเป็นชื่อของอะไร
   ก.  ชื่อ Field            ข.  ชื่อ Table     
ค.  ชื่อ Table หรือชื่อ Query              ง.  ชื่อ Field หรือชื่อ Query
ง.  ถูกทุกข้อ
25. ใน SQL ต่อจากคำสั่ง FROM ต้องเป็น
   ก.  ชื่อ Field            ข.  ชื่อ Table     
ค.  ชื่อ Table หรือชื่อ Query              ง.  ชื่อ Field หรือชื่อ Query
จ.  ถูกทุกข้อ
26. Data type ชนิดไหน ที่เหมาะสำหรับใช้กับข้อมูลที่เป็นบาทและสตางค์
   ก.  Number                  ข.  Text           
ค.  Currency                  ง.  Memo
จ.  ถูกทุกข้อ
27  ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
   ก.  เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่ได้คุณภาพ
ข..  เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบการทำงานที่พึงประสงค์และสอดคล้องกับองค์กร
ค.  เพื่อให้ได้มาซึ่งกฎระเบียบกฎเกณฑ์การปฏิบัติงานในระบบการทำงาน
   ง.  เพื่อให้ได้มาซึ่งซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ เครื่องมือปฏิบัติงานและบุคลากรที่เหมาะสมกับองค์กร
   จ.  ข้อ ข และ ค. ถูกต้อง

28. ข้อใดเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์มีส่วนช่วยในการระบบสารสนเทศ มากที่สุด
   ก. เป็นเครื่องมือประมวลผลของระบบสารสนเทศ
ข.  เป็นเครื่องมือจัดสร้างโปรแกรมของระบบสารสนเทศ
   ค.  เป็นเครื่องมือสำหรับปฏิบัติงานให้ได้สารสนเทศ
   ง.  เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจของระบบสารสนเทศ
   จ. เป็นเครื่องมือช่วยประสานงานในระบบสารสนเทศ
29. ระบบสารสนเทศมีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กร มากที่สุด
   ก.  เป็นระบบที่สนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินงานขององค์กร
   ข.  เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความเชื่อถือให้กับองค์กร
ค.  เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่องค์กร
   ง.  เป็นระบบที่ช่วยในการเพิ่มกำไร
   จ. ไม่มีข้อใดถูก
30. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของนักวิเคราะห์ระบบ
   ก.  รวบรวมข้อมูล             ข. กำหนดความต้องการ           
ค.  ศึกษาความเป็นไปได้         ง.  ออกแบบสารสนเทศ
ง. ออกแบบผลลัพธ์
31.  นักพัฒนาระบบในความหมายของการวิเคราะห์และออกแบบระบบคือใคร
   ก.  Programmer   ข.   System Analyst      ค.  Application  Analyst   ง.   Data  Entry
จ.  ถูกทุกข้อ
32. บทบาทของนักวิเคราะห์ระบบคือข้อใด
   ก.  เป็นผู้บริหารระบบ      ข.  เป็นผู้ประสานงานระหว่างระบบกับผู้ใช้
   ค.  เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้ใช้กับผู้จัดการ      ง.  เป็นผู้เขียนโปรแกรม
จ.  เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้ใช้กับนักพัฒนาระบบ
33.  คุณสมบัติของนักวิเคราะห์ระบบ คือข้อใด
   ก.  เป็นผู้พูดที่ดีและมีมนุษยสัมพันธ์      ข.  มีความรู้เรื่องระบบสารสนเทศเป็นอย่างดี
   ค.  มีความสามารถในการเขียนรายงาน      ง.  สามารถแก้ปัญหาและรู้ระบบการทำงานเป็นอย่างดี
   จ.   ทุกข้อที่กล่าวมา
34. ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องคำนึง คืออะไร
   ก.  ความต้องการของผู้อำนวยการ         ข.  ความต้องการของผู้ใช้
   ค.  ความต้องการของผู้บริหาร   ง.  ความต้องการพัฒนาองค์กร
จ.  ความต้องการของผู้ทำงาน
35. จากข้อต่อไปนี้ ข้อใดเป็นข้อดีในการใช้ฐานข้อมูลร่วมกันมากที่สุด
   ก.  ลดความขัดแข้งของข้อมูลและลอดความซ้ำซ้อนในการเก็บข้อมูล
   ข.  เพิ่มการออกแบบส่วนงานและโครงสร้างการควบคุมในตัว
   ค.  ฐานข้อมูลมีคุณสมบัติเป็นสารสนเทศที่ดี
   ง.  รวบรวมข้อมูลต่างๆ ได้ง่าย
36. ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ข้อใดเป็นจุดประสงค์ในการใช้แผนภาพ Entity Relationship Diagram (ERD)
   ก.  วิเคราะห์การทำงานของโปรแกรม     
ข.  วิเคราะห์กระแสการไหลของข้อมูล     
ค.  วิเคราะห์และออกแบบองค์ประกอบของโปรแกรม
ง.  วิเคราะห์และออกแบบภาพรวมของข้อมูลในฐานข้อมูลจ.  วิเคราะห์และออกแบบภาพรวมของรายงานที่จะได้จากระบบ
37. แหล่งข้อมูลใดมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
   ก.  เอกสารและรายงาน         ข.  ผู้บริหาร
   ค.  ผู้ใช้            ง.  โครงการวิเคราะห์และออกแบบระบบเดิม
จ. ทุก ๆ แหล่งมีความสำคัญ
38. ต่อไปนี้ข้อใด  ไม่ใช่  คุณสมบัติที่พึงประสงค์ของแบบจำลองหรือโมเดล
   ก.  ง่ายต่อการทำความเข้าใจ กว่าการศึกษาระบบจริงอย่างชัดเจน
   ข.  ง่ายในการนำไปใช้
   ค.  ให้ข้อมูลของระบบอย่างละเอียดสมบูรณ์ทุกอย่าง
   ง.  ประหยัดกว่าการทำระบบจริง
   จ.  ให้เห็นระบบคร่าว ๆ ก่อนลงมือทำระบบจริง
39. ข้อใดเป็นความหมายของข้อมูลในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
   ก.  ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่สามารถเก็บรวบรวมได้      ข.  ข้อเท็จจริงต่างๆ ของสิ่งที่เราสนใจ
   ค.  ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน      ง.  ข้อมูลผลกำไรขาดทุน   
จ.  ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์และข้อมูลวิธีการทำงาน
40. ข้อใดควรกระทำเป็นอันดับแรกในการพัฒนาระบบโดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
   ก. ออกแบบรายงาน               ข.  รวมรวมข้อมูล
   ค.  วิเคราะห์ระบบ               ง.  กำหนดวิธีและขั้นตอนการทำงาน
   จ.  ควรทำไปพร้อม ๆ กัน
41.  “แสดงถึงขอบเขตของระบบทั้งหมดที่ทำการศึกษา โดยจะแสดงให้เห็นว่าอะไรอยู่ที่ไหน ในหรือนอกระบบ” ข้อความข้างต้นหมายถึงอะไร
   ก.  Context Diagram            ข.  Level – 0       
ค.  Level – 1             ง. Level – 2
จ. Level – 3
42. DFD( Data  Flow Diagram)  ในข้อใด มีรายละเอียดในการทำงานมากที่สุด
   ก.  Context Diagram            ข.  Level – 0       
ค.  Level – 1             ง. Level – 2
จ. Level – 3
43. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ DFD
   ก.  แผนภาพระดับ Context Diagram มีเพียงโปรเซสเดียว
   ข.  แผนภาพระดับที่ 1 เรียกว่า Context Diagram
   ค.  แผนภาพระดับที่ขยายการทำงานของ Context Diagram เรียกว่า DFD Level – 0
   ง.  Sink / Source ตัวเดียวกันใน Context Diagram ปรากฏ ได้หลายแห่ง
   จ.   Context Diagram  จะอธิบายการทำงานได้ละเอียดที่สุด
44. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ DFD
   ก.  กระแสข้อมูลย่อมไม่ไหลจากโปรเซสไปยังโปรเซส
   ข.  กระแสข้อมูลไหลจากโปรเซสไปยังแฟ้มข้อมูล
   ค.  กระแสข้อมูลไหลจากโปรเซสไปยัง Sinks
   ง.  กระแสข้อมูลไหลจาก Source ไปยังโปรเซส
   จ.  กระแสข้อมูลไหลจากโปรเซสไปยัง Source
45. ข้อความต่อไปนี้ ข้อใด ไม่ถูกต้อง
   ก.  1.333... เป็นจำนวนตรรกยะ         ข.  1.232323... เป็นจำนวนตรรกยะ
   ค.     เป็นจำนวนเต็ม            ง.     เป็นจำนวนจริง
   จ.    เป็นจำนวนตรรกยะ
46. จำนวนในข้อใดเป็นจำนวนตรรกยะทั้งหมด
   ก.  1 , 0.01 ,  1.111...            ข.  1  ,  1.333...  ,  2.131131113...
   ค.  2.5 ,  ¶  ,                   ง.  0.5  ,     ,  1.262626...
   จ.  0, 1.2411111..,-4

47. จำนวน 249 เขียนเป็นเลขโรมันได้ตรงกับข้อใด
   ก.  CCXCIV            ข.  CCDXXXXVI   
ค.  MVIXDIIII            ง.  CCCXVI
   จ.  CCXLIX
48. จำนวน  24,380,000  มีค่าเท่าจำนวนในข้อใด
   ก.  2.438 x 105            ข.  2.438 x 106     
ค.  2.438 x 107            ง.  2.438 x 108
        จ.  24.38 x 109
49. จำนวน  0.000435  มีค่าเท่ากับจำนวนในข้อใด
   ก.  4.35 x 10-4            ข.  4.35 x 10-5     
ค.  4.35 x 10-6            ง.  4.35 x 10-7   
        จ.  4.35 x 10-8
50. มีค่าเท่ากับจำนวนในข้อใด
   ก.  1.5 x 10-5               ข.  1.5 x 10-6     
ค.  1.5 x 10-7               ง.  1.5 x 10-8   
        จ.  1.5 x 10-9   
51. (0.5 x 103) x (0.7 x 104) มีค่าเท่ากับจำนวนในข้อใด   
   ก.  3.5 x 100                  ข.  3.5 x 101     
ค.  3.5x 102                  ง.  3.5 x 103   
        จ.  3.5 x 106
52. (1 x 25) + (1 x 23) + (1 x 22)  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (10110)2                  ข.  (101100)2     
ค.  (100110)2               ง.  (101010)2
        จ.  (100101)2
53. (110101)2  มีค่าเท่ากับจำนวนในข้อใด
   ก.  50      ข.  51         ค.  52          ง.  53         จ.  54
54. (2573)8  เขียนในรูปการกระจายได้ตรงกับข้อใด
   ก.  (2 x 83) + (5 x 82) + (7 x 8) + (3 x 10)      ข.  (2 x 83) + (5 x 82) + (7 x 8) + (3 x 80)
   ค.  (2 x 84) + (5 x 83) + (7 x 82) + (3 x 10)      ง.  (2 x 84) + (5 x 83) + (7 x 82) + (3 x 10)
   จ. (2 x 81) + (5 x 82) + (7 x 83) + (3 x 14)

55.  (14AB)16  เขียนในรูปการกระจายตรงกับจำนวนข้อใด
   ก.  (1 x 163) + (4 x 162) + (A x 161) + (B x 160)   ข.  (1 x 163) + (4 x 162) + (10 x 161) + (11 x 160)
   ค.  (1 x 163) + (4 x 162) + (10 x 161) + (11 x 0)       ง.  (1 x 164) + (4 x 163) + (10 x 162) + (11 x 161)
   จ.  (1 x 161) + (4 x 162) + (10 x 163) + (11 x 164)
56.  จำนวนในข้อใดมีค่ามากที่สุด
   ก.  (100)8                  ข.  (1000)6     
ค.  (10000)4                  ง.  (100000)2
จ.  (100000)4
57. (1101)2  +  (10011)2  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (10000)2                  ข.  (100000)2   
   ค.  (11000)2                  ง.  (110000)2
   จ.  (1100000)2
58. (431)5  +  (243)5  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (1124)5                  ข.  (1134)5     
ค.  (1214)5                  ง.  (1224)5
   จ.  (1215)5
59.  (231)4  -  (33)4  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (123)4                  ข.  (132)4     
ค.  (212)4                  ง.  (213)4
   จ.  (121)4
60. (6666)7  +  (1)7  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (1111)7                  ข.  (2000)7   
   ค.  (1000)7                  ง.  (10000)7
   จ. (100000)7
61. (1011)2 x (11)2  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (100000)2               ข.  (100001)2   
   ค.  (110001)2               ง.  (111001)2
   จ.  (110101)2
62. (11010)2  ÷  (10)2  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (1011)2      ข.  (1010)2   ค.  (1101)2   ง.  (1100)2      จ.  (1001)2

63.  (111010)2  ÷  (110)2  มีค่าตรงกับข้อใด
   ก.  (1000.110)2               ข.  (1000.101)2     
ค.  (1001.110)2               ง.  (1001.101)2
   จ.  (1001.001)2

64. ข้อใดกล่าวถึงคอมพิวเตอร์ไม่ถูกต้อง
   ก.  สามารถคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาได้                   ข.   ความเร็วในการคำนวณเร็วกว่ามนุษย์
   ค.  มีความสามารถในการจำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่ามนุษย์   
ง.  อุปกรณ์ที่สามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก                    จ.  ถูกทุกข้อ
65. ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการวิเคราะห์งาน
   ก.  การทำความเข้าใจและกำหนดสิ่งที่ต้องการ      ข.  การพิจารณาข้อมูลนำเข้า
   ค.  การพิจารณารูปแบบของข้อมูลออก      ง.  การพัฒนาลำดับขั้นตอนประมวลผล
จ. การเขียนโปรแกรมของระบบ
66. ข้อใดกล่าวถึง Flowchart ได้ถูกต้องที่สุด
   ก.  ใช้ในการช่วยเขียนอธิบายขั้นตอนการประมวลผลได้ดีกว่าข้อความ
   ข.  การอธิบายการทำงานด้วย Flowchart ไม่สามารถอธิบายการทำงานได้ชัดเจน
   ค.  เป็นการอธิบายขั้นตอนการประมวลผลด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ประกอบกัน
   ง.  จะขาดสัญลักษณ์การจัดสินใจในการเขียนผังงานไม่ได้
   จ.  สามารถเลือกใช้สัญลักษณ์ได้ตามสะดวกและความพอใจ
67.  ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสัญลักษณ์ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของผังงาน
   ก.  มีทิศทางเข้าและออกอย่างละ 1 ทิศทาง      ข.  ในแต่ละผังงานมีได้เพียง 1 สัญลักษณ์
   ค.  เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บอกจุดเริ่มต้นของผังงาน   ง.  ทุกผังงานจะต้องประกอบด้วยจุดเริ่มต้น
   จ.  สัญลักษณ์ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นจะใช้ สัญลักษณ์                                       เท่านั้น
68.  ถ้าต้องการคำนวณหาจากสูตร X = Y2 + 5 จะเขียนออกมาได้ในรูปแบบใด
   
ก.                                  ข.                            ค.                                   

    ง.                                               จ.



69.   ถ้าต้องการแสดงค่าคัวแปร  MAX  จะเขียนออกมาในลักษณะใดจึงถูกต้องที่สุด
     
       ก.                  MAX        ข.               MAX    ค.               MAX   

    ง.                 MAX       ง.

70.  สัญลักษณ์ในการเขียนผังงาน สัญลักษณ์ใดที่ต้องมีคู่ของสัญลักษณ์เสมอ
   ก.  จุดเริ่มต้น   ข.  การแสดงออกทางจอภาพ   ค.  การตัดสินใจ     
ง.  จุดต่อระหว่างหน้า   จ. การคำนวณ
71. ในโครงสร้างผังงานการเลือกทำ สัญลักษณ์ในการเขียนผังงานในข้อใดจะขาดไม่ได้
   ก.  การคำนวณ      ข.  การตัดสินใจ      ค.  การรับค่าข้อมูล   
ง.  การแสดงผล      จ.  การแสดงผลทางจอภาพ
72. ในโครงสร้างผังงาน การเลือกทำ การทำงานในข้อใดจะต้องทำเป็นอันดับแรก
   ก.  การคำนวณ      ข.  การตัดสินใจ      ค.  การรับค่าข้อมูล   
ง.  บอกจุดสิ้นสุดของผังงาน   จ.  ถูกทุกข้อ
73.  ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการทำงานของโครงสร้างผังงานการเลือกทำ หลังจากการตรวจสอบเงื่อนไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว
   ก.  จะทำขั้นตอนการทำงาน 2  ทิศทางพร้อมกัน   
   ข.  จะทำขั้นตอนการทำงานทั้งสองทิศทาง แต่จะทำครั้งละ 1 ทิศทาง ไม่พร้อมกัน
   ค.  จะเลือกทำขั้นตอนการทำงานเพียงทิศทางใดทิศทางหนึ่งตามเงื่อนไขเท่านั้น
   ง.  ไม่มีข้อใดถูก
   จ.  ถูกทุกข้อ
 
74. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างผังงานการทำซ้ำแบบ Do While
   ก.  ทำการตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้พิจารณาในการทำซ้ำเป็นอันดับแรก
   ข.  ทำขั้นตอนที่ต้องทำซ้ำเป็นอันดับแรก
   ค.  ถ้าผลการพิจารณาเงื่อนไขออกมาเป็นจริง จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำซ้ำ
   ง.  ถ้าผลการพิจารณาเงื่อนไขออกมาเป็นเท็จ จะออกจากขั้นตอนการทำซ้ำ
   จ.  ถูกทุกข้อ
75. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างผังงานการทำซ้ำแบบ Do Until
   ก.  ถ้าผลการพิจารณาเงื่อนไขออกมาเป็นเท็จ จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำซ้ำ
   ข.  ถ้าผลการพิจารณาเงื่อนไขออกเป็นจริง จะออกจากขั้นตอนการทำซ้ำ
   ค.  จะทำขั้นตอนการทำงานที่ต้องทำซ้ำเป็นอันดับแรก
   ง.  ทำการตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้พิจารณาในการทำซ้ำเป็นอันดับแรก
   จ.  ไม่มีข้อใดถูก
76. “ข้อมูลตัวหนึ่งสามารถทำให้เกิดข้อมูลอีกชุดหนึ่งได้” คำดังกล่าวนี้เป็นความหมายของรูปแบบความสัมพันธ์ในข้อใด
   ก.  One to One      ข.  One to Many      ค.  Many to Many
   ง.  Many to One      ง.  ถูกทุกข้อ
77. ถ้าจะกำหนดความสัมพันธ์ของไฟล์ในระบบงานบุคลากร ระหว่างข้าราชการกับอัตราเงินเดือน ควรจะกำหนดความสัมพันธ์แบบใด
   ก.  หนึ่งต่อหนึ่ง      ข.  หนึ่งต่อกลุ่ม      ค.  กลุ่มต่อกลุ่ม     
ง. กลุ่มต่อหนึ่ง      ง.  ข้อ ก. และ ข ถูก
78. ข้อใดต่อไปนี้ควรกระทำเป็นอันดับแรกในการออกแบบข้อมูล
   ก.  รวบรวมข้อมูลและความต้องการของผู้ใช้      ข.  กำหนดรูปแบบฟิลด์และไฟล์
   ค.  ทำความเข้าใจกับข้อมูล            ง.  ออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างไฟล์
   จ. เขียนโปรแกรม
79. ความไม่เป็นอิสระของข้อมูล หมายถึง ข้อความในข้อใด
   ก.  ข้อมูลที่ไม่สามารถนิยามความหมายได้   ข.  ข้อมูลที่ผูกพันกับการจัดเก็บและการเรียกใช้
   ค.  ข้อมูลที่ถ้าจะใช้ต้องสร้างขึ้นมาใหม่   ง.  ข้อมูลที่เกิดความขัดแย้งในตัวเอง
   จ.  ข้อมูลที่อยู่ไม่ระบุข้อมูลอื่นได้อีก
80. สื่อข้อมูลประเภทใดต่อไปนี้ ไม่สามารถใช้กับการจัดการการไฟล์แบบ Direct Access File
   ก.  เทปแม่เหล็ก      ข.  ฟล็อปปี้ดิสก์      ค.  ฮาร์ดดิสก์     
ง.  ซีดี-รอม         จ.  แฟลชไดร์ฟ
81. ผู้ทำหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล เช่น กำหนดการเข้าถึงข้อมูลแต่ละคน เป็นหน้าที่ของบุคคลใด
   ก.  DBMS         ข.  DBA      ค.  ผู้เขียนโปรแกรม   
ง.  ผู้บริหารศูนย์คอมพิวเตอร์   ง.   โปรแกรม
82. DBMS มีหน้าที่อย่างไร
   ก.  เป็นบุคคลควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล   ข.  เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่บริหารศูนย์ข้อมูล
   ค.  เป็นซอฟท์แวร์ที่ใช้จัดการฐานข้อมูล   จ.  เป็นบุคคลที่ป้อนข้อมูลลงฐานข้อมูล
จ.  เป็นซอฟท์แวร์ที่ใช้จัดระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์     
83. ข้อใดเป็นการทำงานที่ต้องมี CPU มากกว่า 1 ตัว
   ก.  Multi Programming   ข.  Multi Processing   ค.  Centralize Data Processing               
ง.  Multi Media      ง.  ถูกทุกข้อ
84. เครือข่ายระดับต่อไปนี้ สามารถติดต่อส่งข้อมูลระหว่างเครื่องได้มากที่สุด
   ก.  เครือข่าย MAN      ข.  เครือข่าย WAN     
ค.  เครือข่าย LAN      ง.  เครือข่าย แบบ Star
จ. ทุก ๆ เครือข่ายสามารถส่งข้อมูลได้ไกลเหมือนๆ กัน ซึ่งอยู่ที่สายสัญญาณ
85. ข้อใดกล่าวถึงการทำงานแบบ Multiuser
   ก.  สามารถเปิดใช้คอมพิวเตอร์ได้ทีละหลายๆ เครื่อง
   ข.  สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ทีละหลายๆ โปรแกรม
   ค.  สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ทีละหลายๆ งาน
   ง.  สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันพร้อมๆ กัน และใช้โปรแกรมได้ทีละหลายๆ โปรแกรม
   จ.  หนึ่งคนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้หลายเครื่อง
86. ข้อใดเป็นความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Multiprocessing
   ก.  สามารถเปิดใช้คอมพิวเตอร์ได้ทีละหลายๆ เครื่อง
   ข.  สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ทีละหลายๆ โปรแกรม   ค.  สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ทีละหลายๆ งาน
   ง.  สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันพร้อมๆ กัน และใช้โปรแกรมได้ทีละหลายๆ โปรแกรม
   จ.  หนึ่งคนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้หลายเครื่อง
87. ระบบเครือข่ายประเภทใดในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากที่สุด
   ก.  LAN         ข.  WAN      ค.  MAN   
ง.  SAN         จ.  Ring

88. Wireless LAN หมายถึงข้อใด
   ก.  เครือข่าย LAN ที่ใช้สาย UTP ในการเชื่อมต่อ
   ข.  เครือข่าย LAN ที่ใช้สาย Coxcial ในการเชื่อมต่อ
   ค.  เครือข่าย   LAN ที่ใช้สาย Fiber Optic ในการเชื่อมต่อ
   ง.  เครือข่ายที่ไม่ใช้สายในการเชื่อมต่อแต่ใช้คลื่นวิทยุแทน
   จ.  ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นความหมายของ Wireless LAN ทั้งหมด
89. สิ่งใดต่อไปนี้มีความจำเป็นต้องใช้ในการต่อเชื่อมเครือข่ายแบบ BUS น้อยที่สุด
   ก.  LAN Card   ข.  Network Operating System   ค.  HUB   
ง.  Topology      จ.  ข้อ ข. และ ง. ถูก   
90. อุปกรณ์ในข้อใดทำหน้าที่แปลงสัญญาณจากสัญญานอนาลอคเป็นสัญญาณดิจิตอลหรือสัญญาณ
ดิจิตอลเป็นสัญญาณอนาล๊อค
   ก.  User Card            ข.  LAN Card
ค.  Network Interface Card         ง.  Modemจ.  ข้อ ข. และ ค. ถูก
91. สายสัญญาณใดมีความสามารถในการส่งข้อมูลเร็วที่สุด
   ก.  Coaxial Cable            ข.  Shielded Twisted Pair Cable
ค.  Unshielded Twisted Pair Cable      ง.  Fiber Optic Cable
จ.  Witless  LAN
92. ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมเครือข่ายสองระบบเข้าด้วยกัน
   ก.  HUB      ข.  Connector      ค.  Router   
ง.  Concentrator   จ.  Switch
93. HUB หมายถึงข้อใด
   ก.  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อหัวเข้ากับสาย
   ข.  อุปกรณ์ที่ใช้ปิดสัญญาณหัวท้ายเครือข่ายเพื่อป้องกันสัญญาณรั่ว
   ค.  แผงวงจรที่เสียบกับเครื่องเพื่อเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย
   ง.  อุปกรณ์ศูนย์กลางของสายส่งสัญญาณรับทางเดียวออกหลายทาง หรือรับหลายทางออกทางเดียว
   จ.  อุปกรณ์ที่ใช้รับแล้วรวบรวมสัญญาณ
94. ในการเชื่อมต่อเครือข่ายมาตรฐาน Ethernet มาตรฐานใดที่ต่อใช้หัว RJ-45
       ก.  10 Base 2      ข.  10 Base 3         ค.  10 Base 5   
ง.  10 Base T      จ.   10 Base 8

95. Repeater: รีพีทเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อะไร
   ก.  ช่วยให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้
   ข.  ช่วยให้ระบบมีโปรโตคอลต่างกัน สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกัน
   ค.  ช่วยให้ระบบสามารถยืดระยะทางไปได้ไกลกว่าเดิม
   ง.  เป็นอุปกรณ์ที่ดักสัญญาณรบกวนภายในเครือข่าย
   จ. ไม่มีข้อใดถูก
96. การส่งข้อมูลแบบใดที่สามารถส่งข้อมูลได้หลายช่องทาง
   ก.  Baseband      ข.  Broadband         ค.  Broadcast   
ง.  Ethernet         จ. Token ring
97. องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลประกอบด้วย
   ก.  ผู้รับ – ผู้ส่ง      ข.  โปรโตคอล      ค.  สื่อกลาง     
ง.  ไม่มีข้อใดถูก      จ.  ถูกทุกข้อ
98. ข้อใดกล่าวถึง Electronic-mail ได้ชัดเจนที่สุด
   ก.  การขนถ่ายข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
   ข.  การรับส่งข้อความผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์   ค.  โปรแกรมสำหรับเปิดอ่านข่าวสารในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
   ง.  การพูดคุยกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
   จ.  โปรแกรมที่เปิดเว็บไซต์ที่ให้บริการ
99. การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) หมายถึงข้อใด
   ก.  การขนถ่ายข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งในอินเตอร์เน็ต
   ข.  การรับส่งข้อความผ่านอินเตอร์เน็ต
   ค.  การซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
   ง.  การทำธุรกรรมผ่านทางระบบเครือข่าย
   จ.  ถูกทุกข้อ
100. ข้อใด มิใช่ วิธีการป้องกันปัญหาความปลอดภัยในการใช้อินเตอร์เน็ต
   ก.  โปรแกรมจำกัดข้อมูล            ข.  รหัสผ่าน
   ค.  ระบบเครือข่าย               ง.  โปรแกรมป้องกันไวรัส
   จ.   การสร้างไฟล์วอล์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2013, 03:03:17 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับ 3 (อบต.เทศบาล อบจ.)

- ความรู้เกี่ยวกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น   
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน ท้องถิ่น
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่ม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารสภาตำบล พ.ศ. 2537  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจท้องถิ่น 2542
- การเขียนหนังสือราช
- การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (GOOD GOVERNANCE)
- แนวข้อสอบหลักการบริหารงานทั่วไป
- แนวข้อสอบเก่า อบต.เทศบาล อบจ. ที่ ม.ราม ออกให้ใช้สอบทั่วประเทศ 200 ข้อ
คู่มือการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม
- ความหมายของการประชุม
- การดําเนินการประชุม
- การจัดทํารายงานการประชุม
- คําศัพท์ เกี่ยวกับการประชุม
ความรู้เกี่ยวกับระเบียบงานสารบรรณ
- ขั้นตอนการปฏิบัติงานสารบรรณ
การจัดทำหนังสือ 
การรับหนังสือ
การส่งหนังสือ
การเก็บรักษา
การยืม
การทำลาย
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
- สรุปสาระสำคัญระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526



(1)  ไฟล์  PDF ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)   หนังสือ พร้อมซีดี ติวภาค ก  ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท




แนวข้อสอบ สารบรรณ พ.ศ. 2526  ชุดที่ 1
 
1.        ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่อยู่ในแบบหนังสือภายใน
            ก.    อ้างถึง                                                                            ข.    สิ่งที่ส่งมาด้วย
            ค.    คำลงท้าย                                                                       ง.    ทุกข้อไม่อยู่ในแบบ
            ตอบ   ง.
2.        โดยปกติถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องในระดับใด
            ก.    กองและแผนก                                                             ข.    กรมและแผนก
            ค.    กรมและหน่วยงาน                                                     ง.    กรมและกอง
            ตอบ   ง.
3.        ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับต่ำกว่ากรมลงมาให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับใด
            ก.    กอง                                                                                ข.    กรม
            ค.    แผนก                                                                             ง.    กระทรวง
            ตอบ   ก.
4.        ข้อใดต่อไปนี้เป็นหนังสือที่อยู่ในส่วนที่ 2 ของงานสารบรรณฯ
            ก.    หนังสือภายนอก                                                       
            ข.    หนังสือภายใน
            ค.    หนังสือราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก
            ง.    ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
            ตอบ   ข.
5.        หนังสือรับรองเป็นเรื่องสำคัญที่ออกให้แก่บุคคลให้ติดรูปถ่ายของผู้ที่ได้รับการรับรอง มีขนาดเท่าไร
            ก.    2 ´ 3 ซ.ม. ข.    4 ´ 6 ซ.ม.
            ค.    5 ´ 9 ซ.ม. ง.    6 ´ 9 ซ.ม.
            ตอบ   ข.
6.        หนังสือเวียนคือหนังสือที่มาถึงผู้รับจำนวนมากมีข้อความอย่างเดียวกันให้เพิ่มเติมรหัสพยัญชนะตัว ว ไว้ที่ใด
            ก.    มุมของด้านขวา                                                           ข.    หน้าเลขทะเบียนหนังสือส่ง
            ค.    บริเวณใดก็ได้ ขอให้ผู้รับเห็นชัดเจน                      ง.    หลังเลขทะเบียนหนังสือส่ง
            ตอบ   ข.
7.        มท. เป็นรหัสพยัญชนะประจำกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในเรื่องใด
            ก.    ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
            ข.    ป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ
            ค.    การคมนาคมทั้งทางบก-เรือ และอากาศ
            ง.    การแพทย์-พยาบาล และสุขภาพอนามัยของประชาชน
            ตอบ   ก.
8.        กห. เป็นรหัสตัวพยัญชนะประจำกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในเรื่องใด
            ก.    ป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ
            ข.    ให้การศึกษาแก่ประชาชนในชาติระดับอุดมศึกษา
            ค.    ให้ความเป็นธรรมและยุติธรรม
            ง.    การแพทย์-พยาบาล และสุขภาพอนามัยของประชาชน
            ตอบ   ก.
9.        รย. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางภาคไหนของประเทศไทย
            ก.    ภาคเหนือ                                                                      ข.    ภาคกลาง
            ค.    ภาคตะวันออก                                                             ง.    ภาคใต้
            ตอบ   ค.
10.      ภก. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางไหนของประเทศไทย
            ก.    ภาคเหนือ                                                                      ข.    ภาคกลาง
            ค.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                                          ง.    ภาคใต้
            ตอบ   ง.
11.      ชม. เป็นรหัสพยัญชนะประจำจังหวัดซึ่งอยู่ทางไหนของประเทศไทย
            ก.    ภาคเหนือ                                                                      ข.    ภาคกลาง
            ค.    ภาคใต้                                                                            ง.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
            ตอบ   ก.
12.      หนังสือราชการถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร       
            ก.    ถึง                                                                                   ข.    เรียน
            ค.    กราบเรียน                                                                     ง.    ขึ้นต้นตามข้อใดก็ได้
            ตอบ   ค.
 
13.      หนังสือราชการถึงสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร
            ก.    ทูล                                                                                  ข.    กราบทูล
            ค.    นมัสการ                                                                        ง.    ขอประทานกราบทูล
            ตอบ   ง.
14.      หนังสือราชการถึงบุคคลธรรมดาใช้สรรพนามอย่างไร
            ก.    ข้าพเจ้า                                                                          ข.    กระผม ผม
            ค.    ดิฉัน ท่าน                                                                     ง.    ถูกทุกข้อ
            ตอบ   ง.
15.      หนังสือที่ใช้สำหรับยืนยันข้อความในเรื่องที่ได้สนทนา คือหนังสือชนิดใด
            ก.    บันทึก (Memorandum)                                             ข.    บันทึกช่วยจำ (Aide Memories)
            ค.    หนังสือกลาง (Note Verbal)                                    ง.    ไม่มีข้อใดถูก
            ตอบ   ข.
16.      หนังสือราชการภาษาอังกฤษที่ลงชื่อ คือหนังสือตามข้อใด
            ก.    หนังสือราชการที่เป็นพิธี (First Person Formal Note)
            ข.    หนังสือราชการที่ไม่เป็นแบบพิธี (First Person Informal Note)
            ค.    หนังสือกลาง (Third Person Note หรือ Note Verbal)
            ง.    ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
            ตอบ   ง.
17.      งานสารบรรณ คือข้อใดต่อไปนี้                                     
            ก.    งานที่ว่าด้วยหนังสือ                                                   ข.    งานที่ว่าด้วยการเก็บหลักฐาน
            ค.    งานที่ว่าด้วยการรับส่งหนังสือ                                 ง.    งานที่หน่วยงานราชการจำเป็นต้องมีขึ้น
            ตอบ   ก.
18.      หนังสือราชการมี
            ก.    4 ชนิด                                                                           ข.    5 ชนิด
            ค.    6 ชนิด                                                                           ง.    7 ชนิด
            ตอบ   ค.
19.      การจดบันทึกหรือรายงานการประชุม จะกระทำได้กี่วิธี
            ก.    4 ชนิด                                                                           ข.    5 ชนิด
            ค.    6 ชนิด                                                                           ง.    7 ชนิด
            ตอบ   ข.
 
20.      หนังสือราชการ คือ
            ก.    หนังสือสั่งราชการ                                                      ข.    หนังสือที่ประทับตราแทนชื่อ
            ค.    เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ                           ง.    หนังสือที่ลง วัน เวลา ตามแบบสากล
            ตอบ   ค.
21.      หนังสือราชการที่มีความสำคัญสูงสุด เป็นหนังสือราชการประเภทใด
            ก.    ลับ                                                                                  ข.    ปกติ
            ค.    ลับที่สุด                                                                          ง.    ลับมาก
            ตอบ   ค.
22.      เมื่อได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุแล้ว     
            ก.    ไม่ต้องส่งหนังสือนั้นตามไป
            ข.    ต้องส่งหนังสือนั้นตามไปเพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน
            ค.    ถือว่าโทรศัพท์ โทรเลข หรือวิทยุ นั้นเป็นหลักฐานยืนยัน
            ง.    ไม่มีข้อใดถูก
            ตอบ   ข.
23.      หนังสือราชการที่จำเป็นจะต้องแจ้งให้ผู้รับทราบด่วน ข้อใดไม่ถูกต้อง
            ก.    โทรศัพท์                                                                       ข.    โทรเลข
            ค.    วิทยุสื่อสาร                                                                   ง.    วิทยุโทรทัศน์
            ตอบ   ง.
24.      เกี่ยวกับการพิมพ์ วัน เดือน พ.ศ. ถ้าเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2511 ให้พิมพ์ว่า
            ก.    5 ม.ค. 44                                                                      ข.    วันที่ 5 มกราคม 44
            ค.    31 กรกฎาคม 2511                                                     ง.    วันที่ 5 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2544
            ตอบ   ค.
25.      ใครเป็นผู้วางระเบียบงานสารบรรณ
            ก.    กระทรวงมหาดไทย                                                    ข.    คณะรัฐมนตรี
            ค.    สำนักนายกรัฐมนตรี                                                  ง.    กระทรวงศึกษาธิการ
            ตอบ   ข.




26.    ข้อใดมีความสัมพันธ์กับงานสารบรรณมากที่สุด   
    ก.    งานการเงิน    ข.    งานเกี่ยวกับการจัดสำนักงาน
    ค.    งานธุรการและผลิตเอกสาร    ง.    งานเกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร
    ตอบ   ง.

27.    “ส่วนราชการ”  ตามระเบียบงานสารบรรณหมายความว่าอย่างไร
    ก.    คณะกรรมการ    ข.    ทบวง
    ค.    กระทรวง    ง.    ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง.
28.    หนังสือที่ติดต่อระหว่างกระทรวง หรือส่วนราชการต่างกระทรวง หรือส่วนราชการถึงบุคคลภายนอก เรียกว่า หนังสือประเภทใด
    ก.    หนังสือประทับตรา    ข.    หนังสือภายใน
    ค.    หนังสือภายนอก    ง.    หนังสือประชาสัมพันธ์
    ตอบ   ค.
29.    ข้อใดเรียกว่า “หนังสือภายใน”
    ก.    เป็นหนังสือที่ติดต่อภายในกรมเดียวกัน    ข.    เป็นหนังสือที่ติดต่อในจังหวัดเดียวกัน
    ค.    เป็นหนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวงเดียวกัน    ง.    ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง.
30.    อำนาจของผู้ทำหนังสือราชการลับมากคือข้อใด
    ก.    ข้าราชการตั้งแต่หัวหน้าคณะทูต ผบ.ตร.
    ข.    ข้าราชการตำแหน่งหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า
    ค.    ข้าราชการตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่า
    ง.    หัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหน่วยนั้นๆ
    ตอบ   ข.
31.    ข้อใดต่อไปนี้อาจไม่มีในหนังสือราชการ
    ก.    เรื่อง    ข.    วัน เดือน ปี ที่ออกหนังสือ
    ค.    คำขึ้นต้นและคำลงท้าย    ง.    อ้างถึงและสิ่งที่ส่งมาด้วย
    ตอบ   ง.
32.    หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอกจัดเป็นหนังสือประเภทใด
    ก.    หนังสือภายนอก    ข.    หนังสือภายใน
    ค.    หนังสือประทับตรา    ง.    หนังสือประชาสัมพันธ์
    ตอบ   ก.



33.    ลักษณะในข้อใดที่เหมาะสมสำหรับผู้ปฏิบัติงานสารบรรณ
    ก.    มีความรู้ภาษาไทย    ข.    มีความสุขุม ละเอียด และรอบคอบ
    ค.    ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง    ง.    ถูกทั้ง ก. ข. และ ค. ประกอบกัน
    ตอบ   ง.
34.    งานสารบรรณมีประโยชน์ต่อราชการอย่างไร
    ก.    ทำให้งานสะดวก รวดเร็ว    ข.    ประหยัดแรงงานและเวลา
    ค.    ทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูง    ง.    ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ง.
35.    หนังสือที่ผู้กำกับการมีไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้คำลงท้าย
    ก.    ขอแสดงความนับถือ    ข.    ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
    ค.    ขอแสดงความนับถืออย่างสูง    ง.    ด้วยความเคารพอย่างสูง
    ตอบ   ค.
36.    คำขึ้นต้นคำว่า กราบเรียน ผู้รับได้แก่
    ก.    นายกรัฐมนตรี    ข.    ประธานองคมนตรี
    ค.    ประธานสภาผู้แทนราษฎร    ง.    ถูกหมดทุกข้อ
    ตอบ   ง.
37.    “หนังสือประทับตรา”  ใช้กระดาษอะไร
    ก.    กระดาษอัดสำเนา    ข.    กระดาษตราครุฑ
    ค.    กระดาษบันทึกข้อความ    ง.    ถูกทุกข้อ
    ตอบ   ข.
38.    หนังสือที่มีไปมาระหว่างกระทรวง คือ
    ก.    หนังสือสั่งการ    ข.    หนังสือราชการ
    ค.    หนังสือภายนอก    ง.    หนังสือจากหน่วยนอก
    ตอบ   ค.
39.    กรณีตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งจริง ได้มีการแต่งตั้งมอบหมายงานให้บุคคลอื่น ต้องใช้คำลงท้ายในหนังสือราชการว่า
    ก.    ทำการแทน    ข.    รักษาการในตำแหน่ง
    ค.    สั่งราชการแทน    ง.    รักษาราชการแทน
    ตอบ   ง.
40.    ระเบียบงานสารบรรณของสำนักนายกรัฐมนตรี จากฉบับที่ พ.ศ. 2526 แล้ว มีประกาศเพิ่มเติมเมื่อไรอีก
    ก.    มีนาคม 2534    ข.    เมษายน 2533
    ค.    กุมภาพันธ์ 2533    ง.    มกราคม 2532
    ตอบ   ค.

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3 ท้องถิ่น อบต.เทศบาล

- ความรู้เกี่ยวกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น   
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน ท้องถิ่น
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่ม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารสภาตำบล พ.ศ. 2537  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบระเบียบการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงิน อปท.พ.ศ.2547
- สรุปสาระสำคัญ+ข้อสอบกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
- แนวข้อสอบ พรบ. ภาษีป้าย  พ.ศ.2510
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สรุปสาระสำคัญกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน
- แนวข้อสอบเก่า อบต.เทศบาล อบจ. ที่ ม.ราม ออกให้ใช้สอบทั่วประเทศ 200 ข้อ
- แนวข้อสอบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน ชุดที่ 1-3
- ระเบียบตรวจสอบภายในว่าด้วยกระทรวงการคลัง
ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
- แนวคิดการตรวจสอบภายใน
- การปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน
- การจัดทํารายงานและติดตามผล
- ประโยชน์ของการตรวจสอบภายใน



(1)  ไฟล์  PDF ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)   หนังสือ พร้อมซีดี ติวภาค ก  ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท




1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าการด้วยพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538  ออกตาม
    พระราชบัญญัติใด?
ก. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล    ข. การปกครองส่วนท้องถิ่น
ค.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น        ง. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ตอบข้อ ก. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
2. ผู้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ คือ?
ก. นายกรัฐมนตรี                ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย                ง. คณะรัฐมนตรี
ตอบข้อ ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3. ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้ คือ?
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย        ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด                ง. อธิบดีกรมการปกครอง
ตอบข้อ ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
4. ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ เรียกว่า?
ก. วัสดุ                        ข. พัสดุ
ค. อุปกรณ์                    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ข. พัสดุ
5. การรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายความถึงข้อใด?
    ก. การจ้าง                    ข. การขนส่ง
    ค. การจ้างทำของ                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ    ก. การจ้าง
6. การพัสดุ ตรงกับความหมายในข้อใด?
    ก. การจัดทำเอง                    ข. การซื้อ การจำหน่าย
    ค. การจ้าง การจ้างเหมา                ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง. ถูกทุกข้อ



7. เงินที่องค์การบริหารส่วนตำบล จัดหารายได้เป็นครั้งเป็นคราวหรือมีผู้อุทิศให้เป็นการเฉพาะเจาะจง
    เรียกว่า?
    ก. เงินงบประมาณ                ข. เงินนอกงบประมาณ
    ค. เงินรายได้เฉพาะ                ง. งบประมารนอก
ตอบข้อ ข. เงินนอกงบประมาณ
8. เงินงบประมาณ ไม่รวมเอารายการใดเข้าไว้ด้วย?
    ก. เงินอุดหนุน                    ข. เงินสะสม
    ค. เงินช่วยเหลือ                    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ค. เงินช่วยเหลือ
9. เงินที่เหลือจากรายรับจริงหักด้วยเงินรายจ่ายจริง ณ วันสิ้นปีงบประมาณ คือ?
    ก. เงินกู้                        ข. เงินสะสม
    ค. เงินช่วยเหลือ                    ง. เงินอุดหนุน
ตอบข้อ ข. เงินสะสม
10. โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หมายถึง?
    ก. อาคาร                    ข. สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลเข้าอยู่
    ค. สิ่งปลูกสร้างที่บุคคลใช้สอย            ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ง. ถูกทุกข้อ
11. ส่วนประกอบของตัวอาคาร ได้แก่ข้อใด?
    ก. เสาธง                    ข. หอถังน้ำ
    ค. ลิฟต์                        ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ค. ลิฟต์
12. “พัสดุที่ผลิตในประเทศ” หมายความถึงข้อใด?
    ก. ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้วโดยสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย
    ข. สินค้าระหว่างผลิตที่ผลิตในประเทศไทย
    ค. ผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย
    ง. ถูกทุกข้อ
ตอบข้อ ก. ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้วโดยสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย
13. หัวหน้าหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคลังของ อบต. คือ?
    ก. ปลัด อบต.                    ข. พนักงานส่วนตำบล
    ค. หัวหน้าฝ่ายคลัง                ง. หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ตอบข้อ     ง. หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ     






1. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

ก.ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ ข.ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์

ค.ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ง.เงินสดและเงินฝากธนาคาร

ตอบ ข.ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์

2. รายการในข้อใดถือเป็นเงินสด

ก.ธนาณัติ ข.เงินมัดจำจ่าย

ค.เช็คลงวันที่ล่วงหน้า ง.เงินฝากธนาคารประเภทประจำ

ตอบ ก.ธนาณัติ

3. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารควรทำขึ้นเพื่ออะไร

ก.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารทุกประเภท

ข.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทประจำ

ค.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์

ง.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน

ตอบ ง.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน

4. การทำงบประมาณเงินสดมีประโยชน์อย่างไร

ก.เป็นการวางแผนการชำระหนี้ ข. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการขาย

ค.เป็นเครื่องมือในการวางแผนการผลิต ง. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการใช้เงิน

ตอบ ง. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการใช้เงิน



5. ถอนเงินจากธนาคารไปใช้ส่วนตัวต้องบันทึกในเล่มใด

ก.สมุดรายวันทั่วไป ข.สมุดรายวันจ่ายเงิน

ค.สมุดรายวันซื้อสินค้า ง.สมุดรายวันส่งคืนสินค้า

ตอบ ข.สมุดรายวันจ่ายเงิน

6. หลังการทำงบทดสองแล้วต้องทำงบอะไร

ก.งบดุล ข.งบการเงิน

ค.งบกำไรขาดทุน ง.กระดาษทำการ

ตอบ ข.งบการเงิน

7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของรายการสินค้า

ก.เป็นรายการที่ต้องเก็บมาจากเอกสารของกิจการ

ข.เป็นรายการต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อบันทึกรายการ

ค.เป็นรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการเงินของกิจการ

ง.เป็นรายการที่ก่อให้เกิดการโอนเงิน/สิ่งที่มีมูลค่าระหว่างกิจการกับบุคคลภายนอก

ตอบ ค.เป็นรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการเงินของกิจการ

8. ข้อใดที่ทำให้งบทดลองไม่ลงตัว

ก.ลืมลงรายการนำเงินมาลงทุนเพิ่ม

ข.กู้เงินจากธนาคารแต่บันทึกรายการเป็นรายได้

ค.จ่ายค่าโทรศัพท์ 5,000 บาท บันทึกเป็น 500 บาท

ง.เก็บยอดดุลเดบิต 2,200 มาลงงบทดลอง 2,000 บาท

ตอบ ง.เก็บยอดดุลเดบิต 2,200 มาลงงบทดลอง 2,000  บาท

9. เมื่อวันที่1 พฤษภาคม 2550กิจการแห่งหนึ่งซื้อหุ้นสามัญธนาคารกรุงเทพจำนวน12000หุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเป็นเวลา5ปี หลักทรัพย์ดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทใด

ก.หลักทรัพย์ประเภทมีตัวตน ข.หลักทรัพย์ประเภทไม่มีตัวตน

ค.หลักทรัพย์ประเภทหมุนเวียน ง.หลักทรัพย์ประเภทไม่หมุนเวียน

ตอบ ง.หลักทรัพย์ประเภทไม่หมุนเวียน

10. การให้ของสมนาคุณแก่ลูกค้า จัดเป็นหนี้สินในลักษณะใด

ก.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่สามารถ กำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน

ข.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วและสามารถกำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน

ค.หนี้สินหมุนเวียนที่อาจเกิดขึ้น

ง.หนี้สินระยะยาว

ตอบ ก.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่สามารถ กำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน

11. ข้อใดคือลักษณะการลงทุนของกิจการร่วมค้า

ก.ผู้ร่วมค้าทุกคนต้องนำเงินสดมาลงทุน

ข.เมื่อได้กำไรจากเงินที่ลงทุนจะนำไปบริจาคด้วยกัน

ค.ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมด้วยกัน

ง.หากใครนำเงินมาลงทุนมากที่สุดจะได้กำไรในอัตรามากที่สุด

ตอบ ค.ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมด้วยกัน

12. ข้อใดไม่ใช่ ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้าได้

ก.ธุรกิจสร้างและจำหน่ายภาพยนตร์ ข.ธุรกิจการจัดสรรที่ดิน

ค.ธุรกิจขายสินค้า ง.ธุรกิจธนาคาร

ตอบ ง.ธุรกิจธนาคาร

13. ข้อใดไมใช่สาเหตุการทำธุรกิจร่วมค้า

ก.ลดการเสี่ยงภัย

ข.ประหยัดค่าใช้จ่าย

ค.ได้กำไรมากขึ้น

ง.รวบรวมเงินทุนและบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ

ตอบ ค.ได้กำไรมากขึ้น

14. วิธีบันทึกบัญชีแบบไม่เปิดสมุดบัญชีร่วมค้าของกิจกิจกรรมร่วมค้าเมื่อเปิดแยกประเภทของกิจการร่วมค้าจะดูสมุดบัญชีของใคร

ก. สมุดบัญชีของคนที่เป็นผู้จัดการ

ข. สมุดบัญชีของคนที่ทำหน้าที่ขาย

ค. สมุดบัญชีของคนที่นำเงิน/สินค้ามาลงทุน

ง. สมุดบัญชีของผู้ร่วมค้าคนใดคนหนึ่ง

ตอบ ง. สมุดบัญชีของผู้ร่วมค้าคนใดคนหนึ่ง

15. สิทธิส่วนได้เสียในกิจการร่วมค้า จะปรากฏในงบใดอย่างไร

ก.งบดุล ทางด้านหนี้สิน ข.งบกำไรขาดทุน ถือเป็นรายได้

ค.งบดุลทางด้านสินทรัพย์ ง.งบกำไรขาดทุน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย

ตอบ ค.งบดุลทางด้านสินทรัพย์



16. บัญชีทางด้านผู้รับฝากขายในด้านบัญชีนั้นเป็นบัญชีลักษณะใดบ้าง

ก.บัญชีฝากขาย เป็นบัญชีลูกหนี้

ข.บัญชีฝากขายเป็นบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้

ค.บัญชีรับฝากขาย เป็นทั้งบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้

ง.บัญชีรับฝากขาย เป็นบัญชีเจ้าหนี้

ตอบ ค.บัญชีรับฝากขาย เป็นทั้งบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้

17. การแสดงรายการกำไรจากการขาย ตามสัญญาผ่อนชำระรอตัดบัญชีในงบการเงิน จะแสดงอย่างไร

ก.แสดงเป็นรายการหักจากขายตามสัญญาผ่อนชำระในงบกำไรขาดทุน

ข.แสดงเป็นรายการหักจากกำไรขั้นต้นในงบกำไรขาดทุน

ค.แสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุล

ง.แสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียนในงบดุล

ตอบ ง.แสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียนในงบดุล

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท้องถิ่น ระดับ 1,2   

- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไข 2550
- ความรู้เบื้องต้นและนิยามอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม
- ถาม-ตอบ แนวข้อสอบพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน
- แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย



(1)  ไฟล์  PDF ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)   หนังสือ ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท






1.  เมื่อวัตถุได้รับความร้อน  จะเปลี่ยนแปลงสถานะเป็นอย่างไร
   ก.  ละลายไปกับความร้อน         ข.  เกิดการขยายตัวใหญ่ขึ้น
   ค.  มีสภาพคงที่แต่มีความร้อน      ง.  เกิดเป็นถ่าน  กลุ่มควัน  และเปลวไฟ
2.  ไฟมีองค์ประกอบ  3  อย่าง   ข้อใดเป็นองค์ประกอบแรกในการเผาไหม้
   ก.  ความร้อน            ข.  เชื้อเพลิง
   ค.  อากาศ            ง.  ถูกทุกข้อ
3.  แหล่งกำเนิดของการติดไฟมีอะไรบ้าง
   ก.  อุบัติเหตุจากไฟฟ้า         ข.  ฟ้าผ่า
   ค.  การตัดโลหะ            ง.  ถูกทุกข้อ
4.  ขั้นตอนการดับเพลิงควรทำอะไรก่อน
   ก.  ระบายควัน            ข.  ดับถ่าน
   ค.  พิจารณาสถานการณ์         ง.  การโอบล้อมไฟ
5.  การที่ความร้อนเคลื่อนที่ไปตามโมเลกุล  หรือเนื้อของโลหะ  เรียกว่าการติดต่อลุกลามในข้อใด
   ก.  การนำความร้อน         ข.  การพาความร้อน
   ค.  การแผ่รังสีความร้อน         ง.  การกระเด็นและลอยตัวของลูกไฟ
6.  ย่านชุมชนแออัด  ศูนย์การค้า  สถานีดับเพลิงควรตั้งอยู่ในระยะเท่าไร
   ก.  1.2  กิโลเมตร             ข.  2.4  กิโลเมตร
   ค.  4.8  กิโลเมตร              ง.  เท่าไรก็ได้
7.  องค์ประกอบของไฟมีอากาศอยู่กี่เปอร์เซ็นจึงจะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้
   ก.  10-16 %                ข.  16 – 21%
   ค.  21 – 30  %            ง.  50 %  ขึ้นไป
8.  ถ้าเราเข้าใกล้กองไฟที่กำลังลุกไหม้จะรู้สึกว่าร้อน  ความร้อนที่ถูกตัวเราเรียกว่า
   ก.  การนำความร้อน         ข.  การพาความร้อน
   ค.  การแผ่รังสีความร้อน         ง.  การกระเด็นและลอยตัวของลูกไฟ
9.  สัญลักษณ์                รูปสามเหลี่ยมพื้นสีเขียว   เป็นไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทใด
   ก.  ไฟไหม้น้ำมัน            ข.  ไฟไหม้กระดาษ  ฟาง  หรือเชื้อเพลิงธรรมดา
   ข.  ไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟไหลอยู่   ง.  ไฟไหม้สารเคมี
10.  สัญลักษณ์                รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นสีแดง   เป็นไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทใด
   ก.  ไฟไหม้น้ำมัน            ข.  ไฟไหม้กระดาษ  ฟาง  หรือเชื้อเพลิงธรรมดา
   ข.  ไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟไหลอยู่   ง.  ไฟไหม้สารเคมี
11.  สัญลักษณ์             รูปวงกลมพื้นสีฟ้า  หรือสีน้ำเงิน  เป็นไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทใด
   ก.  ไฟไหม้น้ำมัน            ข.  ไฟไหม้กระดาษ  ฟาง  หรือเชื้อเพลิงธรรมดา
   ข.  ไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟไหลอยู่   ง.  ไฟไหม้สารเคมี
12.  สัญลักษณ์            รูปดาวห้าแฉกพื้นสีเหลือง  เป็นไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทใด
   ก.  ไฟไหม้น้ำมัน            ข.  ไฟไหม้กระดาษ  ฟาง  หรือเชื้อเพลิงธรรมดา
   ข.  ไฟไหม้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟไหลอยู่   ง.  ไฟไหม้สารเคมี
13.  การฉีดน้ำดับเพลิงควรปฏิบัติอย่างไร
   ก.  ฉีดเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้            ข.  ควรพิจารณาและฉีดน้ำเท่าที่จำเป็น
   ค.  ให้เพิ่มแรงดันให้มากที่สุด             ง.  ฉีดเพื่อระบายควันไฟเท่านั้น
14.  การใช้เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งฉีดดับเพลิง  ควรห่างจากเพลิงประมาณเท่าไร
   ก.  1  - 3  ฟุต             ข.  5-7  ฟุต
   ค.  10  ฟุต            ง.  ถูกทุกข้อ
15.  ถ้าเราใช้น้ำในการดับไฟ  เรียกว่าการแยกองค์ประกอบของไฟในข้อใด
   ก.  ความร้อน            ข.  อากาศ
   ค.  เชื้อเพลิง            ง.  ถูกทุกข้อ
16.  ถ้าเราใช้วัตถุหรือสารเคมีดับไฟ  โดยฉีดไปที่ผิวของไฟที่ลุกไหม้อยู่  เป็นการดับไฟในข้อใด
   ก.  การขจัดความร้อน         ข.  การขจัดอากาศ
   ค.  การแยกเชื้อเพลิง         ง.  ถูกทุกข้อ
17.  เมื่อเราใช้ก๊าซหุงต้มในการประกอบอาหาร  แล้วเราปิดวาล์วก๊าซ  เป็นการดับไฟในข้อใด
    ก.  การขจัดความร้อน         ข.  การขจัดอากาศ
   ค.  การแยกเชื้อเพลิง         ง.  ถูกทุกข้อ
18.  เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมี  ใช้ดับไฟประเภทใดได้ดีที่สุด
    ก.  ไฟประเภท  ก.  หรือ  เอ         ข.  ไฟประเภท  ข.  หรือ  บี
   ค.  ไฟประเภท  ค.  หรือ  ซี         ง.  ไฟประเภท  ง.  หรือ  ดี   
19.  การที่เราจะดับไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของกระแสไฟฟ้า  จะใช้วิธีใดที่ดีที่สุด
   ก.  ขจัดความร้อน            ข.  ขจัดเชื้อเพลิง
   ค.  ขจัดอากาศ            ง.  ตัดกระแสไฟฟ้า
20.  เราจะสามารถตรวจสอบถังดับเพลิงเคมีได้อย่างไรว่าใช้ได้ดีหรือไม่
   ก.  ดูปริมาณน้ำยาเคมี  หรือผงเคมี      ข.  ดูมาตรวัดความดัน
   ค.  ช่างน้ำหนักดู            ง.  ดูจุดที่ติดตั้ง



1. พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 5 พฤศจิกายน 2550 ข. 6 พฤศจิกายน2550
ค. 25 พฤศจิกายน 2550 ง. 26 พฤศจิกายน2550
ตอบ ข. 6 พฤศจิกายน 2550
2. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ
ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก
ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ
ตอบ ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ
3. ข้อใดคือสาธารณภัยพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
ก. ภัยแล้ง ข. โรคระบาดในสัตว์
ค. วาตภัย ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดหมายถึงภัยทางอากาศ
ก. อากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ข. การเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก
ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ ง. ภัยจากหิมะหรือลูกเห็บ
ตอบ ค. ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ
5. “การกระทำใดๆอันเป็นการมุ่งทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐโดยมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ” เป็นความหมายของข้อใด
ก. ภัยทางอากาศ ข. การก่อวินาศกรรม
ค. อุบัติเหตุ ง. ภัยธรรมชาติ
ตอบ ข. การก่อวินาศกรรม
6. ข้อใดไม่ใช่หน่วยงานของรัฐตามความหมายในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ศ. 2550
ก. กรมการปกครอง ข. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ค. กระทรวงมหาดไทย ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ตอบ ง. องค์การบริหารส่วนจังหวัด

7. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่
ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ข. องค์การบริหารส่วนตำบล
ค. เทศบาล ง. เมืองพัทยา
ตอบ ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
8. ข้อใดไม่ใช่ความหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่
ก. องค์การบริหารส่วนตำบล ข. เมืองพัทยา
ค. เทศบาล ง. กรุงเทพมหานคร
ตอบ ง. กรุงเทพมหานคร
9. ข้อใดไม่ใช่จังหวัดตามความหมายของพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ศ.2550
ก. ชลบุรี ข. เชียงใหม่
ค. กรุงเทพมหานคร ง. อุบลราชธานี
ตอบ ค. กรุงเทพมหานคร
10. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ศ. 2550
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ตอบ ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
11. ข้อใดคือชื่อย่อของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ก. กปร. ข. กปช.
ค. กปภ.ร. ง. กปภ.ช.
ตอบ ง. กปภ.ช. 




