ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: ((เปิดสอบ)) แนวข้อสอบกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ภาค ก ท้องถิ่น ปี 59  (อ่าน 29648 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


 :2: :2: :2:
จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{  นักทรัพยากรบุคคล 3 ท้องถิ่น  กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)   }}}   


- การบริหารทรัพยากรบุคคล
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
- แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ.ที่ ม.ราม ออกให้  ใช้สอบทั่วประเทศ
- แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546
- สาระสำคัญ+แนวข้อสอบพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน อปท
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 1
- แนวข้อสอบการบริหารงานบุคคลากร ชุด 2



แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
1. พระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก.  29  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2542
ข.  30  พฤศจิกายน   พ.ศ. 2542
ค.  29  ธันวาคม  พ.ศ.  2542
ง.  30  ธันวาคม  พ.ศ.  2542
ตอบ  ข.  30  พฤศจิกายน   พ.ศ. 2542
          มาตรา  2  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
2. องค์การปกครองท้องถิ่น  หมายความว่า
ก.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล
ข.  องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา
ค.  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
           มาตรา  3  ในพระราชบัญญัตินี้
           “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
           “พนักงานส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า  ข้าราชการองค์การส่วนจังหวัดพนักงานเทศบาล  พนักงานส่วนตำบล  ข้าราชการกรุงเทพมหานคร  พนักงานเมืองพัทยา  และข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง  ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
3. บุคคลใดคือผู้รักษาการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. 2542 
ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค.  ปลัดองค์กรปกครองท้องถิ่น
ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ  ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
          มาตรา  4  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
4. คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาจากที่ใดบ้าง
ก.  ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข.  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด
ค.  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้ทรงคุณวุฒิ
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
          มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
         1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
         2)  หัวหน้าส่วนราชการประจำหวัดจำนวนสามคนจากส่วนราชการในจังหวัดนั้น  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้  ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อใดก็ได้
        3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
       4)  ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน  ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้าน  การบริหารงานท้องถิ่น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ด้านระบบราชการ  ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
5. บุคคลใดคือคือประธาน  คณะกรรมการการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ก.  รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย
ข.   ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.  นายกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ข.   ผู้ว่าราชการจังหวัด
              มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
             1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
6. คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด  มีผู้แทนที่มาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกี่คน
ก.  2  คน                                                              ข.  3  คน
ค.  4  คน                                                              ง.  5  คน
ตอบ  ค.  4  คน   
           3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
7. อยากทราบว่าในคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนี้  มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนกี่คน
ก.  2  คน                                                              ข.  3  คน
ค.  4  คน                                                              ง.  5  คน
ตอบ  ค.  4  คน   
             มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
            1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
            2)  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดจำนวนสามคนจากส่วนราชการในจังหวัดนั้น  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อใดก็ได้
            3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
           4)  ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน  ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานท้องถิ่น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ด้านระบบราชการ  ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม  4)  ให้กรรมการตาม  1)  และ  2)  เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหกคน  และกรรมการตาม 3)  เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหกคนและให้บุคคลทั้งสิบสองคนดังกล่าวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองให้เหลือสี่คน
8. บุคคลซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  ในเขตจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาเท่าใดนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
ก.  90  วัน                                                            ข.  180  วัน
ค.  1  ปี                                                                 ง.  ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดไว้
ตอบ  ค.  1  ปี                     
              มาตรา  6   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม  ดังต่อไปนี้
           1)  มีสัญชาติไทย
           2)  มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
           3)  ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
           4)  ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ  หน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  หรือ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          5)  ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
          6)  ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
          7)  ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้มีตำแหน่งใดๆ  ในพรรคการเมือง
           บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
9. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก.  2  ปี                                                                 ข.  3  ปี
ค.  4 ปี                                                                   ง.  5  ปี
ตอบ  ค.  4 ปี       
             มาตรา  7  กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจรับคัดเลือกอีกได้
         ถ้ากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลง  ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างโดยเร็ว  ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา  5  และให้กรรมการซึ่งได้รับการคัดเลือกมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตอบแทน
                    ในระหว่างที่ยังมิได้คัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสองและยังมีกรรมการเหลืออยู่กึ่งหนึ่ง  ให้กรรมการที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
10. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด
ก.  ลาออก  โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
ข.  เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น
ค.  ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
              มาตรา  9  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
              1)   ตาย
              2)   ลาออก  โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
              3)   เป็นบุคคลล้มละลาย
              4)   เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
              5)  ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา  6
             6)   ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก




แนวข้อสอบ พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
1. พระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก.  29  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2542
ข.  30  พฤศจิกายน   พ.ศ. 2542
ค.  29  ธันวาคม  พ.ศ.  2542
ง.  30  ธันวาคม  พ.ศ.  2542
ตอบ  ข.  30  พฤศจิกายน   พ.ศ. 2542
          มาตรา  2  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
2. องค์การปกครองท้องถิ่น  หมายความว่า
ก.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล
ข.  องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา
ค.  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
           มาตรา  3  ในพระราชบัญญัตินี้
           “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล  กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
           “พนักงานส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า  ข้าราชการองค์การส่วนจังหวัดพนักงานเทศบาล  พนักงานส่วนตำบล  ข้าราชการกรุงเทพมหานคร  พนักงานเมืองพัทยา  และข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง  ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
3. บุคคลใดคือผู้รักษาการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. 2542 
ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข.  ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค.  ปลัดองค์กรปกครองท้องถิ่น
ง.  ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ  ก.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
          มาตรา  4  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
4. คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาจากที่ใดบ้าง
ก.  ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข.  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด
ค.  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้ทรงคุณวุฒิ
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
          มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
         1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
         2)  หัวหน้าส่วนราชการประจำหวัดจำนวนสามคนจากส่วนราชการในจังหวัดนั้น  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้  ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อใดก็ได้
        3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
       4)  ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน  ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้าน  การบริหารงานท้องถิ่น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ด้านระบบราชการ  ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
5. บุคคลใดคือคือประธาน  คณะกรรมการการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ก.  รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย
ข.   ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค.  นายกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ข.   ผู้ว่าราชการจังหวัด
              มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
             1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
6. คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด  มีผู้แทนที่มาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกี่คน
ก.  2  คน                                                              ข.  3  คน
ค.  4  คน                                                              ง.  5  คน
ตอบ  ค.  4  คน   
           3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
7. อยากทราบว่าในคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนี้  มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนกี่คน
ก.  2  คน                                                              ข.  3  คน
ค.  4  คน                                                              ง.  5  คน
ตอบ  ค.  4  คน   
             มาตรา  5  ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง  ให้มีคณะกรรมการการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย
            1)  ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
            2)  หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดจำนวนสามคนจากส่วนราชการในจังหวัดนั้น  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนดว่าเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล  ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเปลี่ยนแปลงการกำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเมื่อใดก็ได้
            3)  ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนสี่คน  ประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด  และผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน
           4)  ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน  ซึ่งคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานท้องถิ่น  ด้านการบริหารงานบุคคล  ด้านระบบราชการ  ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม  4)  ให้กรรมการตาม  1)  และ  2)  เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหกคน  และกรรมการตาม 3)  เสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหกคนและให้บุคคลทั้งสิบสองคนดังกล่าวประชุมเพื่อคัดเลือกกันเองให้เหลือสี่คน
8. บุคคลซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน  ในเขตจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาเท่าใดนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
ก.  90  วัน                                                            ข.  180  วัน
ค.  1  ปี                                                                 ง.  ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดไว้
ตอบ  ค.  1  ปี                     
              มาตรา  6   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม  ดังต่อไปนี้
           1)  มีสัญชาติไทย
           2)  มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์
           3)  ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
           4)  ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ  หน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  หรือ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          5)  ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
          6)  ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
          7)  ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้มีตำแหน่งใดๆ  ในพรรคการเมือง
           บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตจังหวัดนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
9. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
ก.  2  ปี                                                                 ข.  3  ปี
ค.  4 ปี                                                                   ง.  5  ปี
ตอบ  ค.  4 ปี       
             มาตรา  7  กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจรับคัดเลือกอีกได้
         ถ้ากรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลง  ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างโดยเร็ว  ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา  5  และให้กรรมการซึ่งได้รับการคัดเลือกมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตอบแทน
                    ในระหว่างที่ยังมิได้คัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสองและยังมีกรรมการเหลืออยู่กึ่งหนึ่ง  ให้กรรมการที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
10. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด
ก.  ลาออก  โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
ข.  เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น
ค.  ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
              มาตรา  9  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
              1)   ตาย
              2)   ลาออก  โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
              3)   เป็นบุคคลล้มละลาย
              4)   เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
              5)  ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา  6
             6)   ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


