ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: ดีจังเลย ตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนทิศ เชื่อมั่นสมัครงานเพิ่ม 20%  (อ่าน 278 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

popcorn2468

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 97883


สัญญาณตลาดแรงงานเดือน เดือนพฤษภาคมเริ่มรู้สึกตัว คนสมัครงานเพิ่มขึ้น 20% ด้วยเหตุว่าเริ่มเชื่อมั่น เจอในวิกฤติ ยังมีหลายธุรกิจรับบุคลากร หวังได้คนเก่งเข้ามาช่วยขับเคลื่อนหน่วยงานให้ผ่านวิบากกรรม ธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานเติบโตแจ้งชัด อาทิเช่น โลจิสติกส์โต 23% เนื่องจากว่าคนนิยมสั่งอาหารดีลิเวอรี, รับรองด้วยเหตุว่าคนกลัวโควิดหันมาสนใจสุขภาพ และธุรกิจค้าปลีกที่โตรับออนไลน์

นางสาวพรลัดดา เดชะรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (เมืองไทย) จำกัด บอกว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก มีผลเสียต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งธุรกิจอีกทั้งฝั่งองค์กร ผู้ประกอบกิจการ ตลอดจนฝั่งคนหางาน โดยข้อมูลการสำรวจภาวการณ์รูปแบบการทำงานของสามัญชนไทย โดยสสช.ระบุในเดือน มี.ค.2563 มีจำนวนคนตกงานกว่า 392,000 คน ระหว่างที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือกกราชการประเมินว่าจะมีพนักงาน 7 ล้านผู้ที่จะต้องออกจากงานข้างในเดือน มิ.ย. เหตุเพราะการปิดตัวลงของภาคธุรกิจและทำให้เกิดผลกระทบต่อคนทำงานที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือนนั้น ปรากฏว่าท่ามกลางวิกฤติยังพบว่ามีธุรกิจหลายประเภทที่มีความต้องการแรงงานที่มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนหน่วยงานให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ไปได้

โดยภาพรวมความอยากคนทำงานทั่วราชอาณาจักรไทยตอนเดือน มี.ค.- เดือนพฤษภาคม2563 พบ 5 ธุรกิจที่ยังมีความต้องการคนทำงาน ตัวอย่างเช่น 1.ธุรกิจไอที (Information Technology) 2.ธุรกิจการสร้าง (Manufacturing) 3.ธุรกิจการค้าส่ง ธุรกิจขายปลีก (Wholesale/Retail) 4.ธุรกิจบริการทางการเงิน (Financial Services) 5.ธุรกิจซื้อมาขายไป รวมทั้งธุรกิจจัดจำหน่าย (Trading and Distribution)ส่วน 5 สายอาชีพที่ยังคงมีความต้องการคนทำงาน เป็นต้นว่า 1. งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ (Sales, CS & Business Devpt) 2.งานไอที (Information Technology) 3.งานวิศวกรรม (Engineering) 4.หน้าที่ตลาด งานโฆษณา (Marketing/Public Relations) 5.งานธุรการ งานทรัพยากรบุคคล (Admin & HR)

นอกจากนี้ ข้อมูลในสิ้นเดือน เดือนพฤษภาคม ยังบ่งชี้เหตุว่า ตัวเลขสิ่งที่มีความต้องการแรงงานเริ่มฟื้นตัวกลับมา แบ่งตามกรุ๊ปธุรกิจ อาทิเช่น 1.ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistic) มากขึ้น 23% 2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) เพิ่มขึ้น 13% 3.ธุรกิจประชาสัมพันธ์ ธุรกิจการตลาด ธุรกิจประชาสัมพันธ์ (Advertising/Public Relations/Marketing Services) มากขึ้น 6% 4. ธุรกิจประกัน (Insurance/ Pension Funding) มากขึ้น 5% แล้วก็ 5.ธุรกิจการค้าส่ง ธุรกิจค้าปลีก (Wholesale/Retail) เพิ่มขึ้น 2%ทั้งนี้ การเจริญเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ มีการเติบโตจากการขนส่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการสั่งอาหารดีลิเวอรีมากยิ่งขึ้น ส่วนธุรกิจประกันเติบโตเนื่องมาจากผู้คนหันมาให้ความเอาใจใส่กับการรับรองสุขภาพมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงธุรกิจการขายส่ง ธุรกิจขายปลีก ที่มีลักษณะท่าทางเติบโตอันเป็นไปตามเทคโนโลยีดิจิทัลในเวลาที่ 5 กรุ๊ปธุรกิจที่มีปริมาณประกาศงานลดลง ด้วยเหตุว่าผลกระทบของโควิด อาทิเช่นธุรกิจการท่องเที่ยว (Tourism/Travel Agency) ธุรกิจอพาร์เม้นท์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจจัดเลี้ยง (Hospitality/ Catering) ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจสถาปัตยกรรม(Architecture/Building/Construction) ธุรกิจยานยนต์ (Motor Vehicles) ธุรกิจวิศวกรรมก่อสร้าง-ธุรกิจวิศวกรรมโยธา-ควบคุมอาคาร (Engineering-Building, Civil, Construction/Quantity Survey)ส่วนในฝั่งคนหางานนั้น พบว่าในเดือน เดือนพฤษภาคม มีผู้สมัครงานเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ทั้งยังจากคนทำงานที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้สมัครบางส่วนเริ่มเชื่อถือในสถานการณ์และก็มองหาโอกาสในการทำงานมากขึ้น โดยพบยอดใบสมัครเติบโตสูงใน 1.ธุรกิจ Trading ธุรกิจจัดจำหน่าย (Trading and Distribution) เพิ่มขึ้น 32% 2.ธุรกิจสารเคมี พลาสติก กระดาษ ปิโตรเคมี (Chemical / Plastic / Paper / Petrochemical) เพิ่มขึ้นสูงถึง 13% 3.ธุรกิจไอที (Information Technology) เพิ่มขึ้น 10% และก็ 4.ธุรกิจของกินและก็เครื่องดื่ม ธุรกิจจัดเลี้ยง (Food and Beverage/ Catering) เพิ่มขึ้น 2%ช่วงเวลาที่ 5 กลุ่มสายงานเป็นที่ต้องการของผู้สมัครงานสูงคือ 1.อีคอมเมิร์ซ (E-commerc) มากขึ้น 75% 2.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ (Sales, CS & Business Development) มากขึ้น 3% 3.งานบัญชี (Accounting) เพิ่มขึ้น 3% 4.งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มากขึ้น 3%5.งานการตลาด งานโปรโมท (Marketing / Public Relations) เพิ่มขึ้น 2% ตามลำดับทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในการช่วยคนหางาน จ๊อบส์ ดีบี ได้เปิดตัวโครงงาน #Together Ahead ช่วยเหลือผู้หางานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วัววิด-19 โดยผู้ประกอบการสามารถลงประกาศงานฐานค่าจ้างรายเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563.
 

 

เว็บเพื่อนบ้านที่น่าสนใจ >> สาระความรู้เรื่องเบียร์ | เรียนรู้วิธีเล่นหมากรุก | บล็อกสาระความรู้ ศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค | บล็อกให้ความรู้เรื่องบ้าน