12. ผู้ใดเป็นประธานกรรมการคณะกรรมการการป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ตอบ ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
13. คณะกรรมการและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติมีจำนวนกี่คน
ก. 12 คน ข. 13 คน
ค. 22 คน ง. 23 คน
ตอบ ง. 23 คน

14. ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ตอบ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
15. ผู้ใดเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ข. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ค. ข้าราชการระดับ8 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ง. ข้าราชการระดับ7 ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ตอบ ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
16. ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ค. คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ง. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ตอบ ค. คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
17. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 1 ปี  ข. 2 ปี
ค. 3 ปี ง. 4 ปี
ตอบ ง. 4  ปี
18. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสามารถอยู่ในตำแหน่งไม่เกินกี่วาระติดต่อกัน
ก. 2 วาระ ข. 3 วาระ
ค. 4 วาระ ง. 5 วาระ
ตอบ ก. 2 วาระ
19. หน่วยงานใดของรัฐซึ่งมีหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ
ก. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ข. กระทรวงกลาโหม
ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ง. สำนักข่าวกรอง
ตอบ ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
20. ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
ก. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. นายกรัฐมนตรี
ง. คณะรัฐมนตรี
ตอบ ง. คณะรัฐมนตรี
21. ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ศ.2550
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ง. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ตอบ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย




22.    ผู้ใดมีอำนาจควบคุมและกำกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
    ก.    ผู้บัญชาการ    ข.    รองผู้บัญชาการ
    ค.    ผู้อำนวยการกลาง    ง.    ผู้อำนวยการจังหวัด
    ตอบ     ก.  ผู้บัญชาการ
23.    ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
    ก.    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
    ข.    ปลัดกระทรวงมหาดไทย
    ค.    รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
    ง.    รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    ตอบ     ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
24.    อธิบดีการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีตำแหน่งใดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
    ก.    รองผู้บัญชาการ    ข.    ผู้อำนวยการกลาง
    ค.    รองผู้อำนวยการกลาง    ง.    ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลาง
    ตอบ    ข.  ผู้อำนวยการกลาง   
       
25.    ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการจังหวัดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
    ก.    ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร    ข.    ผู้ว่าราชการจังหวัด
    ค.    นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด    ง.    นายกเทศมนตรี
    ตอบ    ข.  ผู้ว่าราชการจังหวัด
26.    ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตจังหวัด
    ก.    ผู้บัญชาการ    ข.    รองผู้บัญชาการ
    ค.    ผู้อำนวยการจังหวัด    ง.    ผู้อำนวยการท้องถิ่น
    ตอบ    ค.  ผู้อำนวยการจังหวัด
27.    ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการฝึกอบรมอาสาสมัคร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    ก.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   
    ข.    อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    ค.    ผู้ว่าราชการจังหวัด   
    ง.    นายอำเภอ
    ตอบ    ค.  ผู้ว่าราชการจังหวัด
28.    ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการจังหวัด
    ก.    รองผู้ว่าราชการจังหวัด    ข.    ปลัดจังหวัด   
    ค.    นายอำเภอ    ง.    นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
    ตอบ    ง.  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
29.    ผู้ใดมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น
    ก.    ผู้ว่าราชการจังหวัด    ข.    นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    ค.    นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด    ง.    ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
    ตอบ    ข.  นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 07, 2013, 04:52:21 pm โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นักวิชาการเกษตร 3 สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

- แนวข้อสอบเก่านักวิชาการเกษตร ท้องถิ่น
- แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับการเกษตร
- แนวข้อสอบความรู้เรื่องดิน ปุ๋ย และการปรับปรุงบำรุงดิน
- แนวข้อสอบนักวิชาการเกษตร  _จากสนามสอบจริง_
- ข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยแผนพัฒนาท้องถิ่น 2548
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550
- แนวข้อสอบพระราชกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. 2542
- แนวข้อสอบ พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537
- แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542
- แนวข้อสอบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง







1. เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ทำอย่างไร
ก. ให้วินิจฉัยตามความถูกต้อง ค. ให้ปฏิบัติตามประเพณี
ข. ให้วินิจฉัยตามประเพณี   ง. ให้วินิจฉัยตามระเบียบของสังคม
ตอบ ข. ให้วินิจฉัยตามประเพณี
2. การจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลทำได้ในกรณีใด
ก. อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ข. อาศัยอำนาจตามกฏของท้องถิ่น
ค. อาศัยอำนาจของนายกรัฐมนตรี
ง. อาศัยอำนาจของนิติบัญญัติ
ตอบ ก. อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
3. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่น
ก. ผู้บริหารและสมาชิกมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี 
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับมอบหมาย เป็นประธานในคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
ค.  คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเรียกโดยย่อว่า “ก.ถ.” 
ง. ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี
ตอบ ก. ผู้บริหารและสมาชิกมีวาระละ 5 ปี 
4. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ กกต.
ก. ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ข. การดำเนินคดีในศาลเกี่ยวกับความผิดการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง
ค. ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่ใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดให้มีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ง. การกระทำความผิดทางอาญาของผู้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง
ตอบ ง. การกระทำความผิดทางอาญาของผู้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง
 
 
5. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานใด
ก. รัฐวิสาหกิจ  ค. หน่วยงานอิสระ
ข. เอกชน  ง.องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
ตอบ ง. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
6. หนังสือภายนอกให้ลงที่อยู่ของส่วนราชการที่ใด
ก. ขอบบนขวา   ค. ขอบล่างซ้าย
ข. ขอบบนซ้าย ง. กึ่งกลางล่าง
ตอบ ก. ขอบบนขวา
7. การร่าง คืออะไร
ก.  การพิมพ์ขั้นต้น  ค. การบรรยายความรู้สึก
ข.  การถ่ายทอดความรู้ ง. การพิมพ์จนเสร็จสิ้น
ตอบ ก. การพิมพ์ขั้นต้น
8. การร่างมีวัตถุประสงค์อย่างไร
ก. จะได้ไม่ลืมว่าควรจะเขียนอะไรบ้าง
ข. ตรวจสอบคำผิดคำถูก
ค. ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแผน
ง. เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาที่จะเขียนหรือพิมม์
ตอบ ค. ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแผน
9. หนังสือประทับตราสมบูรณ์ที่สุดเมื่อใด
ก. ลงชื่อประทับตรา  ค. เขียนวันที่แล้ว
ข. มีคำว่าหนังสือประทับตรา ง. ระบุตัวผู้รับชัดเจน
ตอบ ก. ลงชื่อประทับตรา
10. ข้อใดคือปีงบประมาณ
ก. 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
ข. 1 เมษายน ถึง 31 มีนาคม
ค. 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน ของปีถัดไป
ง. 30 กันยายน  ถึง 1 ตุลาคม ของปีถัดไป
ตอบ  ค. 1 ตุลาคม ถึง  30 กันยายน ของปีถัดไป
 
 
 
11. กรณีนายก อบต.และรองนายก อบต.ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ใครรักษาการฯ
ก. รองปลัด อบต.   ค. ผู้ทรงคุณวุฒิ
ข.  ปลัด อบต.  ง. ผู้ช่วยปลัด อบต.
ตอบ ข. ปลัด อบต.
12. หนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป คือ
ก. ความลับ ค. สำนวนของศาล
ข. หลักฐาน สถิติ  ง. หลักฐานทางอรรถคดี
ตอบ ข.หลักฐาน สถิติ
13. ส่วนราชการใดไม่เป็นนิติบุคคล
ก. จังหวัด ค.อำเภอ
ข. สภาตำบล  ง. กรม
ตอบ  ค.อำเภอ
14. สมาชิกสภาตำบลซึ่งได้รับเลือกตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 2 ปี ค. 4 ปี
ข. 3 ปี ง. 5 ปี
ตอบ ค. 4 ปี
15. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่อย่างไร
ก. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล
ข. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
ค. ควบคุมการปฏิบัติงานของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้อบัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ




1. ข้อใดกล่าวถึงการเกษตรแบบผสมผสานไม่ถูกต้อง
 ก เกษตรทฤษฎีใหม่ ข เกษตรเพื่อคุณภาพชีวิต
 ค เกษตรแบบยั่งยืน ง เกษตรแบบยังชีพ
ตอบ ค เกษตรแบบยั่งยืน
2. ข้อใดคือประโยชน์ของการเกษตรแบบผสมผสาน
ก. มีกิจกรรมหลากหลาย เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ใช้ทรัพยากรในไร่นาอย่างคุ้มค่า มีอาหารบริโภคในครอบครัว
 ข ผลประโยชน์ที่ได้รับทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 ค ทำให้สภาพไร่นาได้รับการบำรุง การดูแล และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี
 ง ใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำไร่นา
ตอบ ข ผลประโยชน์ที่ได้รับทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
3. ข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบของดิน
 ก อินทรียวัตถุ  ข น้ำ
 ค แร่ธาตุ  ง. เม็ดดิน
ตอบ ข น้ำ
4. สิ่งมีชีวิตในดิน เช่น แมลง ไส้เดือน เชื้อรา แบคทีเรีย เป็นต้น มีประโยชน์อย่างไร
 ก ทำให้เกิดพลังงานนำมาใช้ในการดูดซับน้ำ
 ข ช่วยทำให้ดินร่วนซุย
 ค ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในดิน
 ง ทำให้เกิดการระบายอากาศในดินได้ดี
ตอบ ง ทำให้เกิดการระบายอากาศในดินได้ดี
5. ข้อใดกล่าวถึงปุ๋ยอินทรีย์ที่เกิดจากการสลายตัวผุพังของสิ่งมีชีวิตไม่ถูกต้อง
 ก ปุ๋ยผสม ข ปุ๋ยคอก
 ค ปุ๋ยหมัก ง ปุ๋ยพืชสด
ตอบ ง ปุ๋ยพืชสด
 
6. คุณสมบัติของปุ๋ยเคมีมีลักษณะใด
 ก ทำให้รากพืชสามารถหยั่งรากลงลึกและแผ่กว้าง
 ข ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ ถ่ายเทน้ำ และระบายอากาศได้ดี
 ค สามารถกำหนดปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิดได้
 ง เป็นที่อยู่และเป็นอาหารแก่จุลินทรีย์ที่จะช่วยย่อยทำลายซากพืชซากสัตว์
ตอบ ข ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ ถ่ายเทน้ำ และระบายอากาศได้ดี
7. ข้อใดคือความหมายของเกษตรทฤษฎีใหม่
ก. เกษตรทฤษฎีใหม่ทำให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น
ข. ทำให้เกิดผลผลิตทางการเกษตรตลอดทั้งปี
ค. เป็นการแบ่งสัดส่วนในการใช้พื้นที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ง. เกษตรกรได้บริหารและจัดการเกี่ยวกับดิน น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเกิดผลผลิตและรายได้มาเลี้ยงตนเองและครอบครัวอย่างเพียงพอ
ตอบ  ค. เป็นการแบ่งสัดส่วนในการใช้พื้นที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
8. ลักษณะพันธุ์พืชที่คัดเลือก ควรเป็นอย่างไร
 ก ให้ผลผลิตสูง รสชาติดี รูปร่างสวยงาม ข ให้ผลผลิตตามธรรมชาติ
 ค สามารถปลูกได้ในทุกที่ ง ดูแลพืชตามฤดูกาลปกติ
ตอบ ค สามารถปลูกได้ในทุกที่
9. การตอนกิ่ง มีความหมายว่าอย่างไร
ก. การนำกิ่งพันธุ์ดีมาเสียบบนสำต้นของต้นอื่นเพื่อให้เติบโตเป็นต้นใหม่
ข. การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของพืชสองต้นเข้าด้วยกันโดยต้นหนึ่งเป็นต้นตอและอีกต้นหนึ่งเป็นพันธุ์ดี
ค. การทำให้กิ่งพืชเกิดรากขึ้นขณะติดอยู่กับต้นแม่แล้วตัดไปปลูกเป็นพืชต้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นเดิม แต่ไม่มีรากแก้ว
ง. การนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ราก ลำต้น ไปปลูกในดินที่เหมาะสมหรือ วัสดุเพาะชำ และเกิดการงอกหรือยอดใหม่ตรงบริเวณที่ตัด
ตอบ ข.  การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของพืชสองต้นเข้าด้วยกันโดยต้นหนึ่งเป็นต้นตอและอีกต้นหนึ่งเป็นพันธุ์ดี
 
10. ข้อใดกล่าวถึงปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชไม่ถูกต้อง
 ก น้ำ ข สารละลาย
 ค ธาตุอาหาร ง อุณหภูมิ
ตอบ ค ธาตุอาหาร




1. เมื่อไม่มีบทบัญญัติ * ให้วินิจฉัยตามประเพณี
2. การจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลได้ในกรณีใด * อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
3. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับราชการส่วนท้องถิ่น * ผู้บริหารและสมาชิกมีวาระละ 5 ปี
4. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. * การกระทำความผิดทางอาญาของผู้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง
5. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานใด * องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
6. หนังสือภายนอกให้ลงที่อยู่ของส่วนราชการที่ใด * ขอบบนขวา
7. การร่าง คือ * การพิมพ์ขั้นต้น (ข้อที่ 4)
8. การร่างมีวัตถุประสงค์ * ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแผน
9. หนังสือประทับตราสมบูรณ์ที่สุดเมื่อใด * ลงชื่อประทับตรา
10. ปีงบประมาณ คือ * 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน ของปีถัดไปโดยใช้ปีพ.ศ. ของปีถัดไป
11. กรณีนายกและรองนายกฯไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ใครรักษาการฯ * ปลัด อบต.
12. ผู้ว่าฯไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ใคร* ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองผู้ว่าฯรักษาราชการแทน
13. หนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป คือ* ความลับ / หลักฐาน สถิติ (ไม่รู้ข้อไหน)
14. ส่วนราชการใดไม่เป็นนิติบุคคล * สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัด
15. นายกฯพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด * นายอำเภอเสนอ ผู้ว่าฯสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
16. นายกเสนอร่างแผนแล้วสภาไม่เห็นชอบ ต้องทำอย่างไร * นายอำเภอ แต่งตั้งกรรมการวินิจฉัย
17. ประธานใน ก.อบต คือใคร * ผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯที่ได้รับมอบหมาย
18. ผู้แทนในก.อบต ใครจัดให้มีการคัดเลือก * ผู้ว่าฯ
19. ใครไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งใน ก.กลาง อบต. * นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
20. ข้อใดอำนาจหน้าที่ของ ก.อบต. * กำหนดตำแหน่ง
21. กรณีมีเหตุจำเป็นใครมีอำนาจยกเว้นผ่อนผันแล้วรายงานต่อ รมว มหาดไทย * ผู้ว่าฯ
22. ใครเป็นประธานในคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น * ผู้บริหาร
23. ใครเป็นประธานในคณะกรรมการสนับสนุนฯ * ปลัด อบต.
24. การประชุมของคณะกรรมการท้องถิ่นต้อง * มีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
25. ถ้าประธานกรรมการไม่มาหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ * กรรมการทั้งหมดเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน
26. ในกรณีของ อบต. ใครมีอำนาจขยายเวลาการจัดทำแผนแล้วรายงานต่อกระทรวง * นายอำเภอ
27. แผนที่ได้รับการอนุมัติแล้วประกาศใช้และปิดประกาศโดยเปิดเผยไม่น้อยกว่ากี่วัน * 30 วัน
28. บุคคลใดไม่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ * รมว ศึกษาฯ
29. หน่วยงานใดรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ * สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ
30. แผนปฏิบัติราชการใช้บังคับเมื่อใด * ประกาศในราชกิจานุเบกษา
31. ข้อใดเป็นภารกิจการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น * การให้บริการสาธารณะ
32. เป้าหมายสูงสุดในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือ * เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน
33. การบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนต้องดำเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก * กำหนดภารกิจ
34. การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่ออะไร * ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการให้เหมาะสม
35. ส่วนราชการใดมีผลงานเพิ่มโดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายให้ได้รับ * เงินรางวัลเพิ่มฯ + งบประมาณที่เหลือจ่าย
36. ภารกิจแต่ละด้านที่อปถ.แต่ละแห่งมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยอปถ.แต่ละรูปแบบ คือ * แผนงาน
37. เจ้าหน้าที่งบประมาณคือ * ปลัดอบต
38. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่งบประมาณ * อนุมัติงบประมาณ
39. งบประมาณรายจ่ายเฉพาะการต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร * สภาท้องถิ่น
40. ข้อใดไม่ใช่รายจ่ายประจำ * ครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
41. ข้อมูลที่ไม่ต้องพิมพ์ในราชกิจานุเบกษา คือ * …..
42. ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานจัดเป็นข้อมูล * ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย
43. การอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในกี่วัน * 15 วัน
44. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีใด * …..
45. เมื่อมีเรื่องร้องเรียนแล้วให้รายงานโดยไม่ต้องระบุสิ่งใด * ชื่อ – สกุล , ที่อยู่
46. ข้อใดเป็นข้าราชการการเมือง * เลขาธิการนายกฯ + รองเลขาธิการฯ ฝ่ายการเมือง
47. ข้อใดเป็นการแบ่งส่วนราชการระดับจังหวัด * สำนักงานจังหวัด และส่วนราชการที่ ได้รับจัดตั้ง
48. รมว ที่เปลี่ยนจาก กระทรวงศึกษา มาเป็น สาธารณสุขคือ * จุรินทร์
49. รมว ที่ได้รับรางวัลแบงค์ 2010 คือ* กรณ์
50. รมว ประจำสำนักนายกฯ คือ * สาทิตย์
51. การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จเพราะ * เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง
52. กฎหมายที่รัฐบาลประกาศใช้ในยามฉุกเฉินคือ * พระราชกำหนด
53. นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สำเร็จเพราะ * เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
54. ดอกไม้ประจำจังหวัดนครฯคือ * ดอกราชพฤษ์ (ต้นไม้ประจำจังหวัดคือ * ต้นแซะ)ไม่รู้ถามดอกหรือต้น
55. ผลไม้ใดไม่ใช่พืชทางเศรษฐกิจของนครฯ * เงาะ
56. ทะเลที่ลึกที่สุด คือ แปซิฟีก
57. โรคแคงเกอร์ พบในพืชใด * ....
58. พืชกึ่งเมืองร้อนคือ *......
59. ทุเรียนผสมเกสรตอนไหน *.........
60. ออกซิเจน ละลายได้ดีในน้ำตอนไหน *....
61. ยางพารานำเข้าโดย * ...
62. ใส้เดือนฝอยแก้โรคใด *........
63. ส่งออกมาที่สุดคือ * ไก่เนื้อ
64. นำเข้ามากที่สุดคือ * โค – กระบือ
65. ระยะ 8 * 8 ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้กี่ต้น * 30 ต้น
66. ปลูกปาล์มมากที่สุดในโลก * อินโดนีเซีย
67. เกษตรทฤษฏีใหม่ กับ ผสมผสานต่างกันอย่างไร * เป็นการปลูกเพื่อการบริโภค
68. กระบวนการย่อยที่มีการย่อยและดูกซึมมากที่สุดคือ * ลำไส้เล็ก
69. ดินที่เหมาะสมแก่การปลูกพืชคือ * ดินร่วน
70. ค่า PH ที่เหมาะสมแก่การปลูกพืช คือ ค่ากลาง
71. พืชที่มีรากยาวที่สุดคือ หญ้าแฝก
72. พืชรากตื้นต้องให้น้ำแบบใด * ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
73. ข้อเสียของการให้น้ำแบบหยดคือ ...
74. พืชกำลังออกดอกให้ใช้ปุ๋ยใด * ฟอสฟอรัส
75. สัตว์ต้องการธาตุใดมากที่สุด * ไม่รู้แคลเซียม หรือ ฟอสฟอรัส
76. สาเหตุที่ราคาเนื้อสุกรไม่ดีเพราะ * ความต้องการขายไม่ตรงกับความต้องการซื้อ
77. ปัจจัยที่ยับยั้งการแพร่เชื้อได้ดีที่สุดคือ * คอกที่แห้งและสะอาด
78. เชื้อโรคแพร่เชื้อได้รวดเร็วทางใด * ทางอากาศ
79. ขนุน กับ จำปาดะ ต่างกันทางพฤษศาสตร์ระดับใด *......
80. ผักxxxด อยู่ในกลุ่ม * เฟิร์นไทย
81. การปลูกพืชหลายชนิดเพื่อ * ลดปริมาณแมลงศรัตรูพืช
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2013, 10:38:55 am โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 3 ท้องถิ่น อบต.เทศบาล

- ความรู้เกี่ยวกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น   
- แนวข้อสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป _ท้องถิ่น
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ การเมืองเศรษฐกิจและ สังคมในปัจจุบัน ท้องถิ่น
- แนวข้อสอบเก่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่ม
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
- แนวข้อสอบเก่า อบต.เทศบาล อบจ. ที่ ม.ราม ออกให้ใช้สอบทั่วประเทศ 200 ข้อ
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจท้องถิ่น 2542
- พระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคลากร  ชุดที่ 1
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคลากร  ชุดที่ 2
การบริหารทรัพยากรบุคคล
- ปรัชญาของการบริหารทรัพยากรบุคคล
- นโยบายและภารกิจของการบริหารทรัพยากรบุคคล
- การบริหารทรัพยากรบุคคล เชิงกลยุทธ์
- การวางแผนทรัพยากรบุคคล
- กระบวนการวางแผนทรัพยากรบุคคล
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ PMQA
- วิธีปฏิบัติในการทํา PMQA 
- องค์ประกอบของ  PMQA
- ฝึกปฏิบัติตอบคําถาม PMQA 



(1)  ไฟล์  PDF ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)   หนังสือ พร้อมซีดี ติวภาค ก  ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท






เจาะข้อสอบ พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2542
1. พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2542 บังคบใช้วันที่
ก. 16 พฤศจิกายน 2542                                                    ข. 17 พฤษภาคม 2542
ค. 18 พฤศจิกายน 2542                                                    ง. 19 พฤษภาคม 2542
2. พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 บังคบใช้วันที่
ก. 9 มกราคม 2549                                                             ข. 9 มกราคม 2550
ค. 19 มกราคม 2550                                                          ง. 18 พฤษภาคม 2542
3..คณะกรรมการ. ตาม พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ 2542 หมายความว่า
ก. คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค. กรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. กรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. ใครไม่ได้เป็นผู้รักษาการตาม พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ 2542
ก. นายกรัฐมนตรี                                                                ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม                     ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
5. คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งหมดกี่คน
ก. 24 คน                                                                              ข. 30 คน
ค. 36 คน                                                                              ง. 42 คน
6. ใครเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกที่ได้รับมอบหมาย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 ง. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
7. ผู้ใดไม่ได้เป็นคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ปลัดการทรวงพาณิชย์                                                   ข. ปลัดกระทรวงการคลัง
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย                                              ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
 
 
8. ผู้แทนคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจาก ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนกี่คน
ก. 2 คน                                                                                                 ข. 3 คน
ค. 5 คน                                                                                                 ง. ขึ้นอยู่กับจำนวน อบต. ทั่วประเทศ
9. ผู้แทนคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจาก ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนกี่คน
ก. 2 คน                                                                                                 ข. 3 คน
ค. 5 คน                                                                                                 ง. ขึ้นอยู่กับจำนวน อบต. ทั่วประเทศ
10. ใครเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. นายกรัฐมนตรี                                                                ข. คณะกรรมการ ก.พ.
ค.ปลัดการทรวงมหาดไทย                                                ง. ก.พ.ร.
11. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีจำนวนกี่คน
ก. 8 คน                                                                                 ข. 10 คน
ค. 12 คน                                                                              ง. 14 คน
12. ใครเป็นเลขานุการคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย                                             
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 ค. หัวหน้า สกถ.
 ง. บุคคลซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้ง
13. ใครเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนปัจจุบัน (2551)
ก. นายสมัคร สุนทรเวช                                                    ข. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
ค. นายศิวะ แสงมณี                                                           ค. รองศาสตราจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร
14. บุคคลใดสามารถเป็นผู้ทรงคณะวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้
ก. อาจารย์ผู้สอนในสภาบันอุดมศึกษาของรัฐ              ข. ผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง
ข. ผู้ที่เป็นข้าราชการ                                                          ง. บุคคลที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
15. ผู้ทรงคณะวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีอายุไม่ตำกว่ากี่ปี
ก. 30 ปี                                                                                  ข. 35 ปี
ค. 40 ปี                                                                                  ง. 45 ปี
16. ผู้ทรงคณะวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก. 4 ปี วาระเดียว                                                                 ข. 4 ปีแต่ไม่เกิน 2 วาระ
ค. 6 ปี วาระเดียว                                                                ง. 3 ปี วาระเดียว
17. ผู้ทรงคณะวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจาก
ก. การเลือกตั้ง                                                                     ข. การแต่งตั้ง
ค. การสรรหา                                                                      ง. การคัดเลือก
18. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ก. จัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.
ข. ปรับปรุงสัดส่วนภาษีอากรและรายได้
ค. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจ
ง. กำหนดคุณสมบัติในการแต่งตั้งข้าราชการ
20. สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสังกัดหน่วยงานใด
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี                                                     ข. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย                           ง. สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง





54.  กำหนดเวลาทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง

        ตอบ  4      ดูคำอธิบายข้อ 51.  ประกอบ

55.  ลูกจ้างได้รับอุบัติเหตุจากเครื่องจักรขณะทำงาน

        ตอบ  1      ดูคำอธิบายข้อ 53     ประกอบ

        ตั้งแต่ข้อ 56.-60.   จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

        (1)  ใบสมัครงาน (Application Blank)            (2)  การสัมภาษณ์เบื้องต้น (Preliminary Interview)

        (3)  การทดสอบ (Employment Test)                (4)  การสัมภาษณ์ (Interview)

        (5)  การตรวจร่างกาย (Physical Check)

56.  ประโยชน์ของเครื่องมือนี้ก็เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการที่รับคนที่ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น

        ตอบ  2      หน้า 65 – 66 การสัมภาษณ์เบื้องต้น (Preliminary Interview) เป็นขั้นตอนการกลั่นกรองบุคคลที่เห็นได้ชัดว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ต้องการอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะกระทำโดยให้มีการกรอกข้อมูลเบื้องต้น ณ ห้องรับใบสมัคร ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะขจัดหรือป้องกันผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมปนเข้ามาในสำนักงานตั้งแต่ต้น จะได้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นในขั้นตอนของการคัดเลือกจริงต่อไป

57.  เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดกความรู้

        ตอบ  4      หน้า 66 – 67  การทดสอบ (Employment Test) เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดคุณสมบัติและความรู้ความสามารถของผู้สมัครที่เกี่ยวข้องและจำเป็นสำหรับการทำงาน เช่น ความถนัดทักษะ สติปัญญา (I.Q.) การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น (E.Q.) เป็นต้น

58.  เป็นเครื่องมือที่วัดพฤติกรรม วัดบุคลิกภาพ

        ตอบ  4      หน้า 67,  การสัมภาษณ์ (Interview) เป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินความรู้ความสามารถในเชิงปฏิภาณไหวพริบ การตัดสินใจ ตลอดจนประเมินพฤติกรรมและบุคลิกภาพของผู้สมัครได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้แสดงวิสัยทัศน์ของตนเอง และถือเป็นเครื่องมือในการคัดเลือกที่เก่าแก่ที่สุด เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด และเกิดความยุติธรรมได้ยากที่สุด

59.  เป็นเครื่องมือที่สามารถบอกได้ระดับหนึ่งว่าคน ๆ นั้นจะอยู่กับองค์การได้นาน

        ตอบ  1      หน้า 65 – 66,   ใบสมัครงาน (Application Blank) ถือเป็นเครื่องมือคัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างหนึ่งที่สามารถบอกได้ในระดับหนึ่งว่าผู้สมัครคนนี้จะอยู่องค์การไหนได้นานหรือไม่ เช่น คนที่แต่งงานแล้วจะอยู่องค์การได้นานมากกว่าคนโสด เป็นต้น

60.  เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการคัดเลือกและสมควรทำเมื่อทราบชัดว่าจะมีการจ้างอย่างแน่นอน

        ตอบ  5      หน้า 65, 69 การตรวจร่างกาย (Physical Check/Examination) นับว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการคัดเลือก และสมควรกระทำเมื่อทราบชัดเจนว่าจะมีการจ้างอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อปฏิเสธคนที่มีร่างกายไม่เหมาะสมกับงาน และเพื่อป้องกันการรับบุคคลที่มีโรคติดต่อต้องห้ามเข้ามาทำงานด้วย

        ตั้งแต่ข้อ 61.- 65.     เป็นปรากฏการณ์ที่สอดคล้องกับการรักษาวินัยให้กับข้าราชการในเรื่องใด

        (1)  การดูแล                                 (2)  การป้องกัน                                   (3)  การเยียวยา

        (4)  การส่งเสริมให้มีวินัย         (5)  การดำเนินการทางวินัย             

61.  อธิบดีกรมสรรพากรถูกปลดออกจากราชการฐานละเลยต่อหน้าที่กรณีขายหุ้นชิน

        ตอบ  5      การดำเนินการทางวินัย  แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้    1.  กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ดำเนินการตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร ซึ่งกรณีนี้ผู้กระทำความผิดต้องถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด   2.  กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการสอบสวน ซึ่งกรณีนี้ผู้กระทำความผิดต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี เช่น อธิบดีกรมสรรพากรถูกปลดออกจากราชการฐานละเลยต่อหน้าที่กรณีขายหุ้นชิน เป็นต้น

62.  ผู้กำกับมีหน้าที่ตรวจตราให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีการทำงานถูกต้องตามระเบียบ ไม่ลัดขั้นตอน

        ตอบ  1      หน้า 199 – 200  การรักษาวินัยในความหมายของการดูแล หมายถึง การสอดส่องกำกับตรวจตราโดยถือเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในระเบียบวินัย เช่น ผู้กำกับมีหน้าที่ตรวจตราให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีการทำงานถูกต้องตามระเบียบ ไม่ลัดขั้นตอน, การไปตรวจเยี่ยมกำลังพลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เป็นต้น

63.  ผู้กำกับการจะถูกย้ายทันทีที่พบว่ามีบ่อนการพนันในเขตพื้นที่

        ตอบ  2      หน้า 200 การรักษาวินัยในความหมายของการป้องกัน หมายถึง การกระทำในทางที่จะขจัดเหตุที่ทำให้ข้าราชการกระทำผิดทางวินัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องคอยระมัดระวังมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชาผิดวินัย โดยอาจใช้วิธีการขู่ผู้ที่จะทำผิดวินัยให้กลัว เช่น ผู้กำกับจะถูกย้ายทันทีที่พบว่ามีบ่อนการพนันใยเขตพื้นที่ เป็นต้น

64.  การตรวจเยี่ยมกำลังพลโดยไม่แจ้งล่วงหน้าจะช่วยให้ทหารอยู่ในระเบียบการแต่งกายและรักษาสถานที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อยู่เสมอ

        ตอบ  1      ดูคำอธิบายข้อ  62.  ประกอบ

65.  การให้ผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรเพียงเล็กน้อยไปทำความสะอาดตู้โทรศัพท์

        ตอบ  3      หน้า 200 – 201   การรักษาวินัยในความหมายของการเยียวยา หมายถึง การแก้ไขและบำรุงหรือส่งเสริมให้มีวินัยดีขึ้น โดยถือเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องเยียวยาแก้ไขให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัยดีขึ้น เช่น การให้ผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรเพียงเล็กน้อยไปทำความสะอาดตู้โทรศัพท์ เป็นต้น

        ตั้งแต่ข้อ 66. – 70.   จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

        (1)  ฝึกอบรมแบบฝึกปฏิบัติงานจริง (On-the-job-Training)

        (2)  ฝึกอบรมแบบปฐมนิเทศ (Orientation Training)

        (3)  ฝึกอบรมแบบช่างฝึกหัด (Apprenticeship Training)

        (4)  การฝึกแบบจำลอง (Simulation Training)                (5)  การฝึกอบรมแบบกรณีศึกษา (Case Study Training)

66.  เป็นเทคนิคที่นิยมใช้อบรมผู้บริหาร

        ตอบ  5      หน้า 167  การฝึกอบรมแบบกรณีศึกษา (Case Study Training) เป็นเทคนิคที่นิยมที่เกิดขึ้นจริงในองค์การ และให้ผู้เข้าฝึกอบรมทำการศึกษารายละเอียดของข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกรณีศึกษา พร้อมกับกำหนดปัญหาและนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แล้วเลือกแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใช้ในการบริหารงาน

67.  ใช้ฝึกอบรมนักบิน

        ตอบ  4      หน้า 165 – 166 การฝึกอบรมแบบจำลอง (Simulation Training) เป็นวิธีการฝึกอบรมที่มุ่งให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสใช้อุปกรณ์เครื่องมือและกระบวนการที่เป็นแบบจำลองซึ่งมีความคล้ายคลึงกันกับสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการทำงานจริง เช่น การฝึกอบรมนักบิน การฝึกอบรมผู้ใช้เครื่องจักรกลขนาดหนัก เป็นต้น

68.  บริษัทโตโยต้ารับสมัครนักเรียนอาชีวช่างยนต์เข้ารับการฝึกอบรมการซ่อมรถโตโยต้า

        ตอบ  3      หน้า 164 การฝึกอบรมแบบช่างฝึกหัด (Apprenticeship Training) เป็นวิธีการฝึกอบรมที่มุ่งให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้และทักษะทางด้านช่างฝีมือในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ จนกระทั่งมีฝีมือสามารถออกไปประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีคือ

                            1.  สมัครเป็นลูกมือช่างที่ตนสนใจ     2.  สมัครเป็นช่างฝึกหัดโครงการช่างฝึกหัดทวิภาคีระหว่างสถาบันการศึกษากับสถานประกอบการ เช่น บริษัทโตโยต้ารับสมัครนักเรียนอาชีวช่างยนต์เข้ารับการฝึกอบรมการซ่อมรถโตโยต้า เป็นต้น

69.  ต้องมีการแนะนำประวัติขององค์การ

        ตอบ  2      หน้า 155 – 156  การฝึกอบรมแบบปฐมนิเทศ (Orientation Training) เป็นวิธีการฝึกอบรมที่มีความเหมาะสมแบะนิยมใช้กับพนักงานที่เข้าทำงานใหม่ เป็นโปรแกรมที่จัดให้พนักงานใหม่ ได้รับความรู้ทางสารสนเทศต่าง ๆ ที่น่าสนใจ  และได้รับทราบเกี่ยวกับองค์การหรือสถานที่ทำงาน เช่น ประวัติองค์การ ผู้บริหารและระบบการบริหารงาน ความก้าวหน้าในงาน ความก้าวหน้าในงานเงื่อนไขการจ้างงาน ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจ และความสะดวกในการทำงานร่วมกันเป็นทีม

70.  แจ้งถึงเงื่อนไขการว่างงาน

        ตอบ  2      ดูคำอธิบายข้อ 69 ประกอบ

        ตั้งแต่ข้อ 71. - 75.    จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

        (1)  การจำแนกตำแหน่งตามชั้นยศ (Rank Classification : R.C.)

        (2)  การจำแนกตำแหน่งตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (Position  Classification : P.C.)

        (3)  การจำแนกตำแหน่งตามชั้นยศทางวิชาการ (Academic Rank Classification : A.R.C.)

        (4)  การจำแนกตำแหน่งแบบผสมระหว่าง R.C. และ A.R.C

      (5)  การจำแนกตำแหน่งแบบผสมระหว่าง P.C. และ A.R.C

71.  เหมาะกับการศึกษาแบบ Specialist

      ตอบ  2      หน้า 72 – 73, หลักการสำคัญของการกำหนดหรือจำแนกตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (Position  Classification : P.C.) คือ   1.  ถือหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งหรืองานเป็นหลัก    2.  รับเงินเดือนเป็นอันดับตามระดับตำแหน่งที่ได้จากการประเมินค่างาน (Job Evaluation) ฯลฯ ซึ่งข้อดีของระบบนี้ประการหนึ่ง คือ เหมาะสมกับการศึกษาแบบ Specialist

72. ข้าราชการพลเรือนในปัจจุบัน

        ตอบ  ไม่มีข้อใดถูก     พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้ยกเลิกระบบจำแนกตำแหน่ง (Position Classification : P.C.) หรือระบบ “ซ” (Common Level) และกำหนดประเภทตำแหน่งใหม่โดยจำแนกกลุ่มตำแหน่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ บริหาร อำนวยการ วิชาการ และทั่วไป ซึ่งเรียกวิธีการกำหนดตำแหน่งแบบใหม่นี้ว่า ระบบ “แท่ง” (Broadbanding)

73.  รับเงินเดือนตามการประเมินค่างาน (Job Evaluation)

      ตอบ  2      ดูคำอธิบายข้อ  71. ปะกอบ

74.  ความก้าวหน้าไม่ติดโครงสร้างแบบพีระมิด

        ตอบ  3      หน้า 74     หลักการสำคัญของการจำแนกตำแหน่งตามคุณวุฒิหรือชั้นยศทางวิชาการ (Academic Rank Classification : A.R.C.) คือการยึดคุณวุฒิ ความชำนาญ และประสบการณ์ของบุคคลเป็นหลัก ซึ่งข้อดีระบบนี้ปะการหนึ่งคือ การไม่ติดอยู่ในกรอบหรือโครงสร้างแบบพีระมิด

75.  ข้าราชการทหารและข้าราชการตำรวจในปัจจุบัน

        ตอบ  4      การกำหนดตำแหน่งข้าราชการทหารและข้าราชการตำรวจของไทยในปัจจุบันนั้น จะมีลักษณะผสมระหว่างระบบชั้นยศ (R.C.) กับระบบคุณวุฒิของบุคคล (A.R.C.)



        ตั้งแต่ข้อ 76. – 80.    สะท้อนถึงหลักการในการประเมินผลการปฏิบัติงานในเรื่องใด

        (1)  กำหนดวัตถุประสงค์ในการประเมิน                              (2)  กำหนดแบบและลักษณะคนที่ประเมิน

        (3)  กำหนดตัวผู้ประเมิน                                                          (4)  กำหนดวิธีการประเมิน

      (5)  การนำผลที่ได้จากการประเมินไปใช้

76.  รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้นโยบายแก่ข้าราชการตำรวจให้นายตำรวจทุกนายใส่เกียร์ห้าทำงานถ้าใครใส่เกียร์ว่างจะได้เห็นดีกัน

        ตอบ  4      หน้า 190 – 191       การกำหนดวิธีการประเมินผลงาน มีหลายวิธีแตกต่างกัน ตามวัตถุระสงค์ที่ใช้ดังนี้           1.  การประเมินคุณลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ความสามารถในการตัดสินใจ ความคิดริเริ่มการปรับตัวเข้ากับบุคคลอื่น ฯลฯ       2.  การประเมินพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ตั้งใจทำงาน รอบคอบ รวดเร็ว ว่องไว เฉื่อยชา อดทน สุภาพ หรือเจ้าโทสะ ฯลฯ เช่น การรักษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้นโยบายแก่ข้าราชการตำรวจ ให้ตำรวจทุกนายใส้เกียร์ห้าทำงาน ถ้าใครใส่เกียร์ว่างจะได้เห็นดีกัน เป็นต้น

77.  คณบดีรัฐศาสตร์ ทำหนังสือแจ้งอาจารย์ผู้บรรยายให้ชี้แจงนักศึกษาและประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบก่อนแจกใบประเมินอาจารย์

        ตอบ  1      หน้า 187 – 188     การกำหนดวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นการบอกถึงสาเหตุของการประเมินว่ามีการประเมินเพื่ออะไร โดยจะต้องชี้แจงหรือแจ้งให้ผู้ถูกประเมินและผู้ทำการประเมินทราบถึงสาเหตุหรือวัตถุประสงค์ของการประเมินก่อนทำการประเมิน เช่น คณบคณะรัฐศาสตร์ ทำหนังสือแจ้งอาจารย์ผู้บรรยายให้ชี้แจงให้นักศึกษาและประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบก่อนแจกใบประเมินอาจารย์ เป็นต้น

78.  สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกกันเองเป็นกรรมาธิการโดยลงคะแนนลับ

        ตอบ  3      หน้า 190,   การกำหนดตัวผู้ประเมิน โดยให้เพื่อนร่วมงานเป็นผู้ประเมินผล (Peer Appraisal) เป็นวิธีการที่ให้เพื่อนร่วมงานประเมินซึ่งกันและกัน มักจะใช้กับเพื่อนร่วมงานที่ปฏิบัติงานร่วมกันมานานพอสมควร และมีความคุ้นเคยในเรื่องที่จะประเมินเป็นอย่างดี เช่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกกันเองเป็นกรรมการธิการร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกอาจารย์นรนิติ เป็นประธาน สสร. เป็นต้น

79.  สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกกันเองเป็นกรรมมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน

        ตอบ  3      ดูคำอธิบายข้อ 78.  ประกอบ

80.  การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนกระทำปีละ 2 ครั้ง

      ตอบ  5      หน้า 191   การวิเคราะห์และนำผลที่ได้จากการประเมินไปใช้ เป็นการพิจารณาวิเคราะห์จากแบบประเมินผลที่ผู้ประเมินได้ประเมินไว้ แล้วนำผลการวิเคราะห์นั้นไปใช้ประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับผู้ที่ถูกประเมินผู้นั้นตลอดเวลาที่ยังปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงาน เช่น การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนกระทำปีละ 2 ครั้ง เป็นต้น

        ตั้งแต่ข้อ 81. – 85.   จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

        (1)  ผู้บังคับบัญชา                      (2)  เพื่อนร่วมงาน                              (3)  ประเมินตนเอง

        (4)  ให้ลูกค้าเป็นผู้ประเมิน      (5)  ผู้ใต้บังคับบัญชา                         

81.  มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้นักศึกษาประเมินอาจารย์ในชั่วโมงสุดท้ายที่สอนในแต่ละภาค

        ตอบ  4      การให้ลูกค้าเป็นผู้ประเมิน การประเมินผลโดยให้บุคลากรภายนอกองค์การเป็นผู้ประเมิน เช่น การให้นักศึกษาทำการประเมินการสอนของอาจารย์ผู้สอน, การประเมินผลการทำงานของรัฐบาลโดยประชาชน, บริษัทโตโยต้าให้ผู้มาติดต่อซ่อมรถเป็นผู้ประเมินผลพนักงาน เป็นต้น

82.  ผู้ประเมินบางคนไม่กล้าประเมินหรือถ้ากล้าก็มักจะประเมินเกินความจริง

        ตอบ  5      ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นผู้ที่สามารถให้ภาพพจน์เกี่ยวกับตัวผู้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดีว่าผู้บังคับบัญชาของเขามีความสามารถในด้านการติดต่อสื่อสารกับพวกเขาอย่างไร เคยมอบอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ แต่ข้อเสียของการประเมินด้วยวิธีนี้ก็คือ ผู้ใต้บังคับบัญชาบางคนมักไม่กล้าประเมินผู้บังคับบัญชาหรือถ้ากล้าก็มักจะประเมินผู้บังคับบัญชาเกินความเป็นจริง

83.  สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกอาจารย์นรนิติ เป็นประธาน สสร.