 :2: :2: :2:
จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน 2 ท้องถิ่น อบต.อบจ.เทศบาล  }}}   


- แนวข้อสอบ พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- แนวข้อสอบเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
- แนวข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
- แนวข้อสอบท้องถิ่น อบต. เทศบาล อบจ.ที่ ม.ราม ออกให้  ใช้สอบทั่วประเทศ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522



ข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
1.    1669 คือเบอร์อะไร
เบอร์ 1669 คือเบอร์ กู้ชีพ กู้ภัย หรือ ที่เรียกกันว่า EMS สามารถโทรได้ทุกที่ ในประเทศ ท่านกด
ที่ใด ก็จะไปติด ศูนย์ที่จังหวัดนั้น มีไว้แจ้ง เรื่องอุบติเหตุ ไม่ว่า เจอกับตัว หรือ พบเห็น สามารถ โทรเข้าได้เลย แล้วศูนย์ จะแจ้งไปยัง หน่อยกู้ภัย ในเขต นั้นๆ ให้รีบออกไปยัง สถานที่เกิดเหตุนั้นๆ

2.    - หมายเลขโทรถามเรื่องบัตรทองคือ ?
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 2-4 อาคารรวมหน่วยงานราชการ
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร ฯ 10210  โทรศัพท์ เบอร์กลาง 02 141 4000
โทรสาร (Fax) 02 143 9730 – 1    เว็บไซท์ : http://www.nhso.go.th
3.    สิทธิต่างๆของบัตรทองมีอะไรบ้าง
-  บัตรทองเป็นสิทธิสวัสดิการที่ได้จากรัฐ ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั้งหมดตามความเป็นจริง
แต่ยกเว้นค่าห้องค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยใน ผู้รับสิทธิบัตรทองต้องไม่เป็นข้าราชการหรือผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม  ไม่มีการเก็บเงินสมทบ แต่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานครั้งละ
30 บาท
4.     ใครที่ต้องลงขันให้กองทุนประกันสังคม
- ลูกจ้างผู้ประกันตนและนายจ้างจะต้องลงขันฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างรายเดือน
5.    ประกันสังคมจ่ายในกรณีไหนบ้าง
-  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย   กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ  กรณีเสียชีวิต  กรณีสงเคราะห์บุตร  กรณีชราภาพ   กรณีว่างงาน  ผู้ประกันตนมาตรา 40
6.     แต่ละช่วงอายุจะฉีดวัคซีนอะไรบ้าง  (ชื่อวัคซีนในชอยส์เป็นตัวย่อภาษาอังกฤษทั้งหมด)
-  ทารกแรกเกิด - วัคซีนบีซีจี (BCG) ป้องกันวัณโรค
ทารกอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน- วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกิน, ฮิปวัคซีนทารกอายุ 9 เดือน – วัคซีนป้องกันโรคหัด
เด็กอายุ 15 เดือน - วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) ป้องกันหัด คางทูม และหัดเยอรมัน
อายุ 18 เดือน - วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกิน
อายุ 2 ปี – วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์
อายุ 3 ปี - วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ และให้ฉีดทุก 3 ปี
อายุ 4-6 ปี - วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกิน
อายุ 14-16 ปี - วัคซีน ดี ที ชนิดผู้ใหญ่
7.    อาการของวัณโรค , ต้องตรวจอะไรตรงไหนถึงจะรู้ว่าเป็นไหม
-           ไข้ พบว่าผู้ป่วยโรควัณโรคจะมีไข้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 37-80 แต่ก็มีผู้ป่วยร้อยละ 21 ที่ไม่มีไข้เลย หลังจากได้รับยารักษาวัณโรคพบว่าไข้จะลงในหนึ่งและสองสัปดาห์  ร้อยละ34,64 ตามลำดับระยะเวลาเฉลี่ยที่ไข้ลงประมาณ 10 วัน
           อาการอื่นๆที่พบได้ได้แก่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ครั่นเนื้อครั่นตัว เหงื่อออกกลางคืน
            พบว่าเม็ดเลือดขาวอาจจะต่ำ ปกติหรือสูงก็ได้ ในรายที่เป็นมานานจะพบภาวะโลหิตจางด้วย
