ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: {{เปิดสอบ}} แนวข้อสอบสำนักงานศาลยุติธรรม ข้าราชการ รวม 32 อัตรา (11-31มกราคม61)  (อ่าน 2617 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai



<<<ประกาศ>>> สำนักงานศาลยุติธรรม 
เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ  ตั้งแต่วันที่ 11 - 31 มกราคม 2561
ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมปฏิบัติงาน, นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ, นักจิตวิทยาปฏิบัติการ, บรรณารักษ์ปฏิบัติการ, นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ, นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
ระดับการศึกษา: ปวท. ปวช. ปวส. ป.ตรี  ป.โท
จำนวน: 32 อัตรา
เงินเดือน: 9,400 - 19,250  บาท
*** ต้องสอบผ่าน ภาค ก กพ. ***

วิธีการสมัครงานข้าราชการ สำนักงานศาลยุติธรรม : ตนเอง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: กุมภาพันธ์ 2561


  :2: :2: :2:
รายวิชา ตามสารบัญ ดังนี้

แนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมปฏิบัติงาน  สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด


แนวข้อสอบ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด


แนวข้อสอบ นักจิตวิทยาปฏิบัติการ  สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด


แนวข้อสอบ บรรณารักษ์ปฏิบัติการ  สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด


แนวข้อสอบ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ  สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด


แนวข้อสอบ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานศาลยุติธรรม ใหม่ล่าสุด




สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :  วรรณพร
เบอร์โทรศัพท์ /  Line : 0894220125  
E-Mail : exam.st@hotmail.com   

ไฟล์ PDF ราคา  399 บาท
หนังสือ + MP3  ราคา 999 บาท
กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารกสิกรไทย   สาขาถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นางสาววรรณพร สอนคำมี บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 428-2-29359-0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2018, 12:25:42 am โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ นิติกร

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543
1. ประธานศาลอุทธรณ์ หมายถึงข้อใด
 ก. อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ข.  ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ใดผู้หนึ่งที่ได้รับเลือก
 ค. อธิบดีผู้พิพากษาศาลฎีกา ง. ไม่มีข้อถูก
 คำตอบ ก. “ประธานศาลอุทธรณ์” หมายความว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วย
 ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลากร
2. ข้าราชการศาลยุติธรรม หมายถึงใคร
 ก. สมศรี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 3 ข. สมชาย ผู้ช่วยผู้พิพากษา
 ค. สมเดช เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 1 ง. ข้อ ก. และ ค. ถูก
 คำตอบ ง. “ข้าราชการศาลยุติธรรม” หมายความว่า ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
 ข้าราชการฝ่ายตุลาการ
3. ข้าราชการตุลาการ หมายถึงใคร
 ก. อนันต์ อธิบดีผู้พิพากษา ข. อรุณ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
 ค. อดิศร ผู้ช่วยผู้พิพากษา ง. ถูกทุกข้อ
 คำตอบ ง. “ข้าราชการตุลากร” หมายความว่า ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ
 ฝ่ายตุลาการ
4. ข้อใดมิใช่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
 ก. กนิษฐา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ข. กรกนก เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 3
 ค. กษมา ลูกจ้างชั่วคราว ง. ถูกทุกข้อ
 คำตอบ ค. “ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมาย
 ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
5. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่าอะไร
 ก. ก.ศ. ข. ก.บ.ศ.
 ค. ค.บ.ศ. ง. ค.บ.ศ.
 คำตอบ ข. “ก.บ.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
 
6. คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่าอะไร
 ก. ก.ศ. ข. ก.บ.ศ.
 ค. ค.ข.ศ. ง. ก.ข.ศ.
 คำตอบ ก. “ก.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
7. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
 ก. เป็นหน่วยงานอิสระ ข. มีฐานะเป็นนิติบุคคล
 ค. เป็นรัฐวิสาหกิจ
 ง. การแบ่งส่วนราชการภายในและการกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ทำเป็นประกาศ ก.บ.ศ.
 คำตอบ ค. ให้มีสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคล
  การแบ่งส่วนราชการภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ
 ส่วนราชการนั้น ให้ทำเป็นประกาศ ก.บ.ศ.
   ประกาศตามวรรคสอง เมื่อได้รับความเห็นชอบจากประธานศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจา
 นุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
8. สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่อะไร
 ก. งานธุรการของศาลยุติธรรม ข. งานส่งเสริมงานตุลาการ
 ค. งานวิชาการของศาลยุติธรรม ง. ถูกทุกข้อ
 คำตอบ ง. สำนักงานศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานธุรการของศาลยุติธรรม งานส่งเสริม
 งานตุลาการ และงานวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ศาลยุติธรรม รวมทั้ง
 เสริมสร้างให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
9. ข้อใดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำศาลยุติธรรมที่จะต้องรับผิดชอบ
 ก. งานธุรการ ข. งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่ผู้พิพากษา
 ค. ประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ ง. ถูกทุกข้อ
 คำตอบ ง. ให้สำนักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำศาลยุติธรรมทุกแห่ง ให้เพียงพอที่จะ
 รับผิดชอบงานธุรการ งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่ผู้พิพากษา รวมตลอดทั้งการประสานงานกับ
 ส่วนราชการต่างๆ และงานอื่นใดตามที่ศาลยุติธรรมมอบหมาย
10. ใครมีหน้าที่ควบคุมดูแลราชการโดยทั่วไปของสำนักงานศาลยุติธรรม
 ก. ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ข. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
 ค. ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม ง. จ่าศาล
 คำตอบ ข. ให้มีเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นข้าราชการศาลยุติธรรม ขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา
 มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
 ของทางราชการ รวมทั้งระเบียบ ประกาศ และมติของ ก.บ.ศ. และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการใน
 สำนักงานศาลยุติธรรม โดยมีรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ
11. บุคคลใดเป็นผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมในกิจการของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
 ก. ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ข. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
 ค. ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม ง. จ่าศาล
 คำตอบ ข. ในกิจการของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการสำนักงาน
 ศาลยุติธรรมเป็นผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อการนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจะ
 มอบหมายให้บุคคลใดปฏิบัติราชการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ.
 กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
12. ข้อใดเป็นประธานคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
 ก. ประธานศาลฎีกา ข. อธิบดีศาลอุทธรณ์
 ค. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
 คำตอบ ก. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่า “ก.บ.ศ” มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน
 กรรมการบริหารศาลยุติธรรม
13. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมข้อใดกล่าวถูกต้อง
 ก. เลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้
 ข. เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลฎีกา จำนวน 4 คน
 ค. เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คน
 ง. เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลชั้นต้น จำนวน 4 คน
 คำตอบ ก. ให้มีคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า “ก.บ.ศ.” ประกอบด้วย
(1) ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
(2) กรรมการบริหารศาลยุติธรรมซึ่งข้าราชการตุลาการเว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา
 เป็นผู้เลือกจากข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล ดังต่อไปนี้
(ก) ศาลฎีกา ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งในศาลฎีกาในตำแหน่งที่ไม่
 ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 4 คน
(ข) ศาลอุทธรณ์ ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งในศาลอุทธรณ์
 และศาลอุทธรณ์ภาคในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค
 จำนวน 4 คน
(ค) ศาลชั้นต้น ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการผู้มีอาวุโสสูงสุด 100 คนแรกที่ดำรง
 ตำแหน่งในศาลชั้นต้น และซึ่งมิใช่ข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จำนวน 4 คน
(3) กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือ
 ด้านการบริหารและการจัดการซึ่งประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม และกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
 (2) เป็นผู้เลือกจากบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการหรือข้าราชการศาลยุติธรรม จำนวน
 ไม่น้อยกว่า 2 คน แต่ไม่เกิน 4 คน
14. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี
 ก. 35 ปี ข. 40 ปี
 ค. 45 ปี ง. 50 ปี
 คำตอบ ข. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
 ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
 สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
(4) ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง
(5) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือน
 ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง
(6) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎหมาย
 ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือตามกฎหมายอื่น
(7) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(8) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
 ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วย
 ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือตามกฎหมายอื่น
15. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระคราวละกี่ปี
 ก. 1 ปี ข. 2 ปี
 ค. 4 ปี ง. 5 ปี
 คำตอบ ข. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน
 สองวาระติดต่อกันไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 09:20:17 am โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


แนวข้อสอบ พนักงานคอมพิวเตอร์


1.          ประธานศาลอุทธรณ์ หมายถึงข้อใด
              ก.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์                                        ข.   ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ใดที่ได้รับเลือก
 ค.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลฎีกา                                               ง.    ไม่มีข้อถูก
              ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลากร
2.          ข้าราชการศาลยุติธรรม หมายถึงใคร
              ก.   สมศรี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 3                                     ข.   สมชาย  ผู้ช่วยผู้พิพากษา
              ค.   สมเดช  เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 1                                  ง.    ข้อ ก. และ ค. ถูก
3.          ข้าราชการตุลาการ หมายถึงใคร
              ก.   อนันต์  อธิบดีผู้พิพากษา                                                ข.   อรุณ  ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
              ค.   อดิศร  ผู้ช่วยผู้พิพากษา                                                  ง.    ถูกทุกข้อ
              ฝ่ายตุลาการ
4.          ข้อใดมิใช่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
              ก.   กนิษฐา  ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์                                    ข.   กรกนก  เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 3
              ค.   กษมา  ลูกจ้างชั่วคราว                                                     ง.    ถูกทุกข้อ
              ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
5.          คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่าอะไร
              ก.   ก.ศ.                                                                                     ข.   ก.บ.ศ.
              ค.   ค.บ.ศ.                                                                                 ง.    ค.บ.ศ.
6.          คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม  เรียกโดยย่อว่าอะไร
              ก.   ก.ศ.                                                                                     ข.   ก.บ.ศ.
              ค.   ค.ข.ศ.                                                                                 ง.    ก.ข.ศ.
7.          ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
              ก.   เป็นหน่วยงานอิสระ                                                       ข.   มีฐานะเป็นนิติบุคคล
              ค.   เป็นรัฐวิสาหกิจ                                                               
              ง.   การแบ่งส่วนราชการภายในและการกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ทำเป็นประกาศ ก.บ.ศ.
8.          สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่อะไร
              ก.   งานธุรการของศาลยุติธรรม                                          ข.   งานส่งเสริมงานตุลาการ
              ค.   งานวิชาการของศาลยุติธรรม                                        ง.    ถูกทุกข้อ       
9.          ข้อใดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำศาลยุติธรรมที่จะต้องรับผิดชอบ
              ก.   งานธุรการ                                                                        ข.   งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่ผู้พิพากษา
              ค.   ประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ                             ง.    ถูกทุกข้อ
              ส่วนราชการต่างๆ และงานอื่นใดตามที่ศาลยุติธรรมมอบหมาย
10.        ใครมีหน้าที่ควบคุมดูแลราชการโดยทั่วไปของสำนักงานศาลยุติธรรม
              ก.   ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ                                                  ข.   เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
              ค.   ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม                                               ง.    จ่าศาล
11.        บุคคลใดเป็นผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมในกิจการของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
              ก.   ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ                                                  ข.   เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
              ค.   ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม                                               ง.    จ่าศาล
12.        ข้อใดเป็นประธานคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
              ก.   ประธานศาลฎีกา                                                             ข.   อธิบดีศาลอุทธรณ์
              ค.   ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น                                                     ง.    ข้อ  ก. และ  ข. ถูก
13.        กรรมการบริหารศาลยุติธรรมข้อใดกล่าวถูกต้อง
              ก.   เลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้
              ข.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลฎีกา จำนวน 4 คน
              ค.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คน
              ง.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลชั้นต้น จำนวน 4 คน

14.        กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี
              ก.   35  ปี                                                                                  ข.   40  ปี
              ค.   45  ปี                                                                                  ง.    50  ปี
              ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือตามกฎหมายอื่น
15.        กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระคราวละกี่ปี
              ก.   1  ปี                                                                                     ข.   2  ปี
              ค.   4  ปี                                                                                     ง.    5  ปี

1.มาตราที่ 14 ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางทาไม่เกินกี่ปี
ก. 18 ปี ข. 10 ปี
ค. 15 ปี ง. 7 ปี
*************************************************************************************

2. พรบคอมพิวเตอร์หมวดที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องอะไร
ก. ความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ข.ความผิดเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่
ค. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ง.ความผิดเกี่ยวกับกฎหมาย
**************************************************************************************

3.พรบ คอมพิวเตอร์มีกี่หมวด
ก. 1 หมวด ข. 2 หมวด
ค. 3 หมวด ง. 4 หมวด
*************************************************************************************
4. พรบคอมพิวเตอร์หมวดที่ 2 ว่าด้วยเรื่องอะไร
ก. ความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ข.ความผิดเกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่
ค. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ง.ความผิดเกี่ยวกับกฎหมาย
*************************************************************************************

5. มาตราที่ 8 มีฐานความผิด คือ การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์แล้วมีโทษจำคุกกี่ปี
ก. 1 ปี ข. 2 ปี
ค. 3 ปี ง. 5 ปี
*************************************************************************************

6. มาตราที่ 15 มีฐานความผิด คือการตัดต่อภาพผู้อื่น มีโทษจำคุก 3ปี ปรับไม่เกิน เท่าไร
ก. 2 แสนบาท ข. 4 แสนบาท
ค. 5 แสนบาท ง. 6 แสนบาท
*************************************************************************************
7. พรบคอมพิวเตอร์มีทั้งหมดกี่มาตรา
ก. 10 มาตรา ข. 20 มาตรา
ค. 30 มาตรา ง. 40 มาตรา
*************************************************************************************

8. ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์
ข. ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์
ค. ถูกทั้งข้อก และข้อ ข
ง. ไม่มีข้อถูก
*************************************************************************************
9. ผู้ให้บริการหมายความว่าอย่างไร
ก. ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต
ข. ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์
ค. ถูกเฉพาะข้อ ข
ง. ถูกทุกข้อ
*************************************************************************************
10. สรุปฐานความผิดและโทษทั้งหมดที่มีความรุนแรง มีทั้งหมดกี่มาตรา
ก. 6 มาตรา ข. 8 มาตรา
ค. 10 มาตรา ง. 11 มาตรา
*************************************************************************************

11. มาตราที่ 12 มีความผิดว่าด้วยการจำหน่าย/เผยแผ่ชุดคำสั่ง โทษจำคุกสูงสุดกี่ปี
ก. 1 ปี ข. 2 ปี
ค. 3 ปี ง. 4 ปี
**************************************************************************************

12. มาตราที่ 6 ฐานความผิดว่าด้วยล่งรู้มาตรการป้องกัน มีโทษจำคุกทั้งหมดกี่เดือน
ก. 3 เดือน ข. 6 เดือน
ค. 7 เดือน ง. 8 เดือน
*************************************************************************************
13. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือใคร
ก. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ข. ทักษิณ ชินวัตร
ค. นาย บรรหาร ศิลปะอาชา ง.ตำรวจแห่งชาติ
*************************************************************************************
14.มาตราที่ 10 มีความผิดฐานการรบกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์ โทษจำคุกไม่เกินกี่ปี
ก. 3 ปี ข. 4 ปี
ค. 5 ปี ง.6 ปี
**************************************************************************************
15. มาตราที่ 13 มีความผิดฐานการเผยแผ่ข้อมูลอันไม่เหมาะสม มีโทษไม่เกินกี่ปี
ก.1-4 ปี ข.1-5 ปี
ค. 2-4 ปี ง. 2-5 ปี
*************************************************************************************
16.โทษในมาตราที่เท่าไรที่มีความรุนแรงจนต้องประหารชีวิต
ก.มาตราที่11 ข. มาตราที่ 8
ค. มาตราที่ 13 ง. มาตราที่ 12
*************************************************************************************
17. มาตราไหนที่มีการต้องโทษมากที่สุด
ก.มาตราที่11 ข. มาตราที่ 8
ค. มาตราที่ 13 ง. มาตราที่ 12
*************************************************************************************
18. มาตราที่18 อยู่ภายใต้มาตราบังคับที่เท่าไร
ก.มาตราที่11 ข. มาตราที่ 19
ค. มาตราที่ 13 ง. มาตราที่ 12
*************************************************************************************
19. มาตราที่ ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วัน
ก. 10 วัน ข. 20 วัน
ค.30 วัน ง. 27 วัน
*************************************************************************************
20. พรบ คอมพิวเตอร์ 2250 ให้ไว้ ณ วันที่เท่าไหร่ ของเดือนมิถุนายน 2550
ก. 8 มิถุนายน 2550 ข. 10 มิถุนายน 2550
ค. 12 มิถุนายน 2550 ง.19 มิถุนายน 2550
*************************************************************************************



พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 ทุกคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ต้องรู้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมาย ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
“ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น
“ผู้ให้บริการ” หมายความว่า
(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐
(๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลัง และไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
(๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

มาตรา ๑๓ ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒) (๓) หรือ (๔)

มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ
ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ บุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

มาตรา ๑๗ ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ
(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ
จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร

หมวด ๒
พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิด
(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้
(๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
(๔) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
(๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้
(๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับดังกล่าว
(๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๙ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ
(๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถจะระบุได้ ประกอบคำร้องด้วยในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็วเมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ
(๘) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการให้ศาลที่มีเขตอำนาจภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินกา เพื่อเป็นหลักฐานการทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัดไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบวัน เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ในภาคสองลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลายหรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใดความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่
โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาลพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจมีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น

มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

มาตรา ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีมีอำนาจ ร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสอง

มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญ ของการประกอบกิจการ และการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่น ในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2015, 09:21:20 am โดย Exam.st »

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง รับรับสมัครแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฎิบัติการ

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


สำนักงานศาลยุติธรรม เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ 23 ก.ค. -17 ส.ค. 2558  นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


สำนักงานศาลยุติธรรม รับสมัครบุคคลเพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ จำนวน 5 ตำแหน่ง 8 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ - 21 พฤสจิกายน 2559

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


สำนักงานศาลยุติธรรม รับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน จำนวน 50 อัตรา สมัครออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 6-28 กุมภาพันธ์ 2560

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


สำนักงานศาลยุติธรรม รับสมัครบุคคลเพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่ง นิติกร ตั้งแต่วันที่ 12-23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Exam.st

  • สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ : วรรณพร
  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3380
  • ติดต่อที่ : 089-4220125 [WhatsApp / Line]
    • http://www.facebook.com/exam.sheetthai


สำนักงานศาลยุติธรรม รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมปฏิบัติงาน จำนวน 22 อัตรา สมัครออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 11 - 31 มกราคม 2561