        ตอบ  2      ดูคำอธิบายข้อ 78. ประกอบ

84.  การประเมินผลการทำงานในรอบปีของข้าราชการพลเรือนเพื่อขึ้นเงินเดือน

        ตอบ  1      การประเมินผลงานที่ต้องทำในสายการบังคับบัญชาส่วนใหญ่นั้นจะให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ประเมิน ทั้งนี้เพราะเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดและรู้เรื่องเกี่ยวกับบุคลากรที่อยู่ในบังคับบัญชาได้ดีที่สุด ซึ่งวิธีการนี้นิยมใช้กันมากในระบบราชการไทย เช่น การประเมินผลงานทำงานในรอบปีของข้าราชการพลเรือนเพื่อขึ้นเงินเดือน เป็นต้น

85.  สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกกรรมาธิการ 35 คน

        ตอบ  2      ดูคำอธิบาข้อ  78.  ประกอบ

        ตั้งแต่ข้อ  86. – 95.   จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

      (1)  การวิเคราะห์งาน (Job Analysis)                 (2)  คำบรรยายลักษณะงาน (Job Description)

        (3)  การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ปฏิบัติงาน (Job Specificstion)

        (4)  การประเมินค่างาน (Job Evaluation)        (5)  การออกแบบงาน (Job Design)

86.  สามารถความเมื่อยล้า และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน

        ตอบ  5      หน้า 17  การออกแบบงาน (Job Design)  ที่ดีจะทำให้บุคคลทำงานได้อย่างเต็มความสามารถรวมทั้งสามารถลดความเมื่อยล้า และลดการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานลงได้

87.  จ่ายเท่ากันสำหรับงานที่เท่ากัน (Equal Work for Equal Pay)

        ตอบ  4      หน้า 16 – 17, 76, 82    การประเมินค่างาน (Job Evaluation) คือ กระบวนการทที่ทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบค่าของงานต่าง ๆ ในองค์การ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดค่าตอบแทนที่ยุติธรรมกับงาน ตามหลักการที่ว่า “จ่ายเท่ากันสำหรับงานที่เท่ากัน” (Equal Work for Equal Pay) ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกิดความยุติธรรมภายใน (Internal Equity) ในการกำหนดค่าจ้างและผลตอบแทนให้แก่บุคลากรทุกคนที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน

88.  ความยุติธรรมภายใน (Internal Equity) เกิดจาก

        ตอบ  4      ดูคำอธิบายข้อ 78. ประกอบ

89.  เอาไปใช้ออกแบบงาน (Job Design)

        ตอบ  1      หน้า 15 – 18  ประโยชน์ของการวิเคราะห์งาน ((Job Analysis) ด้านทรัพยากรมนุษย์ มีดังนี้

                    1.  ให้เป็นข้อมูลในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์   

                    2.  ใช้เป็นข้อมูลในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

                    3.  ใช้เป็นข้อมูลในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร   

                    4.  ใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลการทำงาน

                           5.  ใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดค่าตอบแทน 

                            6.  ใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน  7.  ใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบงาน ฯลฯ

90.  ข้อมูลที่ต้องใช้ทำ คือ กิจกรรมของงาน พฤติกรรมบุคคล เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ มาตรฐาน การปฏิบัติงาน และเนื้อหาของงาน

        ตอบ  1      หน้า 14 – 15  ข้อมูลที่ต้องใช้ในการวิเคราะห์ (Job Analysis) มีดังนี้

                            1.  กิจกรรมของงาน   2.  พฤติกรรมของบุคคล   3.  เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องช่วยสนับสนุนการทำงาน   4.  มาตรฐานการปฏิบัติงาน   5. เนื้อหาของงาน   6. ความต้องการของบุคลากร

91.  ผู้มีสิทธิสมัครสอบเข้าเป็นนายร้อยตำรวจต้องจบปริญญาตรีทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

        ตอบ  3      หน้า 14   การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ปฏิบัติงาน (Job Specificstion) เป็นรายละเอียดของคุณสมบัติเฉพาะของพนักงานทางด้านความสามารถ ประสบการณ์ ความรู้ ทักษะ ซึ่งใช้ในการทำงานเฉพาะอย่างเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ เช่น ผู้มีสิทธิสมัครสอบเข้าเป็นนายตำรวจต้องปริญญาตรีทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เป็นต้น

92.  การอธิบายรายละเอียดของงานว่า มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ระบุหน้าที่งานหลักหน้าที่งานรอง

        ตอบ  2      หน้า 13 – 14   คำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) เป็นรายละเอียดที่ระบุถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ในสายงาน สภาพการทำงาน และความรับผิดชอบในการบังคับบัญชาของงานใดงานหนึ่ง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการอธิบายรายละเอียดของงานว่ามีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง โดยระบุชื่อตำแหน่งงาน คำสรุปเกี่ยวกับงาน หน้าที่งานหลักหน้าที่งานรอง และความสัมพันธ์กับงานอื่น ๆ

93.  ได้ข้อมูลมาจาก ความรู้ ทักษะ และความสามารถ

        ตอบ  3   ดูคำอธิบายข้อ 91.  ประกอบ

94.  เป็นกระบวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและลักษณะของงาน

        ตอบ  1      หน้า 12  ศิริโสภาคย์  บูรพเดชะ  กล่าวว่า การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) หมายถึง  กระบวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและลักษณะของงานอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ฝ่ายจัดการทราบว่าจะต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความชำนาญ และความรับผิดชอบอย่างไร ผู้ปฏิบัติงานจึงจะทำงานนั้นสำเร็จลงได้

95.  ได้ข้อมูลมาจาก งาน ความรับผิดชอบ และหน้าที่

        ตอบ  2      ดูคำอธิบายข้อ  92. ประกอบ

        ตั้งแต่ข้อ  96. – 100.  จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม

        (1)  สภาพตลาดแรงงาน (Condition of Labor Market)

        (2)  อัตราค่าจ้างทั่วไป (Prevailing Wage Rate)

        (3)  ปัจจัยเกี่ยวกับต้นทุนการครองชีพ (Cost of Living)

        (4)  ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความสามารถในการจ่าย (Ability to Pay)

        (5)  ขึ้นอยู่กับอิทธิพลอำนาจการต่อรอง (Collective Bargaining)

96.  ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องให้รัฐบาลปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

        ตอบ  3      หน้า 86  ปัจจัยเกี่ยวกับต้นทุนการครองชีพหรือค่าครองชีพ (Cost of Living) หมายถึง การจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือนให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างพอที่จะใช้จ่ายให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความราบรื่นหรือพอกินพอใช้ โดยมีการปรับอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าครองชีพ เช่น ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องให้รัฐบาลปรับค่าจ้างขั้นต่ำ, รัฐบาลขิงแก่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้คนงานอยู่ได้ เป็นต้น

97.  ปีนี้ธนาคารกรุงเทพจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 18 เดือน

        ตอบ  4      หน้า 86 – 87  ปัจจัยด้านความสามารถในการจ่าย (Ability to Pay) หมายถึงความสามารถของนายจ้างที่จะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งความสามารถในการจ่ายของแต่ละบริษัทมักจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ ความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางอุตสาหกรรม ตลอดจนความมั่นคงที่ปรากฏตามลักษณะของภูมิประเทศที่หน่วยงานนั้นตั้งอยู่ เช่น ปีนี้ธนาคารกรุงไทยจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 18 เดือน เป็นต้น

98.  รัฐบาลขิงแก่ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้คนงานอยู่ได้

        ตอบ  3  ดูคำอธิบายข้อ 96  ประกอบ

99.  สหภาพแรงงานรวมตัวกันเหนียวแน่นก็มีพลังอำนาจกำหนดค่าจ้าง

        ตอบ  5      หน้า 87  อำนาจการต่อรอง (Collective Bargaining) หมายถึง อำนาจในการเจรจาต่อรองของแต่ละฝ่ายระหว่างสหภาพแรงงานรวมตัวกันได้เหนียวแน่นมากเท่าไร พลังอำนาจการเจรจาต่อรองในการกำหนดค่าจ้างก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

100.    บริษัทหลายแห่งได้กำหนดเงินเดือนให้พนักงานใหม่ที่จบปริญญาตรีเท่า ๆ กับ อัตราเงินเดือนข้าราชการ ระดับ 3 วุฒิปริญญาตรี

                ตอบ  2  หน้า 85 – 86  อัตราค่าจ้างทั่วไป (Prevailing Wage Rate) หมายถึง อัตราค่าจ้างในสังคมที่เขาจ้างกันทั่ว ๆไป หรืออัตราค่าจ้างขององค์การเราที่จ่าย

 

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


 :2: :2: :2:
จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{  ตำแหน่ง  นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ 3     }}}   


- ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- แนวข้อสอบ พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
- พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545



แนวข้อสอบ
การปฏิบัติงานว่าด้วยกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
1. ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ก. Office  of  The    Protection  Board
ข. Office  of  The  Consumer  Protection
ค. Office  of  The  Consumer  Protection  Board
ง. Office  of  The  Consumer    Board
ตอบ  ค.  Office  of  The  Consumer  Protection  Board
2. ข้อใดคืออักษรย่อของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ก. สคภ.                                              ค.  สกบ.
ข. สคบ.                                              ง.  คคบ.
ตอบ  ข.  สคบ.   
3. ข้อใดคือเว็ปไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ก. consumer@ocpb.go.th             ค.  consumer@ocpb.com
ข. consumer.ocpb.go.th                ง.  consumer@hotmail.com
ตอบ ก. consumer@ocpb.go.th
4. ข้อใดคือสายด่วนร้องทุกข์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ก. 1119                                               ค.  1166
ข. 1669                                               ง.  191
ตอบ  ค.  1166
5. ข้อใดคือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค เป็นปีที่ 34 ในรัชการปัจจุบัน
ก. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ. 2522
ข. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ. 2545
ค. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ. 2551
ง. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ. 2522 และ พ.ศ. 2541
ตอบ   ก.  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค  พ.ศ. 2522
6. ข้อใดคือมาตราที่บัญญัติถึงความหมายของ ซือ , ขาย ,  สินค้า  ,  บริการ
ก. มาตรา  2                                       ค.  มาตรา  4
ข. มาตรา  3                                       ง.  มาตรา   7
ตอบ  ข.  มาตรา  3
7. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “ซื้อ” ตาม พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค 2522
ก. หมายความว่า เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ข. หมายความรวมถึง เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ค.  หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ง. หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
ตอบ  ข.  หมายความรวมถึง เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
8. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “ขาย” ตาม พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค 2522
ก. หมายความว่า เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ข. หมายความรวมถึง เช่า เช่าซื้อ หรือได้มาไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยให้ค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ค. หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ง. หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
ตอบ ค. หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
9. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “สินค้า” ตาม พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค 2522
ก. หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
ข. หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อเช่า
ค. หมายความว่า สิ่งของที่เป็นต้นแบบในการผลิต
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ  ง.  ถูกทั้ง ก และ ข
 “สินค้า” หมายความว่า สิ่งของที่ผลิตหรือมีไว้เพื่อขาย
 “ขาย” หมายความรวมถึง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น ตลอดจนการเสนอหรือการชักชวนเพื่อการดังกล่าวด้วย
10. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตาม พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค
ก. “บริการ” หมายความว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใด ๆ หรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่นและรวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงาน
ข. “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง ประกอบ ประดิษฐ์ หรือแปรสภาพและหมายความรวมถึงการเปลี่ยนรูป การดัดแปลง การคัดเลือก หรือการแบ่งบรรจุ
ค. “ผู้บริโภค” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ
ง. “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายหรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการ และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย
ตอบ  ก.  “บริการ” หมายความว่า การรับจัดทำการงาน การให้สิทธิใด ๆ หรือการให้ใช้หรือให้ประโยชน์ในทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อื่นและรวมถึงการจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงาน




แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและ
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง  พ.ศ. ๒๕๓๕
1. ระเบียบฉบับนี้ให้ยกเลิกระเบียบฉบับใด
ก. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๒
ข. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
ค. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๔
ง. พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๕
ตอบ       ข.  พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
       มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๐๓
2. ผู้รักษาการตามระเบียบฉบับนี้คือใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ตอบ       ค.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
                มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้  และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง
                กฎกระทรวงนั้น  เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว  ให้ใช้บังคับได้
 
 
3. เจ้าพนักงานท้องถิ่น  หมายความว่า
ก. นายกเทศมนตรี
ข. ประธานกรรมการสุขาภิบาล
ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้
 “เจ้าพนักงานท้องถิ่น”  หมายความว่า
(๑) นายกเทศมนตรี  สำหรับในเขตเทศบาล
(๒) ประธานกรรมการสุขาภิบาล  สำหรับในเขตสุขาภิบาล
(๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด  สำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
(๕) ปลัดเมืองพัทยา  สำหรับในเขตเมืองพัทยา
(๖) หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น  สำหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
4. ผู้ใดขับขี่รถซึ่งบรรทุกมูลสัตว์ กรวด หิน ดิน ทราย  และวัตถุดังกล่าวได้ตกหล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย  ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินสามพันบาท
ข. ปรับไม่เกินสี่พันบาท
ค. ปรับไม่เกินห้าพันบาท
ง. ปรับไม่เกินหกพันบาท
ตอบ       ก.  ปรับไม่เกินสามพันบาท
                มาตรา ๕๕  ผู้ใดขับขี่รถซึ่งบรรทุกมูลสัตว กรวด หิน ดิน เลน ทราย มูลฝอย หรือมีน้ำมัน  และวัตถุดังกล่าวได้ตกหล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย หรือรั่วไหลลงบนถนน  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท
5. ในเขตกรุงเทพมหานคร  ผู้ใดมีอำนาจในการให้คำแนะนำผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. ประธานกรรมการสุขาภิบาล
ง. ปลัดกรุงเทพมหานคร
ตอบ       ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
                มาตรา ๔๒  ในเขตกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะให้คำแนะนำผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องในการดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
                ในเขตเทศบาล  สุขาภิบาล  เมืองพัทยา  และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด  และของปลัดกระทรวงมหาดไทยสำหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
6. การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยตาม มาตรา ๓๗ คือข้อใด
ก. ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
ข. ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะ
ค. ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย นั่ง หรือขึ้นไปบนรั้ว กำแพง ต้นไม้หรือสิ่งค้ำยันต้นไม้ในที่สาธารณะ
ง. ห้ามมิให้ผู้ใดเล่นว่าว ฟุตบอล ตะกร้อ หรือกีฬาใดๆ บนถนน หรือในสถานสาธารณะ
ตอบ       ก.  ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
                มาตรา ๓๗  ห้ามมิให้ผู้ใดยืน นั่ง หรือ นานบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ
7. อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตปิดแผ่นประกาศ  หรือเขียนข้อความ  ภาพ  หรือเอกสาร  เพื่อโฆษณาแก่ประชาชน  จะต้องเสียค่าบริการเท่าใด
ก. หนึ่งร้อยบาท
ข. สองร้อยบาท
ค. สามร้อยบาท
ง. สี่ร้อยบาท
ตอบ       ข.  สองร้อยบาท




1. ในปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก ท่านในฐานะผู้บริหารระดับจังหวัด จะมีวิธีการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ที่ท่านรับผิดชอบอย่างไร

2.       ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีปัญหาสุขภาพแตกต่างกัน หากท่านได้รับมอบหมายจากผู้บริหารระดับจังหวัดให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่และระบุผลลัพธ์การดำเนินงานสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขนั้น ท่านจะดำเนินการอย่างไร

3.       มูลเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการปฏิรูประบบสาธารณสุขในประเทศไทยคืออะไร และมีการกำหนดกรอบแนวคิดในการปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างไร

4.       ท่านคิดว่าควรจะมีการกำหนดกรอบหรือแนวทางปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างไร

5.       ในการจัดทำแผนกลยุทธ์นั้นผู้บริหารจะต้องมีข้อมูลใดบ้าง เพื่อใช้ประกอบการจัดทำ

6.       จงอธิบายถึงหลักการ  แนวคิด ของการวิเคราะห์องค์กรพร้อมทั้งยกตัวอย่าง

7.       แผนกลยุทธ์ระดับองค์การและระดับหน่วยงานควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

8.       จงยกตัวอย่างเครื่องมือ (tools) ที่ใช้ในการจัดทำแผนกลยุทธ์ มา 2 ชนิด พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดของการใช้เครื่องมือดังกล่าว ข้อดี ข้อด้อยและข้อควรระวังในการใช้

9.       ผู้บริหารควรมีกลวิธีหรือแนวทางอย่างไรให้แผนกลยุทธ์ที่จัดทำไว้ประสบความสำเร็จ

10.    กลยุทธ์ที่สำคัญในการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพได้แก่เรื่องใดบ้าง และมีวิธีการดำเนินการอย่างไร