อาการของเลือแรโซเดียมต่ำซึ่งจากปอดที่ติดเชื้อวัณโรสร้าง antidiuretic hormone-like substance
           การวินิจที่ถูกต้องจะต้องตรวจพบตัวเชื้อโรค โดยการนำสารหลั่งต่างมาตรวจ เช่น เสมหะ น้ำจากกระเพาะอาหาร น้ำจากช่องปอด น้ำไขสันหลัง นอกจากนั้นหากสามารถเพาะเชื้อโรคได้จะทำให้การวินิจฉัยถูกต้อง การนำมาเพาะเชื้อก็มีความจำเป็นเนื่องจากเชื้อวัณโรคมีการดื้อยาบ่อยทำให้ ต้องทราบว่าเชื้อดื้อต่อยาอะไรบ้าง เพื่อจะได้ปรับยาที่ใช้รักษา นอกจากนั้นระยะเวลาก็มีความสำคัญ
8.     ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อวัณโรค
-  ผู้ที่ได้รับเชื้อ [Latent infection] ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นวัณโรคทุกคน ประมาณว่าร้อยละ 10จะเป็นวัณโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรค  ประจำตัวเหล่านี้   ผู้ป่วยโรคเอดส์   ผู้ป่วยเบาหวาน   ผู้ป่วยที่ได้รับยา prednisolone หรือยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน หรือเปลี่ยนไต    ผู้ป่วยที่ไตวายเรื้อรัง   ผู้ป่วยโรคมะเร็ง   ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวน้อย   ผู้ป่วยที่เป็น silicosis    ผู้ป่วยที่ตัดกระเพาะ หรือตักต่อลำไส้   
9.     การจำแนกกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน จำแนกกี่แบบ อะไรบ้าง
-  1. เบาหวานในทารกและเด็ก  หมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการของเบาหวานเริ่มต้นเมื่ออายุ 0-14 ปี ผู้ป่วยพวกนี้มักจะมีอาการเริ่มต้นรุนแรงและมักเป็นผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้ รับอินซูลินตลอดเวลา
   2. เบาหวานในวัยรุ่น  หมายถึงผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการเบาหวานระหว่างอายุ  15 – 25 ปี ซึ่งโดยมากมักจะมีอาการเกิดขึ้นทันที และมักจะเป็นผู้ป่วยซึ่งต้องให้อินซูลินรักษาเช่นเดียวกัน
   3. เบาหวานในผู้ใหญ่ หมายถึง โรคเบาหวานซึ่งเริ่มต้นมีอาการตั้งแต่อายุ  25 – 64 ปี ซึ่งผู้ป่วยพวกนี้มีอาการเปลี่ยนแปลงได้มาก และมักไม่จำเป็นจะต้องได้รับอินซูลิน
   4. เบาหวานในคนสูงอายุ หมายถึงผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการเมื่อมีอายุเกิน 64 ปีขึ้นไป  และมักจะไปพบแพทย์ด้วยอาการของโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน ผู้ป่วยพวกนี้มักสามารถควบคุมอาการเบาหวานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินซูลิน
          นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังจำแนกออกได้อีกแบบหนึ่งดังนี้
               1.   เบาหวานประเภทวัยรุ่น หมายถึงผู้ป่วยเบาหวานไม่ว่าจะอยู่ในอายุใดๆ ก็ตามที่ต้องการอินซูลินในการรักษา และเป็นประเภทซึ่งมีความโน้มเอียงที่จะเกิดภาวะคีโทซิส (ketosis) ได้ง่าย
               2.   เบาหวานประเภทต่อต้านอินซูลิน  หมายถึง ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการอินซูลินมากเกินกว่าวันละ 200 หน่วย
              3. เบาหวานจากต่อมไร้ท่อ หมายถึงผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือมีความผิดปกติไม่ทนต่อเมแทบอลิซึมของ คาร์โบไฮเดรต เนื่องจากโรคของต่อมไร้ท่อ เช่นกลุ่มอาการคุชิง
              4. เบาหวานประเภทเปลี่ยนแปลงง่าย หมายถึง โรคเบาหวานประเภทวัยรุ่นซึ่งควบคุมอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ ภาวะคีโทซิส และอาการระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติได้ยาก
10.     ประชากรไทยมักป่วยด้วยโรคอะไร
-  โรคสมองเสื่อม (DEMENTIA)  กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (HEART ATTACK)     มะเร็งไฝ (MELANOMA)   มะเร็งเต้านม (BREAST CANCER)  กาฬหลังแอ่น (MENINGOCOCCAL INFECTION)   เบาหวาน (DIABETES)




พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
๑.    พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ไว้เมื่อ
-    วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
๒.    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ประกาศว่า
-  โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการ  ใช้อุจจาระเป็นปุ๋ย
๓.    ใครคือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
-  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
๔.    ข้อกำหนดของท้องถิ่นใดถ้าขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ ให้บังคับตามกฎกระทรวงนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่
-  ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุผลเป็นพิเศษเฉพาะท้องถิ่น
๕.    ในกรณีที่เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชนซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยเร่งด่วน
-  ให้อธิบดีกรมอนามัยมีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของวัตถุหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายดังกล่าวระงับการกระทำหรือให้กระทำการใดๆ
๖.    ถ้าบุคคลซึ่งได้รับคำสั่งตามวรรคหนึ่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายในระยะเวลาตามสมควร
-  อธิบดีกรมอนามัยจะสั่งให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติการใดๆ เพื่อแก้ไขหรือป้องกันความเสียหายดังกล่าวนั้นแทน
๗.    ประธานกรรมการคณะกรรมการสาธารณสุข
-  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๘.    “คณะกรรมการสาธารณสุข” ประกอบด้วย
-  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้ทรงคุณวุฒิ
๙.    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ
-  สองปี
๑๐.    ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน
-  ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง
๑๑.    เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่างน้อย
-  สามสิบวัน   
๑๒.    ในกรณีที่การแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้แจ้งทราบภายใน
- เจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง
๑๓.    ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งภายใน
- สิบห้าวัน
๑๔.    ใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้มีอายุ
- หนึ่งปี
๑๕.    ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีก
- ไม่เกินสองครั้ง
๑๖.    ถ้าผู้ที่ได้รับคำสั่งไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ
-  รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง
๑๗.    ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษ
- ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
๑๘.    ผู้ใดจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตรโดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง ต้องระวางโทษ
- จำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท